เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านสวน เลขที่ 44 หมู่ 5 ต.บ้านขาว อ.เมืองอุดรธานี หลังทราบข่าวว่า มีคนใจบาปวางยาเบื่อพ่อแม่หมาลูกอ่อนตาย ทิ้งลูกหมาน้อย 6 ตัวแรกเกิดไว้เป็นกำพร้า พบนางวนารี พิมพ์พนาเวช อายุ 56 ปี เจ้าของบ้าน กำลังป้อนนำขวดหมาน้อยแรกเกิด 6 ตัว ซึ่งเพิ่งลืมตาได้ 3 วัน และกำลังหัดเดิน ต่างพากันร้องหิวนมกระจองอแง โดยเจ้าของมีนมแพะขวดเดียวคอยป้อน หลังดื่มนมอิ่มหมดทุกตัว ก็พากันนอนหลับในคอกที่จัดไว้ให้ในห้องครัว

นางวนารี เล่าว่า ตนและสามี พ.ต.ท.วีระชัย ไชยคำหาญ รอง ผกก.ป.สภ.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี อาศัยอยู่ที่บ้านสวน 20 ไร่ โดยปลูกมะพร้าว กล้วย มะนาว ขุดสระเลี้ยงปลา และผักสวนครัว ส่วนตนจะตัดชุดเสื้อผ้าพื้นเมืองส่งตลาดผ้านาข่า ด้วยพื้นที่กว้างและอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กม. ตนจึงเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อน 4 ตัวคอยเฝ้าบ้าน มีเจ้าหมอก เพศผู้ อายุ 7 ปี สีน้ำตาล เจ้าแว่น เพศเมีย อายุ 3 ปี สีดำ เจ้าถิ่น เพศผู้ อายุ 8 เดือน สีน้ำตาล ซึ่งทั้งสามตัวเป็นพ่อแม่ลูกกัน ส่วนเจ้าด่าง อายุ 4 ปี สีขาวดำ เป็นพี่ชายเจ้าแว่น ซึ่งทั้ง 4 ตัวจะคอยเห่าคนแปลกหน้าที่ผ่านและเข้ามาในบ้านสวน

ตนและสามีเป็นคนที่รักสุนัข เลี้ยงดูสุนัขทั้ง 4 ตัว อย่างดีแบบไม่ให้อดอยาก และไม่ปล่อยให้ไปรบกวนชาวบ้าน โดยจะซื้ออาหารสุนัขแบบเม็ดมาไว้ครั้งละ 1 กระสอบ เมื่อหมดก็จะไปซื้อเพิ่ม แต่จะซื้อข้าวผัด ต้มเครื่องใน ทอดโครงไก่ มาเสริมทุกวัน เจ้าหมอกและเจ้าแว่น และเจ้าถิ่น พ่อแม่ลูกมักจะไปไหนมาไหนด้วยกัน ชอบวิ่งเล่นอยู่ในบ้านและสวน ส่วนเจ้าด่างชอบอยู่แบบสันโดษ ไม่สุงสิงกับใคร

ต่อมาเจ้าแว่นตั้งท้องลูกคลอกที่ 2 และคลอดลูกวันที่ 31 สิงหาคม จำนวน 6 ตัว เป็นเพศผู้ 4 ตัวและเพศเมีย 2 ตัว มีทั้งสีดำและสีน้ำตาล โดยเจ้าแว่นและลูกจะอาศัยอยู่ใต้โต๊ะกองไม้เก่า ซึ่งรองพื้นด้วยขี้เลื่อย ต่อมาเช้าวันที่ 5 กันยายน ตนได้ขับรถไปส่งผ้าที่ตลาดผ้านาข่า กลับมาช่วงบ่ายพบเจ้าหมอกและเจ้าแว่น วิ่งกระดิกหางมารับที่รถ เพราะตนจะซื้ออาหารมาฝากประจำ แต่ไม่พบเจ้าถิ่นมารับ คิดว่าไปวิ่งเล่นในสวน

นางวนารี เล่าต่อว่า วันที่ 6 กันยายน ตนรู้สึกแปลกใจเพราะยังไม่พบเจ้าถิ่น แต่ก็ได้ขับรถออกไปส่งผ้าเหมือนเดิม เมื่อกลับมาไม่พบเจ้าหมอกและเจ้าแว่นมารับ จึงได้เรียกและตามหา พบเจ้าหมอกตายนอกรั้วถนนทางโค้งไปโร่อ้อย ห่างจากบ้านประมาณ 200 เมตร ส่วนเจ้าแว่น นอนตายอยู่ใกล้กับคลอกลูกน้อย ทั้งสองตัวเลือดไหลออกทางปากและจมูก คิดว่าหมาทั้งสองถูกวางยาเบื่อจนตาย ตนรู้สึกสงสารหมาทั้งสองตัวมาก เพราะเจ้าแว่นเป็นหมาแม่ลูกอ่อน ลูกทั้ง 6 ตัวต้องกินนม ตนจึงนำหมาทั้งสองไปฝังกลบ

เมื่อไม่มีพ่อและแม่คอยปกป้องคุ้มครอง ระมัดระวังภัยให้ ตนจึงนำหมาน้อยกำพร้า 6 ตัวมานอนอยู่ในครัว โดยหาเศษผ้ามารองให้นอน และไปซื้อนมแพะมาชงให้ดื่ม หมาน้อยดูดนมจากขวดไม่เป็น ตนต้องใช้สลิ้งสำหรับฉีดยา ฉีดใส่ปากให้หมาน้อยกิน กระทั่งมาฝึกให้ดูดนมจากขวด ซึ่งตนจะต้องป้อนนมวันละ 5 มื้อ เพราะหมาน้อยหิวบ่อย ถ้าหิวก็จะร้องกระจองอแง เมื่อได้กินอิ่มแล้ว ก็จะนอนหลับ กระทั่งเย็นวันที่ 8 กันยายน ตนจึงไปเห็นศพเจ้าถิ่นนอนตายขึ้นอืดในป่ากล้วย ตนคาดว่าจะถูกยาเบื่อเช่นเดียวกัน และนอกจากนี้สุนัขน้องชายสามี ซึ่งมีบ้านสวนอยู่ใกล้กัน ก็โดนวางยาเบื่อจนตาย 1 ตัว เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน

“ คนที่นำยามาเบื่อหมาทั้ง 3 ตัวถือว่าเป็นคนใจบาป และจัญไร เพราะหมาไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร บ้านก็อยู่ไกลชุมชน หมาตนไม่เคยมีประวัติไปกัดไก่กัดเป็นใคร เพราะเลี้ยงมันอย่างดี โดยเฉพาะเจ้าแว่น หมาแม่ลูกอ่อน ที่ต้องมาตายจากลูก 6 ตัวที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ให้เป็นกำพร้า ใครเป็นคนกระทำ ก็ขอให้กฎแห่งกรรมติดตามไป ให้คอยรับกรรมที่ทำ ส่วนตนเลี้ยงลูกหมาทั้ง 6 ตัวเอง แม้ว่าจะต้องลำบากตื่นขึ้นมาป้อนนมก็ตาม และจากนี้ก็จะไปแจ้งตำรวจ สืบสวนจับคนใจร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ” นางวนารี กล่าวในที่สุด