เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2565 ที่ห้องประชุม ชั้น 8 รพ.มะเร็งอุดรธานี นพ.ปราโมทย์ เสถียร์รัตน์ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 8 เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการพัฒนาวิชาการด้านโรคมะเร็ง ประจำปี 2565 ความท้าทายในการจัดการมะเร็งตับและมะเร็งลำไส้ระยะเริ่มต้น ระหว่างวันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2565 ผ่านระบบวิดิโอคอนเฟอร์เรนท์ โดยมีเรืออากาศเอก นพ.เอกสมชาย ธนะสิทธิชัย ผอ.รพ.มะเร็งอุดรธานี , นพ.รวินท์ อิงศิโรรัตน์ รอง ผอ.ด้านการแพทย์ รพ.มะเร็งอุดรธานี นำคณะบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมในพิธีเปิด ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลฯ

นพ.ปราโมทย์ เสถียร์รัตน์ ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 8 กล่าวว่า โรคมะเร็งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่รุนแรงระดับโลก ปัจจุบันความเจริญทางเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้การผ่าตัดรักษาผู้ป่วยมีการพัฒนาไปอย่างมาก ผู้ป่วยมีโอกาสหายและสามารถกลับไปใช้ชีวิตหลังการรักษาได้ใกล้เคียงปกติ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่แพทย์ พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ต้องมีความรู้เกี่ยวกับการรักษาและการผ่าตัดที่เป็นปัจจุบัน และตามทันเทคโนโลยี เพื่อให้สามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การบริการรักษาโรคมะเร็งที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงบริการได้อย่างกว้างขวางจะช่วยผู้ป่วยจำนวนนับไม่ถ้วนจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร และความเท่าเทียมที่มากขึ้นในการดูแลสุขภาพจะเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชน

“ ดังนั้นการจัดโครงการฯ นี้จะทำให้สามารถเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการและความก้าวหน้าด้านการดูแลรักษาโรคมะเร็งให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ทั้งในและนอกสถาบันที่สนใจ อีกทั้งยังเป็นการรวบรวมด้านเทคนิคการผ่าตัดที่มีความทันสมัย โดยศัลยแพทย์และบุคลากรสาขาต่างๆที่มีความเชี่ยวชาญจาก โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานีสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลสกลนคร ซึ่งเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ และจุดประกายการพัฒนาทักษะการทำงานหลายมิติ ทั้งด้านส่งเสริม ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู จากการบรรยาย และการเข้าห้องผ่าตัดจริง ให้เกิดศักยภาพและประสิทธิภาพ ต่อการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อไป “

เรืออากาศเอก นพ.สมชาย ธนะสิทธิชัย ผอ.รพ.มะเร็งอุดรธานี กล่าวว่า ตอนนี้โรคมะเร็งเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด และเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการเสียชีวิตของประเทศไทย พอคนไข้เป็นเยอะก็จะรักษาไม่ได้ สาธารณะสุขเองก็มีนโยบายกระจายความสามารถในการรักษาไปสู่ภูมิภาคให้มากขึ้น รพ.มะเร็งอุดรธานี ก็เป็นศูนย์ในการดูแลคนไข้ที่มีอาการหนัก เราเลยเพิ่มศักยภาพให้กับโรงพยาบาลท้องถิ่นให้มากขึ้น ขณะนี้เราดูแลตั้งแต่การส่งเสริมป้องกันโรค เราเน้นเรื่องนี้มากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคนไข้โชคไม่ดีอยู่ในระยะเริ่มเป็น ก็จะเข้าสู่การคัดกรองและเริ่มการรักษา ซึ่งเมื่อรู้เร็วก็จะมีทางเลือกรักษามากมาย การผ่าตัดก็เป็นวิธีหนึ่ง แต่บางครั้งก็ไม่ต้องผ่าตัดก็ได้ เรามีเครื่องฉายแสงที่ทันสมัยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการให้ยาเคมีบำบัด จนถึงการให้ยาแบบมุ่งเป้า หากเป็นเยอะแล้วเราก็ให้การรักษาแบบเพิ่มคุณภาพชีวิตต่อไปอีก เราเป็นตั้งแต่การส่งเสริมป้องกัน รักษาระยะต้น ระยะปลาย และรักษาร่วมกัน “

ผอ.รพ.มะเร็งอุดรธานี กล่าวอีกว่า รพ.มะเร็งอุดรธานี ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางการรักษาของภูมิภาคอีสานตอนบน นอกจากเรื่องการนี้ เรายังมีเรื่องของแพทย์มุ่งเป้า คือมีการตรวจพันธุกรรม เราได้แบ่งปันศักยภาพในการผ่าตัด ตั้งแต่ระดับเล็ก หรือการผ่าตัดโดยไม่ต้องผ่าตัด อันนี้คือแผนในการพัฒนาบุคลากรภายในและภายนอกด้วย เมื่อก่อนการรักษาของบ้านเราจะเน้นการรักษาหลังจากเป็นแล้ว ปัจจุบันถ้าเป็นไปได้คือไม่อยากให้เป็นเลย หรือถ้าเป็นก็เป็นในระยะเริ่มต้น เพื่อรับการรักษาให้น้อยลงและให้หายขาดได้ เราตั้งเป้าว่าจะพบโรคตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นมะเร็ง การคัดกรองจึงมีความหมายมากในปัจจุบัน

“ วิธีการคือการตรวจเลือดที่ออกในลำไส้ ตรวจจากอุจจาระ ถ้ามีความเสี่ยงก็จะพบเชื้อในเลือด สำหรับมะเร็งตับ ก็จะนำผู้ป่วยมาส่งกล้องดูร่องรอยของโรค วิเคราะห์และรับการรักษาให้เร็วที่สุด ส่วนมะเร็งตับหรือท่อน้ำดีก็จะเป็นตรวจหาไข่พยาธิ์ใบไม้ในตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคนี้ คัดกรองและรับการรักษาต่อไป กลุ่มนี้หากพบความเสี่ยงก็จะมาตรวจคัดกรองให้บ่อยขึ้น เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคได้ในอนาคต การอบรมในวันนี้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพของบุคลากรให้มีความรู้ความชำนาญในการรักษาโรคให้มากขึ้น ลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรค ลดการเจ็บป่วยหนัก ลดการเสียชีวิตของผู้ป่วยต่อไป “

บทความก่อนหน้านี้ปี 65-68 อุดรรับสิทธิ์จัด “เลอแท็ฟ ตูร์เดอฟร้องส์” 2 สนาม
บทความถัดไปเริ่มศึกษาทางต่างระดับ 3 แยกเข้าสนามบินอุดรฯ