กรมทางหลวงจัดเวทีชี้แจง ขยายถนนวงแหวนตะวันออก เปลี่ยนแอสฟัลต์ 4 เลน เป็นคอนกรีต 6 เลน 7.2 กม. ใช้เวลาราว 3 ปี ที่เหลือ 2.7 กม.ทำ อีไอเอ.ของบทำต่อเนื่อง ชาวบ้านห่วงระยะเวลานาน จะกระทบการการค้าขาย ช่วยหาทางแก้ไข

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ธันวาคม 2563 ที่ห้องประชุมโพนทอง ชั้น 3 สนง.เทศบาลตำบลหนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญญพืช รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานเปิดการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำปี 2563 โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 216 ถนนวงแหวนรอบเมืองอุดรธานี (ด้านตะวันออก) ตอน แยกจุดตัด ทล.2 แยกจุดตัด ทล.22 มีนายกฤษดา ผดุงขันธ์ วิศวกรโยธาชำนาญการ สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง นำคณะเจ้าหน้าที่ร่วมให้ข้อมูลโครงการฯ มีประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือพักอาศัยอยู่ใกล้โครงการฯเข้าร่วมการประชุมประมาณ 50 คน

นายกฤษดาฯ วิศวกรโยธาชำนาญการ สำนักสำรวจและออกแบบ เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นการก่อสร้างต่อเนื่องกับโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับ บายพาสหนองคาย ยาวไปจนถึงถนนรอบเมือง ก่อนถึงแยกบายพาสขอนแก่น จุดสิ้นสุดบริเวณแนวเขตของ ทต.หนองบัว ปัจจุบันเป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร มีปริมาณการจราจรเฉลี่ย 22,533 คัน/วัน เป็นรถบรรทุกหนัก 14.26 % จำเป็นต้องมีการพัฒนาแนวเส้นทางดังกล่าว เพื่อให้สามารถรองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างภูมิภาค เป็นประโยชน์ต่อประเทศต่อไป

“ โครงการนี้จะก่อสร้างขยายเพิ่มช่องจราจร 6 เลน ระหว่าง กม. 17+392 ถึง กม. 24+554 ระยะทางรวม 7.162 กม. งบ 440 ล้านบาท เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่ง ให้มีความสะดวกปลอดภัยและรวดเร็ว เพิ่มขีดความสามารถรองรับ ปริมาณการจราจรและการขนส่ง และเป็นโครงข่ายตามแผนงานบูรณาการพัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ทางเป็นผิวคอนกรีตหนา 28 ซม. เกาะกลางเป็นรูปแบบแบริเออร์ ช่องจราจรกว้าง 3.50 ม. ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.50 ม. ส่วนจุดกลับรถจะสร้างเลนเร่งความเร็ว ไว้ทุกจุดเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น ”

นายกฤษดาฯ เปิดเผยอีกว่า เดิมได้เสนอปรับปรุงไว้จนสุดแยกบายพาสขอนแก่น ระยะทาง 9.9 กม. เสนอไป 600 ล้านบาท แต่ติดปัญหาว่าอยู่ในรัศมีพื้นที่โบราณสถาน (เจดีย์ร้าง วัดโยธานิมิตร) จึงไม่สามารถดำเนินการทั้งหมดได้ โดยจะเร่งทำ TOR ให้ทันภายในมกราคม 2563 หลังจากนั้นจะเร่งหาผู้รับจ้าง แล้วจะมีการประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนอีกครั้ง คาดว่าระยะเวลาดำเนินการก่อสร้างจะไม่เกิน 3 ปี ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 2 กม. ระหว่างนั้นก็จะเร่งทำ EIA และเสนอโครงการให้ต่อเนื่องกันทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ประชาชนที่เข้าร่วมการประชุมได้แสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ กังวลเรื่องระยะเวลาการก่อสร้างที่อาจจะยาวนานเกินไป อาจจะกระทบกับการสัญจรในเส้นทาง กระทบกับห้างร้านที่อยู่ริมสายทางในการค้าขาย โดยเฉพาะจุดเริ่มต้นโครงการฯ ที่เป็นรอยต่อกับโครงการแยกต่างระดับบายพาสหนองคายที่พึ่งสร้างเสร็จ ประชาชน ร้านค้าที่อยู่บริเวณนั้นระบุว่า 3 ปีที่สร้างอุโมงค์และสะพานข้ามก็เดือดร้อนมากพอแล้ว อยากให้โครงการฯวางแผนให้ดี วางแผนให้กระชับและสั้นที่สุด