เมื่อเวลา 17.15 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2563 พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ควบคุมตัว นายประครอง ลั่นทมเหลือง อายุ 65 ปี นายสุรศักดิ์ สินทร อายุ 26 ปี และ น.ส.อนุสรณ์ จันดาหาร อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 331 หมู่ 1 ซอยบ้านหนองบัว ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังถูกตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี จับกุมในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” พร้อมของกลาง ตู้เติมเงิน บุญเติม กระปุก และเติมสบายดี จำนวน 8 ตู้ สามล้อเครื่อง 1 คัน อุปกรณ์งัดแงะ ไขควง 1 อัน ประแจ 4 ตัว อุดรธานี โดยจับได้ที่กระท่อมภายในสวน บ้านสามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี

โดย พล.ต.ต.พิษณุฯ ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ นำชี้จุดที่งัดและลักตู้เติมเงิน และจุดนำถอดน็อตยกตู้เติมเงินขึ้นรถสามล้อสกายแลป ขนไปงัดเอาเงินในตู้แล้วนำตู้ไปทิ้ง ตามสถานที่ต่างๆ ตั้งแต่วันที่ก่อเหตุวันที่ 8 สิงหาคม จนถึง วันที่ 16 สิงหาคม รวม 15 แห่ง โดยคนร้ายได้เงินไปทั้งหมดประมาณ 30,000 บาท

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ห้วงเดือนสิงหาคม 2563 ตำรวจได้รับแจ้งเหตุงัดตู้เติมเงินตามร้านค้าและร้านขายของชำตามหมู่บ้าน ประมาณ 20 ตู้ โดยคนร้ายได้ยกเอาทั้งตู้ 7 แห่ง และงัดเอาเงิน 8 แห่ง จำไม่ได้อีก 5 แห่ง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านและประชาชน จึงสั่งการให้ ตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งจากตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าคนร้ายมีทั้งหมด 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ขี่รถสามล้อเครื่องมางัดตู้เติมเงิน ตำรวจจึงสืบสวนหาตัว จนทราบว่าทั้งหมดเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ที่มีอาชีพรับจ้างเฝ้าบ้านสวนที่ บ้านสามพร้าว จึงเข้าจับกุม

พล.ต.ต.พิษณุ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า เป็นพ่อตา ลูกเขย และลูกสาว ร่วมกันก่อเหตุงัดตู้เติมเงินจริง โดยนายประครอง พ่อตาให้การว่า มีอาชีพขายลูกโป่งสวรรค์แฟนตาซีตามงานวัด งานสวนสนุก แต่หลังจากโควิด-19 ระบาดทำให้ไม่มีงาน จึงไม่มีรายได้มาใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่ง นายสุรศักดิ์ ที่เป็นลูกเขยเคยถูกจับข้อหา “ลักทรัพย์” ลักแบตเตอรี่รถยนต์ ออกจากคุกมาได้ 9 เดือน จึงได้ชักชวนพ่อตาและเมียตระเวนงัดตู้เติมเงินในเขต อ.เมืองอุดรธานี

โดยคนร้ายทั้ง 3 คน ร่วมกันก่อเหตุมาตั้งแต่วันที่ 8-16 สิงหาคม 2563 รวม 20 ตู้ ซึ่งคนร้ายจะดูว่าตู้ติมเงินตู้ไหนงัดได้ ก็จะงัดเอาเฉพาะเงินรวม 7 ตู้ ตู้ไหนที่งัดไม่ได้ก็จะขันน๊อตยึดเครื่องออก แล้วยกตู้ไปงัดเอาเงินในที่ลับตาผู้คนรวม 8 ตู้ เมื่อได้เงินแล้วก็จะนำตู้เติมเงินไปทิ้งที่คลองท้ายเขื่อนบ้านจั่น 1 ตู้ คลองข้างร้านสะดวกซื้อบ้านจั่น 1 ตู้ ข้างโรงฆ่าสัตว์เทศบาลนครอุดรธานี ที่บ้านดอนภู่ ต.หนองใส อ.เมือง 3 ตู้ หลังสนามบิน 2 ตู้ และบ้านหนองนาหล่ำ 1 ตู้ เงินที่ได้จะนำไปใช้จ่ายในครอบครัว หลังเงินหมดก็จะกลับมาก่อเหตุอีก กระทั่งมาถูกจับได้พร้อมของกลาง

“ ผู้ต้องหาเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพ่อตา ลูกสาว และลูกเขย ทั้งหมดรับสารภาพ เงินที่ได้นำไปใช้จ่าย ส่วนสาเหตุที่เลือกตู้เติมเงิน เพราะส่วนใหญ่ตู้จะตั้งอยู่ในที่ไม่เหมาะสม มืด เปลี่ยว ไม่มีคนระวัง มีประกันภัย ง่ายต่อการก่อเหตุ จึงอยากให้ผู้ประกอบการ จัดวางตู้ให้เหมาะสม เพราะคนร้ายจะไม่กล้าก่อเหตุ ส่วนหลักฐานที่มัดตัวคนร้าย คือ ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะลงมือก่อเหตุ ทั้งของราชการและเอกชน ซึ่งเป็นหลักฐานที่คนร้ายดิ้นไม่หลุดและยอมเปิดปากรับสารภาพ หลังจากนี้จะควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป ”……