ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2562 หลังจากน้ำเสียจากโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี ต.คำบง อ.บ้านผือ ไหลลงลำห้วยพังพวน ผ่านบ้านโนนสมบูรณ์ ต.คำบง , บ.สระคุน้อย บ.สระคุ ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ ระยะทางมากกว่า 4 กม. ทำให้ปลากระสูบจุด , ตะเพียนขาว , ตะเพียนพื้นบ้าน , นิล และปลาขนาดเล็ก ลอยขึ้นมาเหนือน้ำและตายจำนวนมาก และยังไหลลงอ่างเก็บน้ำบังพวน อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย แม้จะผ่านมามากกว่า 1 สัปดาห์ สภาพน้ำในลำห้วยฯยังมีสภาพเน่า ปลายังคงขึ้นมาลอยผิวน้ำช่วงเช้า

นายสำนวน อ่อนขาม ผญบ. บ้านสระคุ ต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ นำตัวแทนของโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี และชาวบ้านนำเครื่องสูบน้ำแบบพญานาค 4 เครื่อง ขนาด 3 และ 4 นิ้ว มาติดตั้งริมห้วยพังพวน ช่วงระหว่างถนนบ้านสระคุ-อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย กับฝายน้ำล้นบ้านสระคุ เพื่อสูบน้ำที่เน่าเสียจากห้วยพังพวน ขึ้นมาใส่ไร่อ้อยของชาวบ้านที่อนุญาตแล้ว ซึ่งในช่วงนี้ระดับน้ำลึกราว 3-4 เมตร คาดว่าจะใช้เวลา 3-4 วัน เพื่อสูบน้ำออกให้เหลือ 1 เมตร

ตัวแทนโรงงานน้ำตาลฯ ชี้แจงว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจแก้ไขปัญหา ได้ปิดกั้นทางน้ำไหลออกไปแล้ว และชักชวนชาวบ้านที่มีเครื่องสูบน้ำ มาระดมสูบน้ำออกจากลำห้วยฯ ไปใส่พื้นที่การเกษตรชาวบ้าน เพราะน้ำเป็นเพียงคุณภาพต่ำ มีสารอินทรีย์สูงกว่าปกติ ส่งผลดีไม่มีผลเสีย โดยเริ่มสูบมาแล้ว 3 วัน เมื่อถึงระดับที่กำหนดก็จะย้าย ซึ่งจุดที่ย้ายมายังพบปลาช่อน ปลาดุก และปลาหมอ ยังมีชีวิตอยู่ ทั้งนี้ทางโรงงานจะให้ค่าตอบแทนเครื่องสูบน้ำ เครื่องละ 1,800-2,000 บาท/24 ชม. พร้อมจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้

นายกำจัด ลอยนอก กำนัน ต.หนองหัวคู เปิดเผยว่า นายอำเภอบ้านผือ พร้อมหน่วยงาน และโรงงาน ลงพื้นที่ดูข้อเท็จจริงแล้วแจ้งว่า ชาวบ้านที่มีเครื่องสูบน้ำโรงงาน ให้มาแจ้งไปทำงานสูบน้ำจากห้วย โดยโรงงานจะให้ค่าเสียเวลาวันละ 1,800 บาท พร้อมมีน้ำมันเชื้อเพลิงให้ เขาต้องการจำนวนมาก แต่หาได้เพียง 4 เครื่อง ส่วนใหญ่ติดสูบน้ำเข้านาตัวเอง และให้ไปขออนุญาตเจ้าของที่ดินสูบน้ำไปใส่ โดยมีแผนเมื่อสูบน้ำเน่าออกไปบางส่วนแล้ว โรงงานจะปล่อยน้ำคุณภาพดี จากแหล่งน้ำสำรองโรงงานลงมาแทน ชาวบ้านก็ช่วยกันดูหวังว่าจะดีขึ้น

นายสายัณห์ หมีแก้ว นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9 อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้ลงเก็บตัวอย่างน้ำเมื่อ 3 วันก่อน ตั้งแต่ต้นทางของน้ำคือบ่อน้ำในโรงงานฯ ที่ระบุว่าน้ำไหลออกมา , ร่องน้ำที่มีการขุดระบายน้ำ จากสระน้ำโรงงานฯไปถึงห้วยพังพวน 1 กม. , ลำห้วยพังพวน 3 จุด , ฝายน้ำล้นก่อนไหลลงอ่างฯบังพวน และในอ่างฯบังพวน (จุดสถานีสูบน้ำ) ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตรวจพิสูจน์ ว่าเป็นน้ำจากแหล่งเดียวกันหรือไม่ ซึ่งจะรู้ผล 1-2 สัปดาห์

นายเฉลิมชัย ม่วงไหมแพร ผอ.ชลประทาน จ.หนองคาย เปิดเผยว่า ไม่ได้รับรายงานจากผู้ดูแลอ่างฯบังพวน ว่ามีน้ำเสียไหลลงไปในอ่างฯ ได้ส่งวิศวกรฯลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นคาดว่าอาจจะน้ำเสียไหลลงมาบ้าง แต่ปริมาณไม่มาก และไม่มีการไหลเข้ามาอีกแล้ว จึงร่วมกับ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติสิ่วแวดล้อม จ.หนองคาย ได้เก็บตัวอย่างน้ำในอ่างฯ และในลำห้วยฯมาตรวจสอบ จะเป็นหลักฐานยื่นยันที่ชัดเจน