ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2565 มีผู้ใช้ TikTok ชื่อว่า aomsix210 โพสต์คลิปพร้อมเขียนข้อความว่า “เกินไปมั้ยลุง บอกว่ามาไกล พอเรามาถึง บขส.พี่ตุ๊กๆ ยืนอยู่ข้างหน้าบอกว่าลุงเขาเอาเท่าไหร่ จาก บขส.ไปสถานีมันคนละ 60 ลุงแกเรียกคนละ 200” หลังจากผู้โพสต์คลิปและเพื่อน เป็นหญิงสาว 2 คน ได้ขึ้นรถสามล้อเครื่อง จากสถานีรถไฟอุดรธานี ไปคิวรถ บขส. ในราคาคนละ 200 บาท รวม 400 บาท ทางด้านชาวเน็ตที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต่างเข้ามาคอมเม้นท์ แสดงความคิดเห็นว่า “แพงมาก” เพราะจากสถานีรถไฟไปสถานี บขส. ห่างกันเพียง 2 กิโลเมตร ซึ่งคนพื้นที่ส่วนใหญ่ใช้การเดินเท้าแทน เพราะใกล้มาก แบบนี้ฉวยโอกาสกับคนต่างถิ่นมากเกินไปแล้ว

 

ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยัง น้องอ้อม อายุ 24 ปี ชาว อ.เมือง จ.ลพบุรี เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ตนและเพื่อน นั่งรถไฟไปลงที่สถานีรถไฟอุดรธานี จากนั้นได้ว่าจ้างสามล้อเครื่องสกายแล็ปที่ จอดรอผู้โดยสารอยู่หน้าสถานีรถไฟไปยัง บขส.แห่งที่ 2 เพื่อจะเดินทางไปเที่ยวที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พอลงจากรถไฟก็พากันนั่งสามล้อเครื่องไป โดยมีคุณลุงอายุ 60 กว่าปี เป็นคนขับ ยอมรับว่าไม่ได้คุยตกลงราคาค่าจ้างก่อน เพราะคิดว่าราคาคงไม่แพง และเพื่อนที่มาด้วยกันก็รู้มาว่า หากนั่งสามล้อจากสถานีรถไฟไปยัง บขส.แห่งที่ 2 ราคาจะอยู่ประมาณ 60-100 บาท/คน

 

“ พอไปถึง บขส.ใหม่ หรือ บขส.แห่งที่ 2 ได้ถามคุณลุงว่าราคาเท่าไร คุณลุงก็บอกว่าคนละ 200 บาท พวกเราพากันตกใจ อะไรจะแพงขนาดนี้ เลยขอต่อราคาคุณลุงว่าคนละ 100 บาทได้ไหม แต่ลุงบอกว่าไม่ได้ จึงจำใจจ่ายค่าโดยสารไป ในความรู้สึกขณะนั้นคิดว่า ราคามันแพงเกินไป และเพิ่งเคยเดินทางมา จ.อุดรธานี เป็นครั้งแรก ค่าโดยสารสามล้อเครื่องใกล้เคียงกับค่ารถไฟที่เดินทางมาจาก จ.ลพบุรี อยากจะฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแลเรื่องค่าโดยสารสามล้อเครื่องสกายแล็ปใน จ.อุดรธานี ไม่ควรเอาเปรียบลูกค้าขนาดนี้ และอย่าฉวยโอกาสกับคนต่างถิ่นที่เดินทางไปเที่ยวหรือผ่านไปต่อรถโดยสารใน จ.อุดรธานี และฝากถึงคุณลุงว่า อย่าได้โก่งราคากับผู้โดยสารมากเกินไป เอาพอประมาณแล้วกัน” น้องอ้อมกล่าวตอนท้าย

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่หน้าสถานีรถไฟอุดรธานี พบว่าบริเวณหน้าสถานีฯ ได้ติดป้ายแสดงราคาค่าโดยสาร ของสามล้อเครื่องสกายแล็ป จากสถานีรถไฟไปสถานที่สำคัญต่างๆ ในตัวเมืองอุดรธานี ไว้อย่างชัดเจน เช่น จากสถานีรถไฟไปตลาดโบ๊เบ๊ 100 บาท ไปสนามบิน 150 บาท ไป บขส.เก่า หรือ บขส.แห่งที่ 1 ราคา 40 บาท ไปบ้านเลื่อม ราคา 120 บาท และไป บขส.ใหม่หรือ บขส.แห่งที่ 2 ราคา 120 บาท ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีรถไฟอุดรธานี 5-6 กม. ที่ชาวลพบุรีเสียค่าโดยสารไป 400 บาท

นายทวีศิลป์ ถ้วยทอง 70 ปี สารถีสามล้อสกายแล็ปรับจ้าง หน้าสถานีรถไฟอุดรธานี เปิดเผยว่า เห็นคลิปแล้วรู้สึกไม่ดีเลย เพื่อนร่วมอาชีพเดียวกันไม่น่าคิดค่าโดยสารแบบนั้น ปกติเขาจะมีราคากำหนดไว้อยู่แล้ว อย่างไป บขส.แห่งที่ 2 ก็จะมีราคากำหนดไว้อยู่ ถ้ามาคนเดียวจะราคา 80-100 บาท ถ้ามีสิ่งของก็จะอีกราคาหนึ่ง อย่านี้เป็นการไปเอาเปรียบคนอื่น ตัวเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าจากที่นี่ไปที่โน่นราคาค่าโดยสารเท่าไร ทำแบบนี้เสียหายกันหมด พูดแบบภาษาอีสานว่า ปลาตัวเดียวเน่าหมดข้องเลยก็ว่าได้

นายสราวุธ ประทานทรัพย์ อายุ 55 ปี สารถีสามล้อสกายแล็ป เพื่อนร่วมวินของลุงสารถีที่เป็นข่าว เปิดเผยว่า จากกระแสคลิปในโลกออนไลน์ที่ถูกเผยแพร่ออกไป ตัวคนขับรถคันดังกล่าวทราบชื่อแค่ว่า “ตาใหม่” ได้เล่าให้ฟังว่า ขอเงินลูกค้าเพิ่มเติมเพื่อไปกินเลี้ยงปีใหม่ ผู้โดยสารก็ตกลงให้ตามที่ขอ ก็แปลกใจทำไมถึงโพสต์คลิปลักษณะนั้น ถามว่าสามล้อเครื่องผิดหรือไม่ คิดว่าผิดและสามารถเอาผิดได้ สามล้อเครื่องแถวนี้รู้จักกันหมด ตาใหม่นอกจากจะขับสามล้อเครื่องรับจ้าง ยังเป็นมัคนายกวัดอยู่แถวนี้ หลังเกิดเรื่องตำรวจรถไฟได้เรียกตาใหม่ไปพูดคุยตักเตือน ”

บทความก่อนหน้านี้ไข่ไก่อุดรขึ้นแผงละ 5 บาท เบอร์ 5 ไม่ขึ้น
บทความถัดไปอุดรไม่พบ ASF แต่มี PRRS ทำหมูตาย 4.8 พันตัว