เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน 2565 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายงัดบ้านเรือนประชาชนเข้าไปขโมยพระเครื่อง เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 359 ม.3 บ.วัวข้อง ต.บ้ายเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งเหตุ พ.ต.ต.วัฒพงศ์ จำนงอุดม สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ,พ.ต.ต. บรรจง พาโคตร สว.สืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ,ร.ต.อ.บรรเทิง ทัพโยธา รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ,ร.ต.อ.ศุภชัย เหลือล้น รอง สวป.สภ.เมืองอุดร รุดไปตรวจสอบ โดยมีนายนายพงษ์ชิต สุทธิวงศ์ อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน นำเจ้าหน้าตำรวจที่ชี้จุดเกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุอยู่ท้ายซอยวัดอินทาราม บ.วัวข้อง เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูงมีรั้วรอบขอบชิด ที่หน้าต่างไม้ข้างบ้านมีร่องรอยการถูกงัดด้วยของแข็งปลายแหลม กลอนไม้หน้าต่างที่อยู่ภายในพังเสียหาย มีเศษกลอนไม้ตกอยู่ที่พื้น ตรวจสอบภายในห้องเก็บของที่ติดกับห้องนอน พบว่าถาดพระพุทธรูปและพระเครื่องถูกขโมยหายไป แต่ของมีค่าอื่นๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า กีต้าร์ไฟฟ้า คนร้ายไม่ได้สนใจ ไม่มีการรื้อค้นในบริเวณอื่น ที่บริเวณรั้วข้างหลังบ้านมีร่องรอยการปีนเข้าไปภายใน คาดว่าเป็นเส้นทางที่คนร้ายเข้าไปขโมยของและหลบหนี ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด

นายนายพงษ์ชิตฯ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ธกส.สาขา อ.หนองแสง หลังจากเกษียณ ก็มาพักที่บ้านหลังนี้ ซึ่งเป็นของน้องสาว ตนมาดูแลให้ระหว่างที่กำลังประกาศขายบ้าน ก่อนเกิดเหตุตนออกไปทำธุระนอกบ้านตั้งแต่ช่วงเวลา 08.00 น. กลับบ้านช่วงเวลา 11.00 น. นอกบ้านไม่มีอะไรผิดสังเกต แต่พอเปิดประตูบ้านเข้าไป ตนได้เดินเหยียบเศษไม้ จึงก้มลงไปดูก็พบว่าเป็นกลอนหน้าต่างที่หลุดลงมา ตรวจสอบที่หน้าต่างก็พบว่าถูกงัดจนพังเสียหาย ตรวจสอบทรัพย์ภายในบ้านก็ไม่มีอะไรหายไป มีเพียงพระพุทธรูปและพระเครื่องหายไปเท่านั้น ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนตุลาคม 2561 บ้านหลังนี้ก็เคยถูกงัดและถูกขโมยพระเครื่องไปแล้วครั้งหนึ่ง ห่างไปไม่ถึงเดือนคนร้ายก็ถูกจับได้ พร้อมของกลางเป็นพระเครื่องจำนวนมาก

“ มาวันนี้ก็มาถูกคนร้ายงัดบ้านเข้าไปขโมยพระเครื่องอีกครั้ง แปลกใจอยู่ว่าทำไมคนร้ายถึงไม่สนใจของมีค่าอื่นๆเลย คิดว่าคงจะเป็นคนร้ายคนเดิมที่เคยเข้ามาก่อเหตุที่นี่ เพราะคนร้ายมุ่งตรงไปที่ถาดพระเครื่องที่วางไว้หลังตู้เสื้อผ้าในห้องเก็บของ พระที่หายไปทั้งหมด เป็นพระพทุธรูปพระพุทธโสธร ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว และพระเครื่องที่เป็นพระผงและเหรียญอีกประมาณ 30 องค์ มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 หมื่นบาท เหลือเพียงถาดสังกะสีที่คนร้ายทิ้งไว้ในป่าหลังบ้าน อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้ให้ได้ ตนอยากได้พระเครื่องคืน และไม่อยากให้คนร้ายไปก่อเหตุที่อื่นอีก เพราะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น หากเป็นเด็กหรือผู้หญิงก็คงจะอันตรายไม่น้อย หากคนร้ายลงมือทำร้ายประสงค์ต่อทรัพย์ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ”

พ.ต.ต. บรรจง พาโคตร สว.สืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าคนร้ายเข้ามาก่อเหตุกี่คน ได้เก็บลายนิ้วมือแฝงตามจุดต่างๆ ไว้เพื่อตรวจสอบ จากพยานที่เป็นชาวบ้านข้างเคียงเล่าว่าเห็นคนร้ายเป็นชาย 1 คน สวมเสื้อสีแดง ถูกสุนัขที่เจ้าของบ้านเลี้ยงไว้ 4 ตัว ไล่กวดไปทางคลองดาน ซึ่งสามารถหลับหนีไปตามเส้นทางอื่นได้อีก หลังจากนี้จะไล่ตรวจเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดภายในชุมชนและถนนหลักที่เป็นทางเข้าออกในซอยนี้ คิดว่าคงจะติดตามตัวได้ไม่ยากเพราะคนร้ายก่อเหตุในเวลากลางวัน และจากพฤติการณ์ตำรวจเองก็มีกลุ่มเป้าหมายอยู่แล้ว ซึ่งจะได้เร่งติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้กรอ.หนุน“อุดรธานีเมืองทางการแพทย์”
บทความถัดไปรวบทันควันทหารวิ่งราวร้านทองสารภาพหาเงินใช้หนี้