หนุ่มจากทุ่งฝนอุดรธานี ไม่กลับไทยแม้ป่วยหลายโรค หนีแทคเร่ขายแรงงานหาเงิน ส่งให้แม่พิการขาสขาด พ่อป่วยมะเร็งลำไส้ สุดท้ายต้องจบชีวิตอยู่ต่างแดน แรงงานไทยในอิสราเอลไม่ทิ้งกัน ปั่นสองล้อออกแจ้งข่าว เรี่ยไรเงิน 140,000 บาท เตรียมส่งศพกลับบ้าน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2565 นายสมหมาย สิงห์น้อย เจ้าพนักงานแรงงานชำนาญงาน สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางมายังบ้านเลขที่ 145 ม.1 บ.โพธิ์ ต.นาชุมแสง อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ได้พบกับนางลำดวล วงษ์พุฒิ อายุ 61 ปี หญิงพิการขาซ้ายขาด และนายเสถียร วงษ์พุฒิ อายุ 68 ปี สองสามีภรรยา ร้องเรียนขอความช่วยเหลือเหตุบุตรชาย คือ นายโชคชัย หรือกบ วงษ์พุฒิ อายุ 41 ปี เสียชีวิตขณะไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล โดยมีผู้ใหญ่บ้าน เพื่อนบ้าน เดินทางมาให้กำลังใจ และติดตามความคืบหน้า

นางลำดวล วงษ์พุฒิ แม่นายโชคชัย หรือกบ เปิดเผยว่า มีลูกชาย 2 คน คนโตคือนายกบฯที่เสียชีวิต จบเพียง ป.6 ไปทำงานประเทศใต้หวัน ตั้งแต่อายุยังน้อย จนมีเงินมาสร้างบ้านหลังนี้ กลับมาไม่นานก็ไปอิสราเอล กลับมาเยี่ยมบ้านครั้งเดียวปี 59 จากนั้นก็กลับไปอีกจนหมดสัญญา ก็ยังทำงานต่อกันนายจ้างอื่น ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ค่อยส่งเงินมา หลังจากป่วยจนหมดสติ และพบป่วยหลายโรคทั้ง เบาหวาน , หัวใจ , เส้นเลือดสมองตีบ , ขาลีบ และอื่น ๆ ทำงานหนักไม่ได้ต้องเปลี่ยนงานเร่ร่อนไปเรื่อย

“ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา นางกุ้งฯอดีตแฟนลูกชาย ติดต่อผ่านญาติว่าลูกชายเสียชีวิต ด้วยอาการหัวใจล้มเหลว ทำให้โทรศัพท์ติดต่อกันได้ ทั้งกับนางกุ้ง , ลามชาวไทย และสถานทูต ทุกคนพยายามช่วยนำศพกลับบ้าน แต่เราก็ไม่มีเงินเป็นค่าใช้จ่าย เขาก็ช่วยกันเรี่ยไร่เงินจากแรงงานไทย ที่ทำงานอยู่ตามโมชาป(สวนเกษตร)ต่าง ๆ โดยนางกุ้งฯปั่นจักรยานไปแจ้งข่าว เมื่อวานรับแจ้งว่าได้เงินครบแล้วราว 140,000 บาท ทางสถานทูตเตรียมส่งศพกลับบ้าน เมื่อศพถูกนำขึ้นเครื่องบิน จะโทรแจ้งมาอีกครั้ง ซึ่งศพจะถูกส่งถึงบ้านที่ อ.ทุ่งฝน จ.อุดรธานี ไม่ต้องมารับศพที่สนามบิน ”

นางลำดวล วงษ์พุฒิ แม่นายกบฯ เล่าว่า เราเป็นครอบครัวชาวบ้านทั่วไป เมื่อตนและสามีไปทำงานก่อสร้าง จ.ภูเก็ต ประสบอุบัติเหตุขณะย้ายไซด์งาน แพทย์จำเป็นต้องตัดขาซ้ายทิ้ง เป็นคนพิการกลับมาอาศัยอยู่บ้าน ลูกชายคนโตต้องไปทำงานใต้หวัน ส่งเงินมาช่วยเหลือครอบครัว และส่งน้องเรียนจนจบ ปวส. ได้ไปทำงานในโรงงานแถวภาคตะวันออก ลูกชายคนโตก็ยังไปต่างประเทศ ขณะที่สามีป่วยเป็น “มะเร็งลำไส้” ลูกชายคนเล็กก็ต้องกลับบ้าน มาในช่วงการระบาดโควิด-19 ต่อเนื่องมาจนถึงมาเสียลูกชายคนโต ที่ทั้งชีวิตทำงานหาเงินอยู่ต่างประเทศ จนต้องมีเสียชีวิตในต่างประเทศ

นางลำดวล วงษ์พุฒิ ได้ยกมือไหว้เหนือศีรษะ กล่าวว่า ครอบครัวเราไม่มีเงินมีทอง พอจะเอาศพลูกชายกลับบ้าน ที่อิสราเอลไม่มีการเผาศพ ต้องฝังเพียงอย่างเดียวก็ต้องใช้เงิน แรงงานไทยที่อิสราเอลบอกว่า คนไทยด้วยกัน ไม่แล้งน้ำใจ จะช่วยกันส่งศพกลับบ้าน ขอเป็นตัวแทนครอบครัวขอบคุณทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ขอให้ทุกคนเจริญก้าวหน้า ขอให้ไม่เจ็บไม่ไข้ ดีใจที่ทุกคนช่วยเหลือ ขอให้ได้บุญกลับไปเยอะๆ

นายสมหมาย สิงห์น้อย เจ้าพนักงานแรงงานชำนาญงาน กล่าวว่า เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ ครอบครัวแรงงานที่เสียชีวิต อีกทั้งเพื่อสอบถามความคืบหน้า และความต้องการที่จะให้ช่วยเหลือ ตลอดจนคำแนะนำระเบียบต่าง ๆ เบื้องต้นรับแจ้งว่าขั้นตอนการนำศพกลับบ้าน ได้รับความช่วยเหลือจากสถานฑูต ตลอดจนเพื่อน แรงงานชาวไทย มีแผนการนำศพกลับมาเร็วๆนี้ เหลือเพียงเที่ยวบินเท่านั้น ซึ่งช่วงนี้เที่ยวบินยังมีไม่มาก จากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19

“ สนง.จัดหางานอุดรธานี รับปากจะติดตามเรื่องเงินกองทุนฯ ที่ผู้ตายเคยเป็นสมาชิกกองทุน และได้ขาดสมาชิกไปตั้งแต่ หมดสัญญากับนายจ้างเดิม 5 ปี 3 เดือน ผู้ตายอยู่สถานะแรงงานผิดกฎหมาย โดยจะดูว่ากองทุนฯมีช่องทางจะช่วยเหลือได้หรือไม่ และรับปากประสานแรงงานอุดรธานี ตรวจสอบสวัสดิการของผู้ตาย ในช่วงที่มีสัญญากับนายจ้างเดิม มีเงินสวัสดิการหรือที่เรียกว่าเงินวีซูอิน มีการจ่ายให้ผู้ตายไปหรือยัง หลังจากหมดสัญญาไปแล้ว หากยังไม่จ่ายก็น่าจะขอเงินส่วนนี้ได้ ”

นายสมหมาย สิงห์น้อย เจ้าพนักงานแรงงานชำนาญงาน ตอบข้อซักถามว่า ผู้ตายเดินทางไปทำงานถูกกฎหมาย แต่เมื่อหมดสัญญาก็ไม่ยอมกลับ แต่เลือกไปทำงานกับนายจ้างอื่น หรือที่เรียกว่า “หนีแทค” ถือเป็นปัญหาหนึ่งที่อิสราเอล เพราะไปทำงานไม่ต้องสอบ เป็นการสุ่มเลือกของคอมพิวเตอร์ , เป็นงานหนักแต่มีค่าตอบแทนสูงมาก และมีอายุการทำงานรวมไปเกิน 5 ปี 3 เดือน จะกลับไปทำงานรอบที่ 2 ไม่ได้ จึงมีแรงงานบางส่วนหนีแทค ซึ่งจะไม่เป็นผลดีหากเกิดกรณีแบบ “นายกบ”

บทความก่อนหน้านี้ลูกคลั่งควงมีดจะฟันพ่อสุดทนคว้าปืนแก็ปยิงสวนดับอนาถ
บทความถัดไปสยบคลั่งยิงปืนช็อตไฟฟ้าหนุ่มหลอนยาพังศาลหลักบ้าน