ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 น.ส.ยุพาภรณ์ ถำวาปี อายุ 43 ปี อยู่เลขที่ 205 ม.6 บ้านหินฮาว ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ร้องเรียนกันผู้สื่อข่าวว่า ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เดือดร้อนจากบ่อขยะของ ทต.แชแล อ.กุมภวาปี ที่ตั้งอยู่ระหว่างบ้านหินฮาว ต.เวียงคำ กับบ้านโนนหินลาด ต.แชแล อ.กุมภวาปี เนื่องจากมีการเผาขยะติดต่อกันมาหลายวัน เกิดควันพิษปกคลุมจนเจ็บป่วย เพื่อเสนอเรื่องให้หน่วยงานมีอำนาจ สั่งการให้ ทต.แชแล ปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ขณะเดียวกันนางสมบัติ ไชยชาดา อายุ 53 ปี อยู่เลขที่ 42 ม.6 บ้านหินฮาว ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.กุมภวาปี ระบุว่า มาร้องเรียนให้อำเภอตรวจสอบ และทำการแก้ไขมลพิษทางอากาศ ควันและฝุ่นจากการเผาขยะ บริเวณบ่อทิ้งขยะ ทต.แชแล ริมถนนบ้านหินฮาว ต.เวียงคำ กับบ้านโนนหินลาด ต.แชแล อ.กุมภวาปี ซึ่งอยู่ใกล้บ้านพักอาศัย ทำให้ตนเองและครอบครัวเดือดร้อนมากว่า 5 ปี จนป่วยเป็นมะเร็งปอด

น.ส.ยุพาภรณ์ ถำวาปี เปิดเผยว่า เดือดร้อนติดต่อกันมาหลายปี จากการที่ ทต.แชแล นำขยะมาทิ้งบริเวณดังกล่าว ปล่อยทิ้งไว้กลางแจ้งไม่ฝังกลบ อีกทั้งมีการจุดไฟเผาเกิดควันและฝุ่น เคยไปร้องขอให้ ทต.แชแล ทำการแก้ไข แต่ก็ไม่มีการดำเนินการใดๆ ล่าสุดเมื่อ 3 วันก่อนมีการเผาขยะอีก และลุกลามกันไปจนเต็มพื้นที่ เกิดควันพิษกระจายไปถึงบ้าน เช้าวันนี้ได้เข้าไปที่กองขยะ และถ่ายภาพเพื่อนำมาแจ้งความที่สถานีตำรวจ หวังว่าผู้มีอำนาจจะมาช่วย

“ หลังจากแจ้งความได้กลับมาที่บ้าน และออกไปดูที่กองขยะอีกครั้ง พบว่าไฟที่เคยไหม้กองขยะดับแล้ว แต่ยังมีบางจุดที่มีควันอยู่ และพบกับผู้บริหารของ ทต.แชแล แสดงความไม่พอใจที่ชาวบ้านไปแจ้งความ โดยบอกว่า ทต.แชแล ไม่ได้เป็นผู้มาจุดไฟเผาขยะ ไม่รู้ว่าใครเป็นคนจุดไฟ เพราะไม่ได้มีใครมานอนเฝ้า เมื่อมีคนแจ้งว่าไฟไหม้ก็ส่งรถดับเพลิงมาดับ และตอนนี้ก็ได้ดับไปแล้ว แล้วก็รีบเดินไปขึ้นรถขับออกไป ”

นายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอกุมวาปี เปิดเผยว่า ทต.แชแล ชี้แจงว่าไฟที่ไหม้ที่ทิ้งขยะ เกิดจากมีคนไปลักลอบเผา ทต.แชแล ได้นำรถดับเพลิงของตนเอง และขอรถดับเพลิงจาก ทต.เวียงคำ ไฟฉีดน้ำดับไฟแล้ว โดยได้นำรถแบ็คโฮไปเขี่ยขยะขึ้น ฉีดดับไฟที่คุอยู่ด้านล่าง ไม่ให้ไฟเกิดลุกไหม้ขึ้นมาอีก นอกจากนี้ได้สั่งการให้ ทต.แชแล นำเครื่องจักรหนักไปขุดหลุม นำขยะลงฝังกลบทั้งหมดโดยเร็ว ไม่ให้สร้างความเดือดร้อนอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้ประชุมหน่วยงานรับผิดชอบ และประชุมทางไกลไปทุกอำเภอ เตรียมการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่คาดว่าอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง แต่ไม่มีเครื่องวัดคุณภาพอากาศ ใช้การเทียบเคียงของสถานี จ.เลย และ จ.ขอนแก่น กับข้อมูลดาวเทียมจิสด้า โดยที่ประชุมมีคำสั่งให้องค์กรปกครองท้องถิ่น เฝ้าระวังไม่ให้มีไฟไหม้กองขยะ ควบคู่ไปกับมาตรการตรวจโรงงานอุตสาหกรรม และไอเสียจากรถยนต์…