“สี่แยกท่าไฮ” อ.ศรีธาตุ คร่าชีวิตผู้ใช้ถนนอีก 5 ศพ หลังจาก 28 ก.ค.ปีนี้ 2 ศพ ตามด้วย 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลพระภูมิก็ถูกชนราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2563 คณะทำงานสอบสวนอุบัติเหตุ ศูนย์ป้องกันลดอุบัติเหตุ จ.อุดรธานี ร่วมกับ พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.ศรีธาตุ ร.ต.อ.กิตติทัพ อาชีวะนันท์ รอง สว.สอบสวน สภ.ศรีธาตุ และเจ้าหน้าที่จากแขวงทางหลวงอุดรธานี และทางหลวงชนบท จ.อุดรธานี ลงสอบสวนอุบัติเหตุหมู่เสียชีวิต 5 ราย บริเวณ 4 แยกท่าไฮ ทางหลวง 2231 ศรีธาตุ-ท่าคันโท ตัดกับทางหลวงชนบท 1005 โนนสะอาด-ศรีธาตุ ต.จำปี อ.ศรีธาตุ

เหตุเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา รถพ่วงอีซูซุ บรรทุกไม้ หัวพ่วงทะเบียน 82-9452 บุรีรัมย์ ลูกพ่วงทะเบียน 82-9453 บุรีรัมย์ ขับขี่โดยนายไพรัตน์ บุญวิจิตร อายุ 45 ปี อยู่เลขที่ 4 ม.10 ต.ดอนตะ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา มาตามถนนทางหลวงแผ่นดิน จาก อ.กุมภวาปี มุ่งหน้าไป อ.ท่าคันโท จ.กาฬสินธุ์ ชนประสานงากับรถปิกอัพโตโยต้าแค๊ป สีขาว ทะเบียน บย.3897 กาฬสินธุ์ ขับขี่โดยมีนายไสง อ่อนประทิน อายุ 50 ปี พลิกหงายท้องพังยับเยิน แต่บาดเจ็บเล็กน้อย ส่งผู้โดยสารมาด้วยเสียชีวิตทั้งหมด 5 ราย ที่เกิดเหตุ 1 ราย ที่ รพ. 4 ราย

ประกอบด้วย 1.นางทองมี ถาโคตร อายุ 70 ปี อยู่เลขที่ 20 หมู่ที่ 14 ต.ห้วยเม็ก อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์. 2.นางอรชร อ่อนประทิน อายุ 48 ปี อยู่เลขที่ 78/1 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ 3.นางบุญอ้น หลาบมาลา อายุ 73 ปี อยู่เลขที่ 77 หมู่ที่ 2 ต.ท่าลี่ อ.กุมกวาปี จ.อุดรธานี 4.นางสมสมัย สารสวัสดิ์ อายุ 37 ปี อยู่เลขที่ 165 หมู่ 14 ต.ห้วยเม็ก อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และ 5.นายเข้ม สารสวัสดิ์ อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ 14 ต.ห้วยเม็ก อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์

สอบสวนรถพ่วงบรรทุกไม้ ขนไม้บนเส้นทางนี้วันละ 1 เที่ยว ไม่มี พรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัย (ขาด 7 ต.ค.63) ส่วนรถปิกอัพมาจากกรุงเทพฯ ร่วมงานศพญาติที่ อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ เสร็จงานศพกำลังตะเวนส่งญาติๆ ก่อนถึงที่เกิดเหตุราว 30 นาที มีการเปลี่ยนคนขับมาเป็นนายไสงฯ จนมาเกิดเหตุชนประสานงา ภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่ารถทั้ง 2 คันขับมาด้วยความเร็ว ไม่ชะลอความเร็วเมื่อถึง 4 แยก (คลิป) มีลักษณะเหมือนอุบัติเหตุทุกครั้ง ล่าสุดเมื่อ 28 ก.ค.63 รถเก๋งชนประสานงารถปิกอัพกลาง 4 แยก เสียชีวิต 2 ราย (คลิป)

พ.ต.อ.จำรัส จันแดง ผกก.สภ.ศรีธาตุ เปิดเผยว่า รถพ่วงขับมาจากถนนสายหลัก ที่มาถึงที่เกิดเหตุรถทั้ง 2 คัน ไม่มีการชะลอความเร็ว ทำให้ชนกันอย่างจัง เป็นเหมือนการประมาทร่วม โดยทางพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อกล่าวหา คนขับรถพ่วง ขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนขับรถกระบะรอให้อาการดีขึ้น จะแจ้งข้อกล่าวหาเดียวกัน เพราะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ขณะการสอบสวนเชิงลึก ของคณะทำงานศูนย์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน จ.อุดรธานี พบว่าผู้ขับขี่เป็นโรคประจำตัว , ไม่รู้เส้นทาง , ผู้โดยหน้าเบาะหน้า 2 ราย ในแค๊ป 2 ราย กระบะป้าย 2 ราย , ถนนทางหลวงซึ่งเป็นทางหลัก ลักษณะถนนขึ้นเนินมาหา 4 แยก มีขนาดถนนแคบกว่าถนนทางหลวงชนบท ที่เป็นเส้นทางรอง เสนอให้แก้ไขความเสี่ยง ขยายไหล่ทางทางแยกทุกด้านเพื่อชะลอเลี้ยว , ปรับย้ายป้ายบอกทาง-สัญญาไฟกระพริบ , ติดป้ายสามเหลี่ยม โดยพื้นที่ได้ติดตั้ง “เกาะกลาง” พลาสติก และเสายางล้มลุกด้านละ 15 เมตรทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า “สี่แยกท่าไฮ” บนถนนทางหลวง มีรถหนักสัญจรไปมามาก ขณะสี่แยกมีลักษณะเป็นเนินหลังเต่า ผ่านการย่านชุมชน ผู้ขับขี่หากไม่ชินทางจะไม่รู้ว่าเป็น 4 แยกใหญ่ จะไม่ชะลอหรือลดความเร็ว ขณะรถมาบนถนนทางหลวงชนบท ก็มีความกว้างกว่าเหมืองทางหลัก ก็ไม่ชะลอหรือลดความเร็วเช่นกัน ทำให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยๆ ชาวบ้านได้ร่วมกันตั้งศาลพระภูมิไว้ แต่เมื่อวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลฯถูกรถชนพังเสียหายทั้งหมด…