แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 ชี้แจงโครงการขยายทางแยก “ดอนอีไข” ก่อนถึงแยกเข้าสนามบินอุดร จาก 4 เลนเป็น 6 เลน ผ่านชุมชนไม่มีฟาสเลน มูลค่า 25 ล้าน มั่นใจเสร็จก่อนฝนปี 66 ขณะชาวบ้านห่วงจราจรช่วงก่อสร้าง และทางน้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม 2565 ที่ห้องประชุม สนง.แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 แขวงการทางอุดรธานีที่ 1 และสำนักงานทางหลวงที่ 7 (ขอนแก่น) จัดประชุมการมีส่วนร่วมประชาชน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 210 บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 216 ตอนถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี ด้านตะวันตก หรือ “สามแยกดอนอีไข” ต.นาดี อ.เมือง มีนายอเนก สุวรรณภูเต ผอ.แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 นำนายศราวุธ คีรีวงศ์ วิศวกรโยธาปฏิบัติการณ์ สนง.ทางหลวงที่ 7 (ขอนแก่น) นายสมเด็จ ปุระเทพ รอง ผอ.แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 ร่วมชี้แจงและตอบข้อซักถามผู้เข้าร่วมประชุม

นายศราวุธ คีรีวงศ์ วิศวกรโยธาปฏิบัติการณ์ สนง.ทางหลวงที่ 7 (ขอนแก่น) ชี้แจงว่า แยกดอนอีไข ต.นาดี อ.เมือง ก่อสร้างใช้งานมานาน ความกว้าง 4 ช่องจราจร ๆละ 3.50 ม. ไหล่ทางด้านนอกกว้างข้างละ 2.50 ม. มีเขตทาง 30 ม. ปัจจุบันชุมชนสองข้างทางมีความหนาแน่น ผิวทางชำรุดเสียหาย ปริมาณการจราจรราว 19,000 – 25,500 คันต่อวัน เป็นรถบรรทุก 8.11 – 12.31 % และปริมาณรถจะเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะเป็นเส้นทางมุ่งสู่ตัวเมือง และสนามบินอุดรธานี

“ แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 เห็นว่าเพื่อเป็นการรองรับปริมาณการจราจรในอนาคต เห็นควรเปลี่ยนผิวทางแอสฟัลส์ติกคอนกรีต เป็น โมเดอร์นคอนกรีตหนา 25 ซม. (บดอัดผิวทางเดิม) และทำการขยายทางเป็นมาตรฐานทางพิเศษ ช่องจราจรบริเวณทางแยก 6 ช่องจราจรๆ 3.5 ม. ไหล่ทาง 2.5 ม. เกาะกลาง 6 ม. , ปรับปรุงระบบระบายน้ำ และซ่อมระบบไฟสัญญาจราจร ซึ่งได้รับจัดสรรงบประมาณปี 2566 มาในวงเงิน 25 ล้านบาท ระยะเวลาในการก่อสร้าง 180 วัน ”

นายสมเด็จ ปุระเทพ รอง ผอ.แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 ชี้แจงว่า ได้ให้ความสำคัญปัญหาความปลอดภัย และความสะดวกในการสัญจร ระหว่างที่มีการก่อสร้าง จึงมาชี้แจงรับความความเห็นประชาชน ระหว่างการก่อสร้างจะมีการติดป้ายบอกเส้นทาง ป้ายเตือน , การฉีดน้ำลดปัญหาฝุ่น , การแก้ปัญหาเสียงรบกวน และความเดือดร้อนระหว่าง การรื้อย้ายอุปกรณ์สิ่งสาธารณูปโภค หรือหากมีปัญหาข้อสอบถาม ติดต่อได้ที่ สนง.แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 โทร 042-113391 และ 042-113379

นายทวีศักดิ์ โตวัน รองประธานหอการค้า จ.อุดรธานี กล่าวว่า ตามแบบที่ทางหลวงออกไว้ รถที่มาจากเมืองอุดรธานี จะเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 216 หรือวงแหวนตะวันตก และรถจากทาง หลวง 216 หรือวงแหวนตะวันตก จะเลี้ยวซ้ายไปยัง จ.หนองบัวลำภู มีการก่อสร้างเลนเฉพาะ ให้รถทุกชนิดเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด ก็ขอเสนอให้เพิ่มเลนซ้ายสุด จากหนองบัวลำภูเข้าตัวเมือง เป็นเลนซ้ายผ่านตลอดหรือฟาสเลน และให้ตั้งด่านชั่งน้ำหนักเพื่อยืดอายุถนนให้ยาวนาน

ขณะที่ประชาชนในชุมชนดอนอีไข เสนอแนวคิดว่า เห็นด้วยการการปรับปรุงแยกดอนอีไข เพราะมีปริมาณรถมากในช่วงเร่งด่วน โดยไม่เห็นด้วยกับ “ฟาสเลน” จาก จ.หนองบัวลำภู เข้าไปตัวเมืองอุดรธานี เพราะเป็นย่านชุมชนรถจะใช้ความเร็วสูง และยังเป็นรถบรรทุกหนักมาก และขอให้พิจารณาแก้ไขปัญหา การสร้างคลองป้องกันน้ำท่วมเมือง น้ำไหลจาก บ.หนองหัวหมู แล้วผ่านห้างฯงี่สุน (นาดี) ไหลต่อไปลงที่อ่างฯหนองสำโรง แต่น้ำได้ไหลย้อนเข้ามาท่วม บ.ดอน อีไข

ประชาชนที่เข้าร่วมประชุม เสนอและตั้งข้อสังเกต ประกอบด้วย 1. ต้องการให้หลีกเลี่ยงการก่อสร้าง ช่วยผลผลิตทางการเกษตรออก เพราะจะมีรถบรรทุกจำนวนมากผ่านบริเวณนี้ , 2.การวางแผนจัดการจราจรช่วงก่อสร้าง ที่ต้องปิดผิวการจราจรเดิม แต่เพราะบริเวณนี้ไม่มีเส้นทางเบี่ยงอื่น การเร่งรัดเพื่อบดอัดถนน จะทำให้ขาดความมั่นคงแข็งแรง , 3.ขอให้พิจารณาความสำคัญทางระบายน้ำ เพราะปัจจุบันก็มีปัญหาอยู่แล้ว , 4.ต้องการให้กำกับดูแลให้เข้มงวด ไม่อยากเห็นเหมือนกรณีที่ตกเป็นข่าวในส่วนกลาง

นายอเนก สุวรรณภูเต ผอ.แขวงทางหลวงอุดรธานีที่ 1 กล่าวสรุปว่า การออกแบบทางแยกดอนอีไข หรือแยกอื่น ได้คำนึงถึงหลายปัจจัย โดยจุดนี้จะไปสอดรับกับ การออกแบบทางต่างระดับ ทางแยกเข้าสนามบินอุดรธานี โดยจะประสานกับองค์กรปกครองท้องถิ่น และการรับฟังข้อมูลจากประชาขน ทำให้ทางแยกดอนอีไข จะไม่มีการเวนคืนที่ดิ นจากประชาชน , จะไม่มีฟาสเลนจากหนองบัวลำภู เข้าตัวเมืองอุดรธานี และงานนี้จะได้ผู้รับเหมาปลายปี หรือต้นปีหน้า เพื่อก่อสร้างให้เสร็จก่อนฝนปี 66 ….

บทความก่อนหน้านี้จยย.ถูกเก๋งไม่เปิดไฟเลี้ยวตัดหน้าบาดเจ็บไร้เยียวยา
บทความถัดไปคาดโทษร้านเหล้าเล่นดนตรีเสียงดัง