จัดหางาน-แรงงาน-ประกันสังคม ลงเยี่ยมครอบครัวแรงงานอุดรธานี เดินทางไปทำงานประเทศอิหร่าน ญาติอุ่นใจในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 นายสมหมาย สิงห์น้อย นักวิชาการแรงงานชำนาญ สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่จาก สนง.แรงาน จ.อุดรธานี , สนง.ประกันสังคม จ.อุดรธานี เดินทางเยี่ยมครอบครัวแรงงาน เดินทางไปทำงานประเทศอิหร่าน ที่สำรวจพบว่ามี 11 ราย เป็นหญิง 2 ชาย 9 ใน อ.เมือง , เพ็ญ , บ้านผือ , สร้างคอม , หนองหาน และบ้านดุง เพื่อสอบถามแจ้งให้ทราบ และแนะนำกระบวนการ ให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลไทย

รายแรกที่บ้านเลขที่ 112 ม.4 บ.ดงปอ ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ ได้พบกับนายอภิลักษณ์ บัวทอง อายุ 34 ปี แรงงานที่ระบุว่ายังคงทำงาน ในเรือประมงที่ประเทศอิหร่าน แต่เจ้าตัวยืนยันว่ากลับมา 1 ปีแล้ว โดยยังไม่ได้ไปแจ้งเดินทกลับ เพราะจะไม่เดินทางไปต่างประเทศอีก หลังจากทำงานช่างเชื่อมในเรือประมงมานานกว่า 10 ปี กับเถ้าแก่ที่ จ.ชลบุรี ครั้งแรกไปทำงานเรือที่อินโดนีเซีย 9 ปี ได้เงินมา 7 แสนบาท ครั้งที่สองไปที่อิหร่านได้ 4 เดือน นายจ้างจะให้ไปโซมาเรีย แต่เพราะปิดน่านน้ำ จึงตัดสินใจกลับบ้าน

“ เถ้าแก่จะไปร่วมลงทุนกับพื้นที่ ออกจับปลาในน่านน้ำต่างประเทศ มีใบอนุญาตถูกกฎหมาย ออกทะเลครั้งละหลายวันจนได้ปลาเต็มลำ เอาปลากลับเข้าฝั่งมาลงเรือคอนเทเนอร์ ส่งปลากลับประเทศไทย แต่ละปีจะมีเวลาพัก 1 เดือน เงินที่ได้มานำมากินเที่ยว ตามประสาคนหนุ่ม ใช้จ่ายในครอบครัว เมื่อมีภรรยาเป็นชาวสุรินทร์ ซึ่งมีลูกด้วยกัน 1 คน ขณะนี้เลิกร้างกันไปแล้ว ลูกก็อยู่กับอดีตภรรยา ช่วงนี้กลับมาพักยาว ยังไม่คิดจะเดินทางไปอีก ”

รายที่สองที่เลขที่ 50 ม.4 บ.ดงปอ ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ พบกับนางมนฤดี สุวรรณบุตร อายุ 40 ปี ภรรยานายสุทัด สุวรรณบุตร อายุ 53 ปี ที่ขณะนี้ทำงานเรือประมงในประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ก็ทำไร่ ไถนา ทำสวน มีบุตรชาย 3 คน คนโตเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ 13 ปีก่อนสมัครไปทำงานที่ประเทศจอร์แดน เสียค่านายหน้า 270,000 บาท ถูกหลอกไปลอยแพอยู่ 4 เดือน กลับมาต้องขายที่นา 10 ไร่ ขณะลูกชายคนโตก็มาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต

“ เพื่อนสามีชวนไปทำงานประมง กับเถ้าแก่เรือที่ จ.ชลบุรี เดินทางไปแบบถูกกฎหมาย ได้เงินเดือน 17,000 บาท บวกกับเปอร์เซนต์ปลาที่จับได้ ที่ผ่านมาการเงินไม่มีปัญหา ปีแรกกลับมาพักเดือนธันวาคม ปี 61 เดินทางกลับไปอีกเดือนมกราคม ปี 63 โดยช่วงพักเถ้าแก่ก็มีเยี่ยมที่บ้าน และปีนี้มีกำหนดพักเดือนกุมภาพันธ์นี้ ขณะนี้สามีอยู่บนเรือประมง ออกจากท่าเรือไปได้ 10 วัน ไม่สามารถติดต่อได้ และยังไม่มีกำหนดกลับเข้าฝั่ง ”

นางมนฤดี เล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้ได้โทรคุยกับสามี เขาเล่าว่ามีเจ้าหน้าที่จากสถานฑูต และเจ้าหน้าที่ของไทยมาเยี่ยม ให้ความมั่นใจกับแรงงาน พร้อมนัดแนะการติดต่อหากมีปัญหา หรือเรื่องฉุกเฉิน ตอนมีข่าวว่าเขายิงจรวดใส่กัน ลูกมาบอกว่าเขารบกันแล้ว ติดต่อพ่อดูหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง ก็ติดต่อไม่ได้เพราะอยู่ในทะเล ก็ติดตามข่าวตลอด ดีใจที่ทางราชการมาเยี่ยม ทำให้เราอุ่นใจมากขึ้น

รายที่สามที่บ้านเลขที่ 72 ม.2 บ้านสร้างหลวง ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ พบกับ น.ส.ปราณี สระอุบล อายุ 42 ปี น้องสาวแม่ น.ส.สไบทิพย์ ชนไธสงค์ อายุ 23 ปี แรงงานนวดแผนไทย ในประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า แม่ น.ส.สไบทิพย์ ทำงานนวดแผนโบราณใน กทม. ทำให้เธอมีประสบการณ์ และไปเรียนเพิ่มเติมจนเก่ง ได้รับเลือกไปทำงานที่อิหร่าน ไม่รู้ว่าชื่ออะไรเมืองไหน อยู่กับแรงงานชาย-หญิงไทย 30 คน ส่งให้แม่เดือนละ 30 ,000 บาท

“ หลานไปทำงาน 1 ปี กลับมาพัก 1 เดือน ก่อนกลับมาคุยกันทางแชร์เฟสบุ๊ค สัญญาณขาดหายติดต่อไม่ได้ พอกลับมาเมืองไทยเล่าให้ฟังว่า เขาตัดสายเพราะมีเหตุยิงกัน เดินทางไปอีกครั้งเมื่อ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา พอเกิดเหตุยิงจรวดใส่กันก็เป็นห่วง ติดต่อกลับไปหลานบอกว่าไม่เป็นอะไร และเมื่อวานติดต่อกลับมาถาม ว่ามีเจ้าหน้าที่โทรมาหาหรือไม่ เพราะเพื่อนอยู่ด้วยกันบอก ที่บ้านเขามี จนท.โทรไป ไม่ต้องห่วงปลอดภัยดี และเมื่อ จนท.มาถึงบ้านก็รู้สึกสบายใจ ถ้าเหตุไม่รุนแรงก็ทำงานต่อ หากรุนแรงก็อยากให้กลับ

นายสมหมาย สิงห์น้อย นักวิชาการแรงงานชำนาญ สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี ชี้แจงว่า มีรายชื่อแรงงานในประเทศอิหร่าน มีภูมิลำเนาในอุดรธานี 11 ราย ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเยี่ยมครอบครัวของแรงงานเหล่านั้น สอบถามความเป็นอยู่แรงงานในอิหร่าน และแจ้งให้รับรู้ถึงขั้นตอน การเข้าไปดูแลของสถานทูต และหน่วยงานไทยที่นั่น ว่าได้เข้าไปพบพูดคุยแรงงาน ทบทวนความพร้อมในการช่วยเหลือ ขั้นตอนในการปฏิบัติตัวเอง หากเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น โดยจะเดินทางไปพบทุกราย วันนี้พบว่ามีอยู่ 1 รายกลับมาแล้ว แต่ไม่ได้แจ้งการกลับมา…