ฝนน้อยต้นข้าวยืนรอความตาย ชาวนาเขต ชป.ห้วยหลวง อุดรธานี ขอให้ส่งน้ำช่วยด่วนต้องผิดหวัง ในอ่างฯก็มีน้ำเหลือเพียง 23 เปอร์เซ็นต์ เก็บไว้ผลิตประปาป้อนเมือง เลือกช่วยเหลือเฉพาะจุดรุนแรงก่อน เชื่อฝนจะมากขึ้นตั้งแต่เดือนนี้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ที่ห้องประชุมโครงการบำรุงรักษาห้วยหลวง อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง จ.อุดรธานี นายสิธิชัย จินดาหลวง รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำอ่างฯห้วยหลวง โดยมีนายวิชัย จาตุรงค์กร ผอ.โครงการบำรุงรักษาห้วยหลวง นำเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนประชาชนผู้ใช้น้ำ เข้าร่วมประชุมหลังจากฝนต้นฤดูน้อย มีปัญหาในปลูกข้าวนาปี ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างฯน้อยเช่นกัน

นายวิชัย ผอ.โครงการฯ ชี้แจงว่า อ่างฯห้วยหลวงมีความจุ 135 ล้าน ลบม. พื้นที่ชลประทาน 87,000 ไร่ มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละ 1,292 มม. ที่ผ่านมามีปริมาณฝนต่ำสุด 864 มม.ปี 41 และปริมาณในสูงสุด 1,649 มม.ปี 44 และในปีนี้ 1 ม.ค.- 10 ก.ค.ปี 62 มีปริมาณน้ำฝนรวม 560 มม. ทั้งที่ค่าเฉลี่ยน่าจะมีฝนตกแล้ว 772 มม. ทำให้มีน้ำไหลเข้าอ่างฯเพียง 12 ล้าน ลบม.เท่านั้น รวมแล้วมีน้ำจุในอ่างฯ 31.8 ล้าน ลบม. หรือเพียง 23 เปอร์เซ็นต์ความจุ ถ้าปีนี้ฝนตกตามค่าเฉลี่ย จะเก็บกักน้ำได้ 117 ล้าน ลบม.

“ อ่างฯต้องสำรองน้ำไว้เพื่อ ผลิตน้ำประปา โรงงานอุตสาหกรรม การระเหย และการรั่วซึม หากปริมาณน้ำต่ำกว่า 20 ล้าน ลบม. จะต้องสูบน้ำก้นอ่างฯมาใช้ โดยในอีก 4 เดือนข้างหน้า ก.ค.-ส.ค.-ก.ย.-ต.ค.ปีนี้ จึงร่างแผนจัดการน้ำไว้ 3 รูปแบบ คือ 1. เมื่อระดับน้ำเกิน 40 ล้าน ลบม. จะส่งน้ำให้เกษตรกร 5 ล้าน ลบม. , 2. เมื่อระดับน้ำเกิน 50 ล้าน ลบม. จะส่งน้ำให้เกษตรกรมากกว่า 10 ล้าน ลบม. และรอให้ถึงข้าวตั้งท้องต้นเดือนตุลาคม จะส่งน้ำให้ได้มากเพียงพอ ”

ขณะเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ได้เสนอว่า ขณะนี้นาข้าวของเกษตรกร ในส่วนที่มีการตกกล้า ปักดำไปแล้ว กำลังอยู่ภาวะขาดน้ำ กำลังจะแห้งตาย บางส่วนยังไม่ได้ทำอะไรเลย ขอเสนอต้องส่งน้ำให้ชาวนาทันที ไม่ต้องรอให้น้ำเพิ่มขึ้นไปถึง 40 ล้าน ลบม. เพราะหากไม่มีน้ำส่งไปวันนี้ ข้าวก็จะยืนตายยังไม่ตั้งท้อง และยังเรียกร้องส่งน้ำให้ทั่วถึง เพราะปลายทางจะได้น้ำน้อยไม่เพียงพอ ขณะที่โครงการฯเกรงจะกระทบน้ำประปา ที่ประชุมพยายามหาทางออก

นายสิธิชัย จินดาหลวง รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวสรุปว่า คงจะไม่มีการส่งน้ำไปตามคลอง 2 สาย เพราะจะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำมาก แต่ก็จะไม่ปล่อยให้ข้าวในนาเกษตรกรตาย จะใช้การสำรวจพื้นที่จริงที่ต้องการน้ำ แล้วหาทางส่งน้ำไปให้ในพื้นที่นั้นๆ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที โดยเราก็มีความหวังว่าอีกไม่นาน ปริมาณน้ำในที่ตกลงมาจะมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก็รวมไปถึงนาข้าวนอกเขตชลประทาน ซึ่งมีปัญหาเดียวกันในหลายพื้นที่ ฝนตั้งแต่เดือนนี้จะช่วยให้เกษตรกรทำนาได้….