รมว.ยุติธรรม เดินสายมอบนโยบาย ปราบปรามยาเสพติดแนวใหม่ ลดการสูญเสียยึดทรัพย์ตัดวงจร งัด พรบ.ฟอกเงินล่ายอนหลัง 15 ปี หลังแต่ละปียึดได้เพียง 600 ล้าน ช่วงเปลี่ยนถ่ายปลายปี 63 ยึด 2.1พันล้าน ต้นปี 64 ยึด 1.9 พันล้าน เป้าหมาย 6พันล้าน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 กุมภาพันธุ์ 2565 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 3 โรงแรมเซ็นทาราและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เทศบาลนครอุดรธานี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมามอบนโยบายแนวทางมาตรการในการปราบปรามยาเสพติด กับผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตร เพิ่มประสิทธิภาพสืบสวนขยายผล และยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด จากตำรวจภูธร , ตำรวจตระเวนชายแดน , ตำรวจปราบปรามยาเสพติด พนักงานอัยการ 12 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมอบเงินช่วยเหลือแก่แม่และลูก กรณี ร.ต.อ.วิรัตน์ชัย น้อมระวี รอง สว.กก.3 บก.ปส.2 เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ 5 แสนบาท

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวให้นโยบายว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาระดับชาติ นโยบาลรัฐบาลมุ่งเน้นการปราบปราบ ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด ช่วงนี้เป็นช่วงเปลี่ยนถ่าย เป้าหมายปี 64 ให้ความสำคัญการยึดทรัพย์ ด้วยการบูรณาการทำงานทุกภาคส่วน นำกฎหมายไปบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็น พรบ.ยาเสพติด พ.ศ.2534 และ พรบ.ฟอกเงิน พ.ศ.2542 โดยเฉพาะเรื่องของความผิดสนับสนุนใน ม.6 และความผิดในการสมคบใน ม.8 เพื่อนำมาขยายผลดำเนินคดีเครือข่ายต่าง ๆ

“ ที่ผ่านมาเราใช้งบประมาณมหาศาล แต่เรากลับยึดทรัพย์ได้เพียงปีละ 600 ล้านบาท ถ้าเป็นบริษัทฯ ห้างร้าน ก็ถือว่าขาดทุนย่อยยับ UN เคยบอกว่าเงินปลายทางยาเสพติดปีละ 60,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ล่าสุดบอกว่าเป็น 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว เป็น 2 ใน 3 ของงบประมาณประเทศไทย พูดไปแล้วก็รู้สึกอาย รัฐบาลไหนมาก็แล้ว รัฐบาลนี้นายกรัฐมนตรี เอาจริงจะยึดทรัพย์ให้ได้ปีละ 6,000 ล้าน ด้วยการนำเทคนิคมาใช้ขยายผล ความรู้เรื่องโซเชียน เครื่องมือที่ทันสมัย และกฎหมายที่เอื้ออำนวย ”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อว่า ตอนนี้ได้แก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค ที่ก็จะแยกเป็นส่วนคดียึดทรัพย์และคดีอาญาออกจากกันแม้คดีอาญาผู้ค้าจะชนะ คดียึดทรัพย์ก็ยังคงดำเนินต่อไป วันนี้รางวัลนำจับยาเสพติดลดลง เพื่อลดการลงไปปะทะกับผู้ค้า แต่เราจะมาทำงานในโต๊ะมากขึ้น เพื่อติดตามยึดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเงินราววังรวมถึง 30 เปอร์เซนต์ของทรัพย์ที่ยึดได้ การจับกุมไม่จำเป็นต้องเป็นรายใหญ่ รายเล็กก็สามารถขยายผลหาต้นต่อได้

“ ยาบ้าต้นทุนเพียงเม็ดละ 50 สต. เอามาขายให้คนเสพ 50 บาท ขนเข้ามาขายถูกจับ 100 ครั้ง ไม่ถูกจับเพียงครั้งเดียวก็เสมอตัว คนค้ายาเสพติดจึงทิ้งยาหนีเอาตัวรอด ที่จับอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่ต้นตอ นักโทษในเรือนจำ 4 แสนคน 80 % เป็นยาเสพติด รัฐต้องเสียงบประมาณดูแลคนละ 21,000 บาท/ปี การบริหารจัดการจึงต้องเปลี่ยนแนวทาง ไม่ไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบบไม่จำเป็น โดยในแนวทางนี้ปลายปี 63 เรายึดทรัพย์มาแล้ว 2,107 ล้านบาท ต้นปี 64 เรายึดทรัพย์มาได้แล้ว 1,981 ล้านบาท ซึ่งเราตั้งเป้าการยึดทรัพย์ไว้ จังหวัดเล็ก 50 ล้าน กลาง 70 ล้าน ใหญ่ 90 ล้าน และ กรุงเทพ 500 ล้าน ”

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวต่อว่า ทุกจังหวัดก็ไม่ต้องกังวนเรื่องเป้า ในส่วนกลางก็จะเข้ามาช่วยชื่อว่า “พาลีปราบยา” พาลีเป็นวานรใช้สมอง และมีฤทธิ์เดช มาพร้อมทีมขยายผลอีก 16 ทีม มาติดตามเงินจากยาเสพติด ย้อนหลังกลับไปได้ 15 ปี เราจะเอา พรบ.ฟอกเงินนำหน้า ไม่จำเป็นต้องคดีใหญ่ คดีเล็กก็สาวถึงต้นตอได้ ขอบคุณความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ตนเองพร้อมจะเดินไปสู่เรื่องยากที่สุด คือการแก้ไขกฎหมาย หลายฉบับผ่านวาระ 1 ไปแล้ว ขอให้มั่นใจแนวทางรัฐบาล จะสร้างความสงบสุขผู้ทำงาน และทุกคนจะได้รับความเป็นธรรม …..