ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามาเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ห้องประชุมปฏิบัติการชั้น 1 อาคาร 1 ศาลากลาง จ.อุดรธานี ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานร่วมประชุมกับ นายสิธิชัย จินดาหลวง รอง ผวจ.อุดรธานี พร้อมตัวแทนจากหน่วยทหาร , สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี , สนง.สาธารณสุข จ.อุดรธานี . สนง.ขนส่ง จ.อุดรธานี , สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม , สนง.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 และประชุมทางไกลไปทุกอำเภอ เพื่อประชุมเตรียมแก้ไขปัญหา มลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM 2.5 ใน จ.อุดรธานี

ที่ประชุมรายงานว่า ฝุ่นละออง PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่าเส้นผม 25 เท่า ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ สามารถผ่านขนจมูก เข้าไปสู่เส้นเลือดและปอด ต่อให้เรามองไม่เห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มี จากการศึกษาของธนาคารโลกชี้ว่า มลพิษในอากาศของประเทศไทย เป็นต้นเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัย ประชาชนยังเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศ ระดับสูงกว่าค่ามาตรฐานขององค์การอนามัยโลก โดยประเทศไทยมีสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM 2.5 มาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร 19 แห่ง

สำหรับพื้นที่ จ.อุดรธานี ไม่มีสถานีตรวจวัดอากาศ PM 2.5 แต่สามารถเทียบเคียงจากสถานีตรวจวัดที่ จ.เลย และ จ.ขอนแก่น และคำนวณคาดกาลจากกระแสลม และสถานการณ์อื่นๆ มาใช้แทน ซึ่งมีรายงานอยู่ในเวฟไซด์ Air4Thai ซึ่งการตรวจสอบเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ที่สถานี จ.เลย สภาพอากาสดีไม่มีปัญหา และที่สถานี จ.ขอนแก่น ถือว่าจะต้องเฝ้าระวัง ซึ่งที่ขอนแก่นวิเคราะห์ว่าเกิดจาก การจัดงานในพื้นที่วันสุดท้าย มีการใช้รถยนต์-รถบรรทุกจำนวนมาก

ทั้งนี้ฝุ่นละออง PM 2.5 เกิดจาก 1.ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่ใช้เชื้อเพลิง ถ่านหิน , น้ำมันเตา และฟืน , 2.ไอเสียจากการเผาไหม้ของยานพาหนะ , 3.การเผาพื้นที่การเกษตร , ใบไม้ , เศษวัชพืช และการเผาอื่นๆที่ทำให้เกิดควัน และ 4.สิ่งสกปรกของสิ่งมีชีวิต บ้านเรือ ถนน ยานพาหนะ และการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ ซึ่ง จ.อุดรธานี ได้ออกตรวจโรงงานอุตสาหกรรมวันละ 2 โรง ที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย 30 โรง และมีแผนตรวจโรงงานปูนผสมเสร็จด้วย

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หน่วยงานราชการจะยึดค่าคุณภาพอากาศ PM 2.5 มาตรฐาน 50 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ที่รายงานผ่านเวฟไซด์ Air4Thai ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา แม้สถานีไม่ได้อยู่ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ก็สามารถเทียบเคียงจากสถานี จ.เลย และ จ.ขอนแก่น พบว่าสถานการณ์ยังไม่รุนแรง แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ตั้งคณะกรรมการมาติดตาม และแก้ไขปัญหาในแหล่งกำเนิดฝุ่นทั้ง 4 กลุ่ม

“ โรงงานอุตสาหกรรมได้เริ่มตรวจไปแล้ว และจะดำเนินการตรวจต่อเนื่อง เช่นเดียวกันไอเสียจากยานพาหนะ สนง.ขนส่ง จ.อุดรธานี เร่งรัดไปดำเนินการ ส่วนแหล่งที่เกิดควันจากการเผา ได้มอบหมายให้นายอำเภอ กำชับไปยังองค์กรปกครองท้องถิ่น ดูแลไม่ให้มีการเผาขยะเด็ด และรณรงค์ไม่เผาพื้นที่การเกษตร และวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และอื่นๆ เป็นโอกาสดีที่ชาวอุดรธานี จะมีส่วนร่วมการแก้ไขปัญหาฝุ่นครั้งนี้ สำหรับเครื่องตรวจฝุ่นละออง PM 2.5 ที่อุดรธานียังไม่มี ได้รับแจ้งว่าต้องใช้งบประมาณสูง และบุคลากรที่มีความชำนาญ ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 5 ก.พ. สถานี จ.เลย วัดคุณภาพอากาศ AQI 111 เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และสถานี จ.ขอนแก่น วัดคุณภาพอากาศ AQI 159 เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และในเช้าวันที่ 6 ก.พ. สถานี จ.เลย วัดคุณภาพอากาศ AQI 96 และ PM 2.5 = 49 และสถานี จ.ขอนแก่น วัดคุณภาพอากาศ AQI 157 และ PM 2.5 = 73 ขณะที่ จ.อุดรธานี น่าจะมีสภาพไม่ต่างกัน ซึ่งจะต้องเร่งลดปริมาณฝุ่นทันที…