เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 13 สิงหาคม 2565 ร.ต.อ.เสถียร วงศ์หาจักร รอง สว.สอบสวน สภ.กุดจับ ได้รับแจ้งเหตุพ่อใช้อาวุธปืนแก็ปยิงลูกชายเสียชีวิต ที่บริเวณถนนในหมู่บ้าน ก่อนถึงบ้านเลขที่ 144 บ.หนองเม็ก ม.13 ต.ขอนยูง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี จึงพร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.กุดจับ กู้ชีพ อบต.ขอนยูง และอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี จุดกุดจับ รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนลูกรังระหว่างหมู่บ้านกับบ้านสวนหลังที่เกิดเหตุ พบศพนายประพันธ์ ไพรพฤกษ์ อายุ 37 ปี นอนคุกเข่าคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนขายาว ในมือขวามีมีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต อยู่ในมือ มีสายรัดยางยืดมัดไว้อย่างแน่นหนา มีร่องรอยถูกยิงด้วยลูกปลาย 1 นัด เข้าที่แขนซ้าย ทะลุเข้าหน้าอกซ้าย ทะลุออกหลัง และนายสมพัฒน์ ไพรพฤกษ์ อายุ 57 ปี พ่อของนายประพันธ์ฯ ผู้ตาย รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนแก็ปยาว ยิงลูกชายจนเสียชีวิต ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งน้ำตา ไม่ได้หลบหนีไปไหน

ต่อมาเมื่อเวลา 12.30 น. ที่ สภ.กุดจับ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ,พ.ต.อ.หฤกษ์ คำชุมพล ผกก.สภ.กุดจับ ,พ.ต.ท.สนั่นชัย มอไทสง รอง ผกก.สอบสวน ,พ.ต.ท.ปิลันท์ ศรีสถาน สว.สืบสวน ,พ.ต.ต.พนม แสนทอง สวป. นำตัวนายสมพัฒน์ ไพรพฤกษ์ ผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยมีนายสุภาพ ดานะ อายุ 52 ปี ผู้ใหญ่บ้านหนองเม็ก และนางสมหมาย ไพรพฤกษ์ อายุ 60 ปี ภรรยาของผู้ก่อเหตุและแม่ของผู้ตายมาร่วมให้ปากคำเพิ่มเติม

นายสมพัฒน์ฯ เปิดเผยว่า ตนและภรรยามีอาชีพเป็นเกษตรกร มีลูก 2 คน คนตายเป็นคนโต คนเล็กเป็นลูกสาว อายุ 34 ปี เมื่อ 30 ปีที่แล้วตัดสินใจไปทำงานก่อสร้างที่ กทม.ทั้งครอบครัว และกลับมาทำการเกษตรที่บ้านเมื่อ 20 ปีก่อน พร้อมกับเป็นอาสา อปพร.หมู่บ้าน ลูกสาวและลูกชายยังทำงานอยู่ที่ กทม. แต่เมื่อ 6 เดือนที่แล้วลูกชายได้กลับมาขออยู่ด้วย ทราบว่าถูกไล่ออกจากงาน เนื่องจากมีพฤติกรรมติดยาเสพติดอย่างหนัก ตนมีบ้าน 2 หลัง หลังหนึ่งอยู่ในหมู่บ้าน อีกหลังหนึ่งเป็นบ้านสวนที่เกิดเหตุ ตนจึงให้มาช่วยงานที่บ้านสวนแห่งนี้ เมื่อลูกชายมาถึงก็ยังมีพฤติกรรมดื่มเหล้า ติดยาเสพติด ทั้งยาบ้า กัญชา ใบกระท่อม เมื่อไม่มีเงินไปซื้อก็อาละวาดขอเงินจากแม่และพ่อ

“ แม่ทนพฤติกรรมลูกชายไม่ไหวและหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้าย จึงย้ายไปอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งในหมู่บ้าน ส่วนตนเองก็คอยมาดูแลที่สวนเป็นประจำ แต่ก็จะหลบเลี่ยงไม่ให้เจอกับลูกชาย เพราะเจอกันเมื่อไหร่ก็จะทะเลาะกันทุกครั้ง เลยปล่อยให้ลูกชายพักอาศัยคนเดียวที่บ้านสวนหลังนี้ ก่อนเกิดเหตุตนออกมานอนเฝ้าที่นา เพื่อที่จะให้อาหารสัตว์ที่เลี้ยงไว้ในตอนเช้า ขณะนอนหลับอยู่กระท่อมนา ห่างจากบ้านพักประมาณ 10 เมตร กระทั่งเวลาประมาณ 04.00 น. สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงลูกชายเอะอะโวยวาย และของแข็งลากตามสังกะสีให้เข้ามาหาตน “

นายสมพัฒน์ฯ เปิดเผยอีกว่า เมื่อตั้งสติได้ตนจึงคว้าปืนแก็ปยาวลูกปลายขึ้นมาไว้เพื่อป้องกันตัว เพราะตอนนั้นยังมืดอยู่มองเห็นยังไม่ชัดเจน แต่รู้ว่าลูกชายต้องการเข้ามาทำร้ายแน่นอน เพราะตะโกนโวยวายเพื่อจะขอเงินไปยาเสพติด ตนลงมาจากกระท่อมนา เพื่อหาทางหนีทีไล่ จังหวะนั้นลูกชายได้ถือมีดกระโจนเข้าใส่ ตนจึงยิงสวนไป 1 นัด ลูกชายได้ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด และวิ่งหนีออกไปทางหน้าบ้าน ตนยังไม่ได้วิ่งตามไปทันที เพราะไม่รู้ว่าลูกชายที่คลั่งจะสงบลงหรือไม่ คิดว่ายังไม่ปลอดภัย ก่อนโทรหาลูกสาวเพื่อบอกว่าเกิดอะไรขึ้น และลูกสาวก็โทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้าน ไม่นานเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาที่เกิดเหตุ

“ ตนรู้สึกเสียใจมากที่ต้องก่อเหตุยิงลูกชายจนเสียชีวิต หากตนไม่ยิงสวนออกไปคนที่ตายคงจะตนแทนแน่นอน ลูกชายอยู่ในอาการคุ้มคลั่งอย่างหนัก ปกติก็จะทะเลาะกันเป็นประจำหากเจอหน้ากัน เพราะลูกชายมักจะไปอาละวาดขอเงินแม่ในหมู่บ้านประจำ ตนตักเตือนสั่งสอนตลอด พยายามจะนำตัวไปบำบัดรักษา ลูกชายก็ไม่ยอม หนักเข้าก็จะทำร้ายแม่ และเคยทำร้ายตนเองด้วยการนำมีดมาจี้คอ 2 ครั้ง แจ้งผู้ใหญ่บ้านลงบันทึกไว้เท่านั้น แต่ครั้งนี้ลูกชายคลั่งหนักเหลือเกิน ด่าทอพ่อ ขึ้นกูขึ้นมืง ตนจะหาทางหนีแต่ลูกชายก็ยังจะเข้ามาทำร้าย อยากให้มีการปราบปรามยาเสพติดให้หมดไป ครอบครัวตนต้องพังพินาศเพราะพิษของมัน ย้อนกลับไปได้ตนก็ไม่อยากที่จะฆ่าลูกเลยสักนิด ” นายสมพัฒน์ฯ พูดทั้งน้ำตา

นายสุภาพฯ ผู้ใหญ่บ้านหนองเม็ก เปิดเผยว่า ช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา นายประพันธ์ฯ ผู้ตาย มีอาการคุ้มคลั่งเพี้ยนหนักมากขึ้น ได้รับแจ้งให้เข้าไประงับเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างพ่อกับลูกคู่นี้บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้งที่เข้าไปก็ไปคนเดียวจึงไม่ค่อยจะเผชิญหน้ากันมากนัก เมื่อวานนี้มีชาวบ้านแจ้งเข้ามาว่านายประพันธ์ฯ เดินคุ้มคลั่งถือมีดรอบหมู่บ้าน กระทั่งช่วงค่ำตนได้ออกมาดูพฤติกรรมอีกครั้ง นายประพันธ์ฯ บอกตนว่าเห็นผีอยู่ตลอด ทั้งยังโวยวายว่าจะให้พ่อไปตรวจดีเอ็นเอ ว่าเป็นพ่อลูกกันจริงหรือไม่ ตนก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้สงบและบอกให้ไปนอนหลับพักผ่อน พรุ่งนี้จะพาไปหาหมดที่โรงพยาบาล และตนก็กลับบ้านไปตอน 22.00 น. และ 05.02 น. ก็ได้รับแจ้งเหตุสลดดังกล่าว

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังจากสอบสวนปากคำผู้ต้องหาและพยานในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา นายสมพัฒน์ฯ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนเป็นการป้องกันตัวเองหรือไม่ ต้องพิจารณาในการสอบปากคำเพิ่มเติมที่จะลงในสำนวนคดี ว่าสมควรแก่เหตุในการปกกันตัวเองหรือไม่ ตามหลักมนุษยธรรมทางตำรวจจะให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยไม่มีหลักประกัน เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติกรรมหลบหนี หลังก่อเหตุได้ยืนรอมอบตัวพร้อมอาวุธปืนอยู่ในที่เกิดเหตุ และเชื่อว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนที่อยากจะฆ่าลูก หรือทำร้ายลูก เพื่อที่จะให้ผู้ต้องหาไปร่วมพิธีฌาปนกิจศพลูกชายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ไล่ล่าระทึกหนุ่มสาวพกยาบ้าขับรถปิกอัพแหกด่าน 113 เม็ด
บทความถัดไปแม่ยกมือท่วมหัวขอบคุณคนงานไทยในอิสราเอล