เมื่อเวลา 00.10 น. วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง นำโดยนายมานะ สิมมา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง นายปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี , นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม , พ.ต.ท.สุภัทธ์ ธรรมธนารักษ์ ผอ. กองคดีการค้ามนุษย์กรมสอบสวนคดีพิเศษ , พ.ต.อ.ศรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจ เข้าตรวจสอบ ร้าน ต.ใหญ่คาราโอเกะ ตรงข้ามสถานีอนามัยหนองบัว ซอยประชาราษฎ์ ถนนนิตโย เทศบาลนครอุดรธานี

หลังมูลนิธิรณสิทธิ์แจ้งเบาะแส จากครูอาจารย์ร้องเรียนมีพฤติกรรม เข้าข่ายกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ เจ้าของเป็นภรรยาของนายดาบตำรวจ สังกัด สภ.เมืองอุดรธานี เปิดร้านคาราโอเกะบังหน้าค้าประเวณี ลักลอบนำเด็กหญิงชาวไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี มาให้บริการและออกค้าประเวณีนอกร้าน จึงวางแผนเข้าล่อซื้อบริการทางเพศ ภายในร้านพบหญิงบริการ 10 คน ตามบัตรประชาชนระบุอายุต่ำกว่า 18 ปี 4 คน แยกเป็นหญิงอายุ 16 ปี 1 คน หญิงอายุ 17 ปี 3 คน และเข้าจับกุมนางละอองทิพย์ ยาโสภา แสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ

สอบสวนพบว่า ร้านคาราโอเกะลักลอบขายบริการทางเพศครั้งละ 1,800 บาท ไม่รวมค่าโรงแรม โดยเจ้าของร้านหักค่าตัว 300 บาท ทีมสหวิชาชีพได้คัดแยกเหยื่อนำส่งบ้านพักเด็กอุดรธานี เพื่อให้ความคุ้มครองและฟื้นฟูเยียวยา แจ้งข้อหานางละอองทิพย์ เจ้าของคาราโอเกะ 11 ข้อหาหนัก อาทิ แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก อายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยการค้าประเวณี , ค้ามนุษย์ , เป็นธุระจัดหาหญิงมาเพื่อค้าประเวณี , ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมเสนอผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ออกคำสั่งปิดร้าน 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ต่อไป

นายมานะ สิมมา ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กล่าวว่า ได้ส่งทีมงานเข้ามาติดตาม วางแผนจับกุมรวม 3 ครั้ง จึงสามารถจับกุมได้ในครั้งนี้ การสืบสวนเบื้องต้นพบว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เกี่ยวข้องกับเจ้าของร้านในฐานะเป็นสามี เข้าข่ายกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ทางกองคดีการค้ามนุษย์กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งได้มาร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง จะได้เสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขออนุมัติเป็นคดีพิเศษ และรับโอนสำนวนการสอบสวน จาก สภ. เมืองอุดรธานี

พล.ต.ต.วรณัฐฎ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่า ด.ต.ตำรวจคนดังกล่าว เป็น ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่ประจำศาลจังหวัดอุดรธานี และ แยกกันอยู่กับภรรยามานานแล้ว แต่ยังไปมาหาสู่เพราะมีบุตรด้วยกัน ซึ่งได้มีคำส่งย้ายนายดาบตำรวจคนนี้ประจำ ศปก.ภ.จ.อุดรธานี และยังได้มีคำสั่งให้ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รอง ผกก.ป. สภ.เมืองอุดรธานี และ พ.ต.ท.อัครบุตร อัครสุขบุตร รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ประจำ ศปก.ภ.จ.อุดรธานี พร้อมกับตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง

เมื่อปลายสัปดาห์ก่อน นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้แถลงข่าวไตรมาส 2 ระบุว่า ในช่วง 1 ปีเศษที่มารับตำแหน่ง มีคำสั่งแต่งตั้งคณะชุดจัดระเบียบสังคม มีคณะทำงานจากทุกภาคส่วน จัดระเบียบสถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายกำหนดอย่างเข้มงวด โดยได้ว่ากล่าวตักเตือน และจับกุมดำเนินคดีต่อเนื่อง โดยได้ใช้คำสั่งตามตามประกาศ คสช. ที่ 22/2558 ปิดสถานบริการ สถานประกอบการไปแล้ว 16 ราย ….