โรงงานยางเครป ต.ผักตบ อ.หนองหาน หยุดเดินเครื่องหลายเดือนยังเหม็น น้ำในลำห้วยก่อน-หลังมีสภาพย่ำแย่ ขอให้อุตสาหกรรมเข้มงวด รอง ผวจ.สั่งตรจน้ำในห้วยอีกรอบ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคาร 1 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญญพืช รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานการประชุมระดมความคิดเห็น แก้ไขปัญหาโรงงานยางพารา “บ.ปริ้นซ์ รับเบอร์ จก.” บ.ป่าวก้าว ม.12 ต.ผักตบ อ.หนองหาน ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงกระทบชาวบ้าน หลังชาวบ้านยังคงเคลื่อนไหวต่อต้าน โดยมีศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง , ทต.ผักตบ และกำนัน เข้าประชุม

ที่ประชุมรายงานว่า โรงงานยางพารา “บ.ปริ้นซ์ รับเบอร์ จก.” ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการเมื่อปี 2558 ช่วงก่อนที่จะมีการร้องเรียนจากชาวบ้าน ได้ประกอบกิจการนำยางก้อนถ้วย มาผลิตเป็นยางเครปเพื่อส่งโรงงานยางแท่ง สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ได้มีคำสั่งให้ปรับปรุงไปหลายครั้ง โดยล่าสุดโรงงานได้ปรังปรุงบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งมีความสามารถบำบัดน้ำเสียได้ดีกว่าระบบเดิม แต่โรงงานยังไม่เดินเครื่องผลิต และแจ้งว่าขอปิดโรงงานชั่วคราวถึง เม.ย.63 ซึ่งไม่ต้องแจ้งก็ได้ ขณะที่โรงงานไปประกอบกิจการเพิ่มที่ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย

สนง.สิ่วแวดล้อม ภาค 9 อุดรธานี ร่วมกับ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี ตรวจสอบเก็บตัวอย่างน้ำในลำห้วยใหญ่ 3 จุด คือ ก่อนไหลผ่านโรงงาน , ใกล้กับบ่อบำบัดน้ำเสีย และหลังจากไหลผ่านโรงงาน พบค่า บีโอดี. , ค่าแอมโมเนีย และค่าฟอสฟอรัส ใกล้เคียงกัน และผลการกรวดน้ำทิ้งจากบ่อพักน้ำทิ้ง พบมีการเจริญเติบโตของสาหร่ายสีเขียวจำนวนมาก ค่าบีโอดี และค่าของแข็งแขวงลอย ไม่เป็นมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้ง ขอให้หน่วยงานหลักบังคับใช้กฎหมาย

ขณะตัวแทนประชาชนในพื้นที่ระบุว่า ประชาชนได้รับผลกระทบ 3 หมู่บ้าน คือ บ้านป่าก้าว ม.5 , ม.12 และบ้านกระพี้ , โรงงานไม่ได้เดินเครื่องจักร แต่ยังขนยางก้อนถ้วยเข้าโรงงาน , สภาพน้ำในลำห้วยสาธารณะ ยังมีสภาพขุ่นเขียวเป็นน้ำเสีย ประชาชนใช้น้ำไม่ได้ และไม่ลงไปจับสัตว์น้ำ ขณะกลิ่นเหม็นยังส่งผลกระทบ กับการสัญจรผ่านโรงงาน โดยล่าสุดประชาชนที่เคยเคลื่อนไหวขับไล่ ไม่ต้องการให้โรงงานอยู่ในพื้นที่ ได้ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง

นายปราโมทย์ ธัญญพืช รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า หากโรงงานยังจะดำเนินการต่อ จะสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้หรือไม่ เพราะตั้งอยู่ใกล้ชุมชน และอยู่ติดกับลำน้ำสาธารณะ โดยขอให้ สนง.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ 3 จุด มาตรวจอีกครั้ง และในใช้ “โดรน” บินถ่ายภาพโดยรอบเป็นหลักฐาน และสอบถามโรงงานถึงแผนการประกอบกิจการด้วย เพื่อสรุปรายงานเสนอต่อผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี