นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ภาคเอกชนอุดรธานีไม่ได้ขัดข้อง การที่ บ.ท่าอากาศยานไทย จก.(มหาชน) จะเข้ามาบริหารท่าอากาศยานอุดรธานี ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดคุยกันมานาน เริ่มตั้งแต่การจะโอนสถานบินให้โดยตรง ส่งผลให้แผนการพัฒนาท่าอากาศอุดรธานี ตามมติ ครม. และกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เตรียมไว้ต้องถูกชะลอออกไป เมื่อมีความชัดเจนในข้อกฎหมาย ว่าไม่สามารถโอนให้กันได้ แผนพัฒนาก็ถูกนำขึ้นมามาปัดฝุ่นใหม่

“ การที่ผู้บริหาร ทอท. ออกมาให้สัมภาษณ์ แม้จะไม่สามารถโอนสนามบินมาได้ แต่ยังคงเสนอตัวเข้ามาบริหาร ท่าอากาศยานอุดรธานีใน 2 รูปแบบ คือ 1.แบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture หรือ JV) และ 2.ตั้งบริษัทนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle หรือ SPV) ซี่งเอกชนอุดรธานีก็ไม่ขัดข้องเช่นกัน แต่ขอให้ขับเคลื่อนแผนพัฒนาสนามบินต่อเนื่อง ไม่อยากให้เกิดปัญหาเหมือนครั้งก่อน เพราะจะส่งผลเสียต่ออุดรธานี ”

ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานอุดรธานี มีอาคารผู้โดยสาร 2 อาคาร สามารถรองรับผู้โดยสาร 3.4 ล้านคนต่อปี ก่อนมีสถานการณ์โควิดมีผู้โดยสาร 2.7 ล้านคนต่อปี หลังจากสถานการณ์ดีขึ้นก็มีผู้โดรสารเพิ่มต่อเนื่อง ทย.มีแผนพัฒนาไว้แล้ว คือการสร้างอาคารหลังที่ 3 และอาคารจอดรถ จะต้องเริ่มก่อสร้างในอีก 2 ปี เพื่อให้เสร็จทันการเติบโต นอกจากนี้หาก ทอท.หรือใครเข้ามาบริหาร ขอให้พิจารณาการลงทุนของนักธุรกิจท้องถิ่น ที่ทำธุรกิจอยู่ในพื้นที่ของสนามบินด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ทอท. จะเช่าบริหารสนามบิน ทย. 3 แห่ง คือ ท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ และท่าอากาศยานอุดรธานี เบื้องต้นจะเริ่มที่ท่าอากาศยานอุดรธานี ซึ่งถือเป็นฮับสำคัญของภาคอีสาน ก่อนเกิดโรคโควิด-19 มีผู้โดยสารมาใช้บริการปีละ 2.7 ล้านคน จำนวนนี้พบว่าเป็นผู้โดยสาร เดินทางจากต่างประเทศมาต่อเที่ยวบิน 25 -26% หรือราว 6 แสนคน ทำให้ทอท. ประเมินความต้องการหากเปิดเส้นทางบินใหม่ บินตรงจากต่างประเทศมายังอุดรธานี คาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทาง 2.5 แสนคนต่อปี…..