รถขนสินแร่ทองแดงจาก สปป.ลาว คว่ำลงห้วยที่อุดรธานี เริ่มเก็บกู้จริงจังหลังผ่านไป 1 ปี 7 เดือน รวมระยะทางปนเปื้อนกว่า 950 เมตร. ทำงานได้วันเดียวพายุฤดูร้อนถล่ม ต้องยุติทำงานถอนเครื่องจักรออก รอให้ลำห้วยแห้งกลับมาอีก ชาวบ้านยังผวาไม่กล้าลงห้วยทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมือวันที่ 27 มีนาคม 2562 การเก็บกู้สินแร่ทองแดงในลำห้วยสาขา “ห้วยสามพาด” ตั้งแต่ริมถนนมิตรภาพ บ.นาดี ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี ระยะทาง 950 เมตร ที่เกิดจากอุบัติเหตุรถพ่วง บรรทุกสินแร่ทองแดงจาก สปป.ลาว ไปส่งที่ท่าเรือมาบตาพุด ได้พลิกคว่ำลงลำห้วยมาตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2560 หรือกว่า 1 ปี 7 เดือน ต้องหยุดชะงักลงหลังจากเริ่มงานได้ 1 วัน เพราะพายุฤดูร้อนทำให้ฝนตกลงมาเย็นวานนี้

โดยการเก็บกู้ในวันแรก ตัวแทน บ. เอส เค ที ทราน จก. เจ้าของรถบรรทุกสินแร่ทองแดง ได้นำรถแบ็คโฮเอนกประสงค์ขนาดเล็ก มีผานหน้าไว้ใช้ดันดิน มาเก็บกู้แทนแรงงานในพื้นที่ หลังรับสมัครแต่ไม่มีใครมา โดยเริ่มทำงานในลำห้วยจากริม ถ.มิตรภาพ ตามลำห้วยเข้ามาแบ่งเป็น 21 ช่วงๆละ 25-50 เมตร โดยแยกกองดินไว้ตามกรมควบคุมมลพิษ สำรวจกำหนดพื้นที่มีค่าเกินมาตรฐาน ในระดับไม่พบ(ขาว)-ไม่เกิน(เขียว)-สูงเกิน2เท่า(เหลือง)-สูงเกิน3เท่า(ส้ม)-สูงมากกว่า 3 เท่า(แดง) แต่ทำไปได้เพียง 2 ช่วง ฝนตกลงมาจึงยุติถอนเครื่องจักรออก

นายสายัณห์ หมีแก้ว นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9 อุดรธานี เปิดเผยว่า ก่อนบริษัทขนส่งสินแร่ทองแดง เก็บกู้แร่ทองแดงที่ปนเปื้อน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี , สิ่งแวดล้อมล้อม ภาค 9 อุดรธานี ได้ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างดินในลำห้วยช่วงละ 50 เมตร ไปทำการตรวจพิสูจน์ปนเปื้อน แล้วกำหนดเป็นแผนปฏิบัติ ว่าจุดใดมีระดับปนเปื้อนเท่าใด แยกออกเป็นสีในแผนผัง ผู้จะเข้ามาเก็บกู้พร้อมทำ เราเองก็เข้ามากำกับดูแล

“ การเก็บกู้จะนำผิวดินก้นห้วย และด้านข้าง แยกกองไว้ตามสีที่ราชการระบุ คือ กองสีแดง และกองสีเหลือง-สีส้ม ซึ่งทุกกองจะถูกเก็บตัวอย่าง เอาไปตรวจพิสูจน์อีกครั้ง ก่อนที่จะถูกขนย้ายไปเก็บไว้ในพื้นที่ของ บ.เอส เค ที ทราน จก. จ.ขอนแก่น เพื่อเตรียมส่งดินส่วนที่แดง กลับไปทำลายที่ สปป.ลาว สำหรับดินส่วนที่เหลืองและส้ม จะเก็บไว้เพื่อลำลายในประเทศไทย โดยบริษัทฯจะแจ้งวิธีการมาอีกคนครั้ง ซึ่งทุกขั้นตอนเราต้องดูแล ”

นายสายัณห์ หมีแก้ว ตอบข้อซักถามด้วยว่า ช่วงเย็นเมื่อวานฝนตกลงมาหนักมาก เห็นร่วมกันให้ยุติการเก็บกู้ไปก่อน เพราะไม่เป็นผลดีหากทำงานต่อ พร้อมกับถอนเครื่องจักรกลับไป จากนั้นจะต้องรอให้ลำห้วยแห้งสนิทก่อน จึงจะกลับเข้ามาเก็บกู้อีกครั้ง ซึ่งทั้งหมดจะต้องเสร็จภายในแล้งนี้ ….