ในช่วงงานเฉลิมฉลองวันก่อตั้งเมืองอุดรธานี 18 มกราคมของทุกปี ชาวอุดรธานีก็จะได้ยนต์โฉม “ดอกทองกวาว” หรือภาคอีสานเรียนกว่า “ดอกจาน” ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นดอกสีแสดสด บางต้นอาจจะมีอ่อนลงมา ไปจนถึงดอกสีเหลือง ซึ่งอุดรธานีได้ยกเอาดอกทองกวาว เป็นดอกไม้ประจำ จ.อุดรธานี เมื่อครั้งการเฉลิมฉลองเมืองอุดรธานี 100 ปี ส่วนต้นไม้พระราชทาน ประจำจังหวัดอุดรธานี คือ “ต้นรัง”

วันที่ 18 มกราคม ร.ศ.112 พลตรีพระเจ้าบรมวงษ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ขณะดำรงพระยศ “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม” เคลื่อนไพร่พล ตลอดจนกองทหาร จากริมแม่น้ำโขง จ.หนองคาย มาถึงบ้านเดื่อหมากแข้ง ตามข้อตกลงในสนธิสัญญา ร.ศ.112 กับประเทศฝรั่งเศส ห้ามเรามีกองทัพห่างแม่น้ำโขง 25 กม. ด้วยพระปรีชาได้ตัดสินใจ เลือกบ้านเดื่อหมากแข้งเป็นที่ตั้งกองทหาร เวลาผ่านไปบ้านเมืองเติบโตต่อเนื่อง เป็นศูนย์กลางของภาคอีสานตอนบน และกำลังจะเป็น “ฮับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง”

มีข้อความบางตอนในจดหมาย ของกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม กราบบังคมทูลกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ถึงความคืบหน้าการเคลื่อนย้ายกองทหาร ลงมาทางทิศใต้ของ จ.หนองคาย มาตามทางที่พระองค์เรียนว่า “ถนนรัชดาพิเภก” เมื่อมาถึงบ้านเดื่อหมากแข้ง พบมีความเหมาะสมตั้งกองทหาร เพราะทั้งเป็นศูนย์กลาง มีแหล่งน้ำธรรมชาติ และตั้งรับทหารฝรั่งเศสได้ทัน โดยระบุในช่วงหนึ่งว่า “ระหว่างเคลื่อนกองทหาร พบเห็นดอกทองกวาว สวยงามตลอดเส้นทาง

ทำให้ในงานเฉลิมฉลองเมืองอุดรธานี 100 ปี ได้เปลี่ยนสีชุดรำบวงสรวงจากหลากสี มาเป็นชุดรำด้วยเสื้อแขนกระบอกสีแสด และร่วมกันเริ่มรณรงค์ ปลูกต้นทองกวาว ตามสถานที่ราชการ , สองข้างทาง , สวนสาธารณะ และสถานที่ต่างๆ ทั้งการใช้วิธี “ล้อม” ต้นทองกวาวจากหัวไร่ปลายนา เข้ามาปลูกในสนามทุ่งศรีเมือง และประตูสอง กองบิน 23 อุดรธานี

นอกจากนี้ยังปลูกด้วยต้นกล้า โดยเฉพาะในปี 2537 สมัยนายเฉลิมพล สนิทวงษ์ชัย ขณะดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ได้เชิญชวนบริษัทประกันภัย ประกันชีวิต ใน ร่วมกันปลูกต้นไม้ริมถนนวงแหวน ด้านริมคลองระบายน้ำรอบเมืองอุดรธานี ประกอบด้วย ต้นทองกวาว ต้นคูณ หลังจากที่ดูแลในช่วงแรก พอต้นไม้สามารถยืนต้นได้ และเติบโตมานถึงปัจจุบัน ในสภาพขาดการเอาใจใสอย่างจริงจัง

วันนี้…. “ต้นทองกวาว” อายุราว 25 ปี ที่ถูกปลูกลักษณะ 2 แถว ตั้งแต่ทางแยกสามพร้าว มาจนถึงหน้า สนง.ประปา เขต 7 อุดรธานี ระยะทางมากกว่า 3 กม. บางจุดมีเพียง 1 ต้นตามสภาพถนน รวมประมาณ 443 ต้น ต้นสมบูรณ์โตราว 100-200 ซม. ได้พลิดอกจนบานแล้ว 20 เปอร์เซนต์ สีสันสวยงามเป็นที่ประทับใจ และกำลังพลิยอดดอกอีกเท่าๆกัน ซึ่งกำลังรอดอกบานเพิ่มเติม ต้นที่เหลือยังไม่มีท่าทีจะออกดอก

ขณะที่น่าเป็นห่วง คือ สภาพต้นทองกวาว ขาดการเอาใจใส่ดูแล ล้มตายไปจนไม่เห็นตอ , กำลังยืนต้นตาย , หักโค่นกำลังแตกใบใหม่ , แคะแกนมีความโตไม่ถึง 30 ซม. เป็นจำนวนมาก และเกือบทุกต้นมีแมลงกัดกิน โดยเฉพาะ “ปลวก” บางต้นมีสภาพรุนแรง การตัดแต่งกิ่งยังขาดความชำนาญ หากได้รับการเอาใจใส่ดูแลถูกวิธี อุดรธานีอาจจะมี “ถนนดอกทองกวาว” ระยะทางกว่า 3 กม. บานให้ผู้คนได้ยนต์โฉม ในช่วงวันเฉลิมฉลองวันต่อตั้งเมืองอุดรธานี

“ต้นทองกวาว” อายุราว 25 ปี บริเวณนี้ เป็นกลุ่มต้นทองกวาวขนาดใหญ่ มากที่สุดของ จ.อุดรธานี และยังปลูกขึ้นด้วยต้นกล้า หากได้รับการปลูกเสริม และดูแลให้ถูกต้อง จะทำให้ต้นดอกทองกวาว ออกดอกในเวลาใกล้เคียงกัน อีกทั้งจะเป็นพื้นที่สีเขียว อีกแห่งของเมืองอุดรธานี …..