เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธุ์ 2565 ที่โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เทศบาลนครอุดรธานี นายชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง นายยศวัฒน์ กีระติรัฐวัฒน์ สมาชิกสภา อบจ.อุดรธานี เขต 1 และ 2 อ.เมือง อุดรธานี เข้าพบยืนหนังสือต่อ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังจากมอบนโยบายแนวทางมาตรการในการปราบปรามยาเสพติด กับผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร เพิ่มประสิทธิภาพสืบสวนขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด เพื่อขอให้พิจารณา “ย้ายเรือนจำกลางอุดรธานี” ออกไปอยู่นอกเมือง

นายชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง นายยศวัฒน์ กีระติรัฐวัฒน์ สมาชิกสภา อบจ.อุดรธานี ระบุว่า เนื่องด้วยเรือนจำกลางอุดรธานี ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุดรธานี บนถนนศรีสุข ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ก่อสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2460 มีขนาดพื้นที่ 49 ไร่ ปัจจุบันมีผู้ต้องขังชาย-หญิงรวมกว่า 5,000 คน ทั้งที่เรือนจำกลางอุดรธานี ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ต้องขังเพียง 3,000 คนเท่านั้น ทำให้สภาพความเป็นอยู่ผู้ต้องขังคับแคบแออัด ประกอบกับเรือนจำกลางอุดรธานี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ติดกับพื้นที่สถานศึกษา พื้นที่เศรษฐกิจหลักของจังหวัด ทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดหวาดกลัว รู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ทั้งนี้ตามคำสั่งกระทรวงยุติธรรมที่ 54/2557 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธุ์ 2557 เรื่องกำหนดอาณาเขตเรือนจำชั่วคราวโคกก่อง โดยกรมราชทัณฑ์ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์ ให้ใช้พื้นที่ราชพัสดุแปลงที่ อด.1761(บางส่วน) และ อด.1607 ตั้งอยู่ ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี มีเนื้อที่ประมาณ 161 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสม เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืน แต่ปัจจุบันโครงการดังกล่าวไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงใครขอความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรี ช่วยผลักดันและติดตามโครงการนี้ ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม นอกจากนี้หากมีการพัฒนาพื้นที่เรือนจำกลางอุดรธานีปัจจุบัน ให้เป็นพื้นที่สาธารณะประโยน์ เพื่อประชาชนใช้ร่วมกัน จะเป็นประโยขน์สุขแก่ชาวอุดรธานีสืบไป

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้รับหนังสือพร้อมกล่าวว่า เรื่องนี้รับทราบจาก ส.ส.อุดรธานี ที่ได้ตั้งกระทู้สอบถามในสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว เบื้องต้นนี้ได้อนุมัติงบประมาณ 300 ล้านบาท เข้ามาแก้ไขปัญหาความแออัดไปก่อน ส่วนเรื่องการย้ายก็จะติดตามดูอีกครั้ง น่าจะมีปัญหาเรื่องที่ดินอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เรือนจำกลางอุดรธานี ตั้งอยู่ใจกลางเทศบาลนครอุดรธานี อยู่ในโซนสถานศึกษาหลัก ทั้งโรงเรียนอนุบาลอุดรธานี , โรงเรียนบ้านหมากแข้ง (ประถมขยายโอกาส) โรงเรียนอุดรพิทยานุกูล โรงเรียนสตรีราชินูทิศ (โรงเรียนประจำจังหวัด และสตรีประจำจังหวัด) และวิทยาลัยอาชีวะศึกษาอุดรธานี เคยมีแผนย้ายออกไปที่สาธารณประโยชน์ “โคกนาคลอง” ต.โนนสูง อ.เมือง แต่มีประชาชนไปบุกรุกจึงคืนพื้นที่ จนมาในสมัยทื่ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เป็น รมว.ยุติธรรม ก็กลับมามีแผนงานอีกครั้ง แต่กลับไม่สามารถหาพื้นที่ได้

การขอให้ย้ายเรือนจำกลางอุดรธานี กลายเป็นประเด็นที่ชาวอุดรธานี สนใจและให้การสนับสนุน โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 นายศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้สอบถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่ามีแผนการก่อสร้างเรือนจำกลางอุดรธานีแห่งใหม่หรือไม่ และถ้าไม่มีแผนงานการก่อสร้าง จะแก้ไขปัญหาความแออัดของอย่างไร หรือหากมีนโยบายก่อสร้างใหม่จะดำเนินการเมือใด ต่อมาก็กลายเป็นประเด็นหาเสียงเลือกตั้ง อบจ.อุดรธานีที่ผ่านมา

ล่าสุดกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า สมาคมรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตย และประชาคมคนเมืองอุดรธานี ออกมาเชิญชวนชาวอุดรธานี ผ่านทางสื่อออนไลน์ “ร่วมลงชื่อย้ายเรือนจำกลางอุดรธานี….ออกไปอยู่นอกเมือง 1 สิทธิ 1 เสียง มาช่วยกันย้ายคุก ออกจากตัวเมืองอุดรธานี ด้วยการสแกน QR-Code ตั้งแต่ 1 มกราคม – 30 เมษายน 2564 เมื่อเปิดเข้าไปเป็นแบบสอบถามการย้ายคุกผ่าน กูเกิ้ล ฟอร์ม ที่จะต้องระบุชื่อ-สกุล เพศ เลขบัตรประจำตัวประชาชน อายุ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์ และเหตุผลต้องการย้าย…

บทความก่อนหน้านี้คุยยึดทรัพย์ยาเสพติดปี 64 แล้ว 1.9 พันล้าน
บทความถัดไปวันสุดท้ายนครอุดร-หนองสำโรงคึกคัก