เวลา 18.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นำทีมคณะผู้บริหารจังหวัดอุดรธานีทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แถลงข่าวการจัดงานประจำปีทุ่งศรีเมืองอุดรธานี มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2563 เพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของชาวอุดรธานีที่มีมาอย่างยาวนาน

เริ่มตั้งแต่ ปี พ.ศ.2483 หลวงวิวิช สุรการ (ถวิล เจียรมานพ) ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้จัดงานรื่นเริงขึ้นที่สนามทุ่งศรีเมือง หน้าศาลากลางจังหวัด ในช่วงฤดูหนาวต้นเดือนธันวาคม หลังฤดูเก็บเกี่ยว ที่ชาวอุดรธานีทำงานหนักมาทั้งปี และเก็บเกี่ยวผลผลิตเสร็จแล้ว จะได้มีโอกาสได้ผ่อนคลาย สนุกสนาน และมีกิจกรรมร่วมกันภายในงานมีการขายสินค้า , การแสดง , การงานรื่นเริง , การแข่ง อาทิ ดึงหนัง หรือชักคะเย้อ , ชกมวยไทย และประกวดนางงามอุดรธานี แต่งานจัดได้เพียง 1 ปี ก็ต้องหยุดพักไป เพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ติดต่อกันถึง 5 ปี

งานกลับมาเริ่มจัดใหม่อีกในปี พ.ศ.2489 ต่อมาในช่วงเวลาเดียวกันนั้น ก็มีการจัดงานประเพณี “งานงิ้ว” ของชาวไทยเชื้อสายจีน อัญเชิญเจ้าปู่-เจ้าย่า มาที่โรงเรียนจงเจน หรือโรงเรียนจีน หรือโรงเรียนอุดรวิทยา อยู่ด้วยแบบต่างคนต่างจัด จนมาถึงสมัยของนายจินต์ รักการดี เป็นผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ช่วงดำรงตำแหน่ง 27 พ.ย.2500 – 2 ม.ค. 2505 ขณะที่มีทั้งชาวไทย ชาวจีน และอีกหลายเชื้อชาติ เดินทางมาจากทั่วสารทิศ และเป็นช่วงที่ลัทธิคอมมิวนิสต์ แพร่เข้ามาพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ

“ผู้ว่าจินต์ รักการดี” จึงเชิญชาวไทยเชื้อสายจีน ย้ายงานมาร่วมกับงานฤดูหนาว ที่สนามทุ่งศรีเมือง เพื่อหวังจะให้ชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน นำไปสู่ความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นแนวป้องกันผู้ไม่หวังดี ทำให้ “สนามทุ่งศรีเมือง” ถูกพัฒนาขึ้นจากทุกฝ่าย มีการปรับพื้นที่ลานกิจกรรม , ล้อมรั้วไม้ , การสร้างประตู และที่สำคัญก็คือ “การก่อสร้างศาลหลักเมืองอุดรธานี” ให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวอุดรธานีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติ เชื้อชาติใด โดยอาคารศาลหลักเมืองมีลักษณะเป็น “ศาลาทรงจีน” คนทั่วไปเรียกงานนี้ติดปากว่า “งานประจำปีทุ่งศรีเมืองอุดรธานี” นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ในปีนี้เริ่มด้วยวันที่ 1 ธันวาคม ภาคเช้าจัดให้มีพิธีบวงสรวงพระพุทธโพธิ์ทอง ศาลหลังเมือง ท้าวเวสวัณ (ท้าวเวสสุวรรณ)หลวงพ่อนาค พระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ภาคบ่ายขบวนแห่วัฒนธรรมดีศรีอุดรจาก 20 อำเภอ ภายใต้คำขวัญ “กรมหลวงประจักษ์สร้างเมือง ลือเลื่องแหล่งธรรมะ อารยธรรมห้าพันปี ธานีผ้าหมี่-ขิด ธรรมชาติเนรมิตทะเลบัวแดง แรงศรัทธา ศรีสุทโธปทุมมาคำชะโนด ขบวนท้าวเวสสุวรรณ ขบวน TO BE NUMBER ONE ขบวนสิงโต มังกร และเอ็งกอ จากศาลเจ้าปู่-ย่า โดยขบวนจะเริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ถึงสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี

การจัดงานภายใต้แนวคิด “อารยนครอุดรธานี เมืองแห่งมิตรไมตรี ไมซ์ซิตี้ วิถีไทย” การเปิดร้านมัจฉากาชาด ให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญลุ้นรางวัลใหญ่จักรยานยนต์ทุกคืน และร่วมลุ้นรางวัลทาวน์โฮมกับสลากกาชาดสมนาคุณ ฉบับละ 100 บาท ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีบนเวทีกลาง ร่วมชมความงามของผู้เข้าประกวดธิดาผ้าหมี่ขิด การประกวดส้มตำลีลา ชม ชิม ช้อป ผลผลิตทางการเกษตร สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชนของดี 20 อำเภอซึ่งร่วมออกร้านและการจัดนิทรรศการของส่วนราชการ การจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด และชมมหรสพ การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินและหมอลำชื่อดัง ตลอด 12 วัน 12 คืน

การจัดงานปีนี้ เป็นไปตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด มีจุดคัดกรองทางเข้า โดยเครื่องวัดอุณหภูมิอินฟาเรดและแบบวัดหน้าผาก มีทีมคัดกรองไข้ รวมถึงก่อนเข้างานทุกคนจะถูกตรวจคัดกรองไข้ สวมหน้ากากอนามัย 100 เปอร์เซ็นต์ เว้นระยะห่าง กดเจลล้างมือ สแกนไทยชนะ โดยมาตรการร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าในงานทุกร้าน ด้านการจราจรและรักษาความปลอดภัยก็ได้รับการสนับสนุนกำลังพลจากมณฑลทหารบกที่ 24 และตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และคาดว่าการจัดงานปีนี้จะมีเงินสะพัดมากกว่า 100 ล้านบาท…