เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 พ.ต.ท.ฐิตินันท์ ศรีเชียงหวาง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งออกสอบสวนเหตุสุนัขถูกยิงตาย หน้าบ้านเลขที่ 791 ม. 4 ซอยอัมรินทร์ 2 ทต.บ้านจั่น พร้อมกับ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ที่หน้าบ้านพบนางภัคจิราพร โกสุมศิริ อายุ 45 ปี เจ้าของบ้าน และผู้เสียหาย ชี้ให้ดูศพสุนัขตัวผู้ สีดำน้ำตาล พันธ์อาเซเซียนผสม อายุ 5 ปี ชื่อ “เต้าหู้” ถูกยิงด้วยกระสุนปืนไม่ทราบขนาด บริเวณลำคอซ้าย นอนตายอยู่รั้วหน้าบ้าน โดยมีสุนัขเพศเมียชื่อ “เจ้านิน” เมียเจ้าเต้าหู้ ซึ่งกำลังตั้งท้องเดินมาดูและดมศพ

นางภัคจิราพร ให้การว่า เลี้ยง “เจ้านิน” สุนัขพันธ์ทางเพศเมียที่หลงทางมา 5 ปีแล้ว เจ้าเต้าหู้เป็นสุนัขของเพื่อนบ้าน มาติดพันธ์เจ้านินฯซึ่งมีท่าทีตอบรับ เพราะมีสุนัขในหมู่บ้านมาติดพันธ์หลายตัว แต่เจ้านินไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้ แต่พอเจอเจ้าเต้าหู้ กลับยอมให้ผสมพันธ์ จากนั้นเจ้าเต้าฮู้ก็ไม่ยอมกลับบ้าน เจ้าของซึ่งเป็นตายายมีอายุมากแล้วได้มาฝากให้ตนดูแล ตนก็หาข้าวหาน้ำให้กิน ตนถือว่าเต้าฮู้เป็นลูกเขย ซึ่งทั้งสองตัวมีลูกด้วยกัน 3 คลอกแล้ว ชาวบ้านมาขอลูกเต้าหู้กับเจ้านินไปเลี้ยงจนหมด

“ ก่อนเกิดเหตุกำลังตากผ้าในบ้าน เจ้านินกระโดดข้ามรั้วออกนอกบ้าน ได้ยินสุนัขเห่าและเสียงดังคล้ายเสียงปืน 1 นัด ไม่นานมีชาวบ้านร้องตะโกนบอกว่า เจ้าเต้าหู้ถูกยิงจึงรีบวิ่งมาดู ก็พบเจ้าเต้าฮู้ยังไม่ตาย ได้แต่นอนนิ่งตามองหน้า ตรวจหาก็ไม่พบรอยกระสุนและเลือด ผ่านไป 5 นาทีเจ้าเต้าหู้ได้ปัสสาวะและอุจาระ จากนั้นก็นอนนิ่งตายไปต่อหน้าตนและเจ้านิน ซึ่งเจ้านินมีอาการซึมและเข้าไปนอนอยู่ในบ้าน ”

นางภัคจิราพร เล่าต่อว่า เจ้าเต้าหู้เป็นสุนัขที่ซื่อสัตย์กับเจ้าของ คนเลี้ยง ที่สำคัญมีความซื่อสัตย์กับเจ้านิน ตั้งแต่เต้าหู้มาติดพันธ์เจ้านินครั้งแรก จนย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านตน เจ้าเต้าหู้ไม่เคยนอกใจเจ้านินเลย จะอยู่เฝ้าบ้านด้วยกันตลอด แม้จะดื้อบ้างด้วยการกระโดดรั้วเข้าออกบ้านก็ตาม และคาดว่าเจ้านินกำลังตั้งท้องมีลูกคลอกที่ 4 ชาวบ้านบางคนเห็นว่าใครยิงเจ้าเต้าหู้ เป็นคนมีสี ข้าราชการเกษียณ และได้มาบอกตน แต่ไม่กล้ามาเป็นพยานให้ตำรวจ

พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้ให้กู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรม นำร่างเจ้าเต้าหุ้ไปผ่าเพื่อหาหัวกระสุนปืนที่ฝังอยู่ในร่าง ว่าเป็นหัวกระสุนปืนชนิดใด พร้อมกับสั่งการให้ตำรวจสืบสวนตรวจภาพจากกล้องจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อนำมาเป็นหลักฐาน และจะสอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ เพื่อรวบรวมหลักฐานในการจับกุมดำเนินคดีคนที่ยิงเจ้าเต้าหู้ต่อไป

ต่อมาเวลา 18.00 น.วันเดียวกัน จ.ส.ต.ไมตรี ผูกพัน อายุ 60 ปี ทหารเกษียณ เลขที่ 229 หมู่ 3 ต.หนองขอนกว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี เดินทางมา สภ.เมืองอุดรธานี ขอเข้ามอบตัวรับสารภาพว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงสุนัขตาย เพราะสุนัขที่ตาย เข้าไปไล่กัดเป็ด กัดไก่ของตน และของชาวบ้าน เมื่อตนเข้าไปไล่ก็จะถูกกัดไปด้วย ซึ่งตนเคยถูกกัดมา 2 ครั้ง เมื่อเวลาเดินผ่านหรือขี่รถผ่านหน้าบ้าน ก็จะถูกไล่กัดแทบทุกคน เมื่อไปถามหาเจ้าของสุนัข ก็ไม่มีใครรับว่าเป็นเจ้าของ เมื่อแจ้งเจ้าหน้าที่เทศบาลก็ไม่มาแก้ปัญหา ปกติเวลาเดินผ่านบริเวณนั้นก็จะต้องถือหนังสะติ๊กไปยิงป้องกันสุนัขไล่กัด

จ.ส.ต.ไมตรี ให้การด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่อไปว่า ก่อนเกิดเหตุ วันนี้ตนได้รื้อเล้าไก่ ได้ปั่นจักรยานไปซื้อกาแฟมาดื่ม ผ่านหน้าบ้านที่เกิดเหตุ สุนัขที่ตายได้วิ่งเข้ามาไล่กัดตน ตนโมโหมาก จึงเดินกลับไปเอาปืนยาวขนาด .22 ซึ่งเป็นปืนมีทะเบียน มายิงสุนัข 1 นัด จากนั้นก็กลับบ้าน เพราะตนคิดว่าเป็นหมาจรจัด ไม่รู้ว่าสุนัขอาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ไม่มีเจ้าของ แค่มาติดพันสุนัขตัวเมีย เพราะเคยไปบอกว่าสุนัขไล่กัดตนและชาวบ้าน แต่เจ้าของบ้านก็เฉย เลยคิดว่าเป็นสุนัขจรจัด “ ตนไม่รู้สึกเสียใจ ดีใจด้วยซ้ำที่มันตาย เพราะมันไล่กัดผมตลอด ถ้าเป็นพวกคุณหละ ”

ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ทารุณกรรมสัตว์ ทำให้เสียทรัพย์ และ พ.ร.บ.อาวุธปืน” ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป