ภูมิปัญญาชาวบ้าน + วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี = ผงสีย้อมผ้าจากดอกบัวแดง ทำให้เส้นไหมถูกย้อมเป็น “สีชมพู” และ “สีม่วง” ตามความฝันอยากเห็นความสวยงาม “ทะเลบัวแดง” หนองหานกุมภวาปี จ.อุดรธานี บนผืนผ้าไหมเกิดขึ้นจริงๆแล้ว พร้อมถ่ายทอดสู่ชุมชน ในงาน “แฟร์ชั่น-นวัตกรรม ผ้าและสิ่งทองชุมชน” ครั้งที่ 2 วันที่ 31 ก.ค.-2 ส.ค.นี้ จัดขึ้นที่ห้างเซ็นทรัลอุดรธานี

ศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ มรภ.อุดรธานี (FCTDC) จับมือกับภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มรภ.อุดรธานี เปิดอบรม(ฟรี) เทคนิคการผลิตผงสี และเทคนิคการย้อมเส้นไหมจากดอกบัวแดง 2 รุ่นๆละ 30 คน บนชั้น 4 คณะวิทยาศาสตร์ มรภ.อุดรธานี(สามพร้าว) มีผู้สนใจทั้งจาก ผู้สูงอายุระดับมือโปร อยู่กับการย้อม-ทอผ้ามาชั่วชีวิต , คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสารต่อ และครู-อาจารย์ เพื่อส่งต่อไปยังนักเรียนที่สนใจ

ดร.นัทธมน ประจุดทะศรี , ดร.นริศ ประชุดรักษ์ และอาจารย์วิภาพร กิตติศรีวรพันธุ์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มรภ.อุดรธานี ได้ร่วมกันให้ความรู้ มีนักศึกษาเป็นพี่เลี้ยงปฏิบัติจริง เริ่มจากการยืนยันว่า “ผู้อบรมจะนำกลับไปใช้ได้จริง ด้วยเครื่องไม้เครื่องมือง่ายๆ หาได้ในท้องถิ่น ราคาไม่แพง แต่จะใช้เวลานาน สำหรับเครื่องไม้เครื่องมือในห้อง เป็นเทคโนโลยีช่วยย่นเวลาลงเท่านั้น จากนั้นอธิบายขั้นตอนต่างๆ เมื่อเข้าสู่การปฏิบัติจริงรวม 8 กลุ่ม พร้อมมอบอุปกรณ์ให้ 1 ชุด เริ่มจาก

1. เอากลีบบัวแดงตากแห้ง (ปั่นหรือสับ) ใส่ลงในบิ๊กเกอร์ แล้วนำ “เมทานอล” ใส่ลงไปในท่วม
2. นำไปเข้าเครื่องเร่งปฏิกิริยา (ไม่มีเครื่องให้คนบ่อยๆทิ้งไว้ 1-3 วัน)
3. เอาออกจากเครื่องมากรองหยาบ ด้วยถุงกาแฟเพื่อแยกกากออก
4. เอาน้ำดอกบัวแดงไปใส่ในเครื่องกรองละเอียด (ไม่มีเครื่องใช้ผ้าขาวบางหลายชั้นกรอง)
5. เอาน้ำบัวแดงกรองละเอียดเข้าเครื่องทำเป็นผง (ไม่มีเครื่องให้ตากไว้จนแห้งสนิท)
6. เอามาบดเก็บไว้ใช้ย้อม (15 กรัม/เส้นไหม 1 มัด)

ดร.นัทธมน ประจุดทะศรี เปิดเผยว่า การย้อมสีผ้าไหมด้วย “ผงสีจากดอกบัวแดง” วิธีการขั้นตอนนิ่งแล้ว นำมาใช้งานได้จริง ด้วยเครื่องมือง่ายมีทั่วไป แบ่งเป็น 2 ส่วน คือการทำผงสีย้อม และการย้อม โดยการทำผงสีย้อม ได้เลือกตัวทำละลายเป็น “เมทานอล” ไปดึงเม็ดสีเข้าไปอยู่ในเมทานอล เอาน้ำสีที่ได้หลังกรอง ไประเหยเอาตัวทำละลายออก อาจจะเป็นภาชนะปากกว้าง ที่เหลือก็จะจับตัวแข็ง เราก็เอามาบดเป็นผงสี ใส่ภาชนะเก็บไว้ใช้งานได้ ไม่ต้องห่วงในช่วงดอกบัวแดงไม่มี

“ ขั้นตอนการย่อมจะใช้ผงสีบัวแดง 15 กรัม ต่อเส้นไหม 1 มัด โดยการย้อมจะต้องเตรียมเส้นไหมก่อน ด้วยการทำให้เส้นไหมมีสภาพเป็นกรด หรือด่าง จะทำให้ได้สีที่แตกต่างกัน คือ สีม่วง และสีชมพู เส้นไหมสีย้อมจากวัสดุธรรมชาติ เมื่อนำไปทอเป็นผืนผ้า การจะเอาไปใช้งาน เอาไปซัก สีก็จะจางลงแบบธรรมชาติ แต่หากจะใช้สารติดสีมาช่วย อาทิ ยางกล้วย ก็สามารถทำได้แต่สีอาจจะเปลี่ยนไป ”

ดร.นัทธมน ประจุดทะศรี กล่าวอีกว่า วิธีการทำผงสีย้อมผ้าลักษณะนี้ สามารถนำไปทำกับวัสดุทางธรรมชาติ ที่ชาวบ้านใช้ย้อมสีผ้าได้เช่นกัน แต่วัสดุทางธรรมชาติบางชนิด เมื่อทำเป็นผงสีย้อมผ้าแล้ว ผลการย้อมผ้าอาจจะได้สีต่างไป ซึ่งศูนย์ฯมีแผนจะทดสอบ การทำผงสีย้อมผ้าจากวัสดุที่ใช้กันอยู่ด้วย ซึ่งการทำในห้องทดลองจะได้ผลเร็วกว่า ก่อนจะนำไปให้ชาวบ้านใช้จริง

นางทองสุข ชมงอน กลุ่มวิสาหกิจทอผ้าไหม-ผ้าฝ้ายบ้านนาดี ต.นาดี อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า กลุ่มฯสืบทอดการทอผ้าฝ้าย-ผ้าไหม มาจากรุ่นปู่ย่าตายาย มีสมาชิก 35 คน ผลิตภัณฑ์มีทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้าย ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าไหมมัดหมี่ ย้อมสีด้วยวัสดุจากธรรมชาติ อาทิ เปือกเข , เปือกฝาง , เปือกประดู่ , ฝักคูณ และหมักโคลน ไม่เคยทำเป็นผงเก็บไว้ใช้ ก็ทำกันแบบง่ายๆ เอามาสับ หมักน้ำ ต้มย้อมกันเลย

“ มีตัวแทนกลุ่มมาอบรม 3 คน เพราะสนใจเรื่องของสีดอกบัวแดง ซึ่งเป็นสีแนวใหม่ที่เราๆไม่เคยทำ และดอกบัวแดง หรือทะเลบัวแดงอุดรธานี ก็มีชื่อเสียงมากในขณะนี้ เราเป็นชาวอุดรธานีก็อยากมาลองดูด้วย เมื่อเป็นของใหม่ก็น่าจะขายดี และจากการทำผงสีดอกบัวแดงย้อมผ้า เปลือกไม้ชนิดต่างๆที่เราใช้ย้อมผ้า ก็น่าจะทำเป็นผงสีได้เช่นกัน มันจะสะดวกสบายกว่า โดยศูนย์ฯจะทำวิจัยเรื่องนี้ต่อไปอีก ”

นายสถาพร สุติบุตร อาจารย์วิขาเคมี รร.เตรียมอุดมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.สกลนคร เปิดเผยว่า รู้ข่าวการอบรมจากเฟสบุ๊กของศูนย์ฯ มีครูที่โรงเรียนมาด้วยกัน 5 คน เนื่องจากมีเด็กนักเรียนทำโครงงาน การย้อมสีผ้าจากธรรมชาติ ซึ่งที่สกลนครมีชื่อเสียงเรื่อง “ย้อมคราม” อยู่แล้วนักเรียนเสนอโครงการย้อมผ้ามาเยอะ รวมทั้งย้อมสีจากกลีบบัวแดง เราเองก็มีปัญหาหลายอย่าง จึงอยากมาเรียนรู้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เขาสามารถแก้ไขปัญหาการย้อมด้วยกลีบบัวยังไง เมื่อมารับการอบรมมองว่า เป็นกระบวนการที่ไม่ยุ่งยากและน่าสนใจ น่าจะเอาไปใช้งานได้จริง