เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 มกราคม 2564 ขณะที่ ร.ต.อ.อธิวัฒน์ ดนัยสุระพัฒน์ รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี รับแจ้งออกสอบสวนเหตุเพลิงไหม้ บ้านเลขที่ 38 ม.12 บ้านเทื่อม ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ และลุกลามไหม้บ้านเรือนที่อยู่ติดกันอีก 2 หลัง มีรถดับเพลิง อบต.เขือน้ำ ฉีดน้ำสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม แต่ด้วยบ้านต้นเพลิงและบ้านที่อยู่ติดกัน ทั้งหมดเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีลมกรรโชกแรงทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว

นายสามารถ หมั่นนอก นอภ.บ้านผือ นายองอาจ จันทรมณี ปลัด อ.บ้านผือ พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.บ้านเทื่อม พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.บ้านผือ รถดับเพลิง อบต.เทศบาลตำบลบ้านผือ , ทต.คำบง , อบต.หนองหัวคู อ.บ้านผือ , อบต.บ้านขาว และอบต.นากว้าง อ.เมือง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงรวม 6 คัน ร่วมสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม เนื่องจากอยู่ในชุมชนที่มีบ้านเรือนติดกันจำนวนมาก ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ เผาผลาญบ้านเรือนไป 3 หลัง ความเสียหาย 2 ล้านบาท

สอบสวนที่เกิดเหตุเบื้องต้น คาดว่าเป็นไฟฟ้ารัดวงจร เนื่องจากบ้านต้นเพลิงสร้างมา 20 ปี บนชั้นสองสร้างด้วยไม้ และไม่เคยเปลี่ยนสายไฟฟ้า อย่างไรก็ตามจะได้ให้พิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทางอำเภอได้เตรียมให้การช่วยเหลือ บ้านที่เกิดไฟไหม้ทั้ง 3 หลังๆละ 45,900 บาท และจะประสานรายงานไปทางจังหวัด เหล่ากาชาด เพื่อเข้ามาให้การช่วยเหลือผู้ประสพอัคคีภัยต่อไป

นางบุญจันทร์ ศรรุ้ง อายุ 64 ปี เจ้าของบ้านต้นเพลิงเล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังอาบน้ำ ได้ยินเสียงดัง “ตุ๊บ” อยู่บนชั้นสอง จึงออกมาจากห้องน้ำ แหงนมองขึ้นไปเห็นไฟกำลังไหม้ ที่นอน หมอน มุ้ง และเสื้อผ้าในตู้ จึงวิ่งออกมาร้องให้คนช่วย และให้แจ้งรถดับเพลิงด้วย กว่ารถดับเพลิงจะมาถึง ไฟก็ลามไปไหม้บ้านญาติข้างๆแล้ว โดยตนถูกไฟลวกที่ต้นแขนซ้าย และมือด้านขวา เพราะวิ่งฝ่าเพลิงเข้าไปเอากระเป๋าเงินในบ้าน

“ ตอนเช้ามืดออกไปกรีดยางที่สวน กลับมาบ้านช่วงสาย กินข้าวอาบน้ำเตรียมนอนพักผ่อน แต่ยังไม่ได้นอนพัก ก็มาเกิดเหตุไฟไหม้บ้านเสียก่อน และมั่นใจว่าต้นเพลิงอยู่ที่สะพานไฟฟ้า ที่ติดตั้งบนชั้นสองของบ้าน เพราะบ้านของตนสร้างมา 20 ปี ไม่เคยเปลี่ยนสายไฟฟ้าเลย และที่บ้านของตนเองก็ติดระบบตัดไฟฟ้าลัดวงจรแบบอัตโนมัติ แต่ระบบไม่ยอมตัด คาดว่ามีอายุการใช้นานเหมือนกัน ”