UN ประจำประเทศไทยยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องเกศกัญญา ไม่มีโครงการเงินช่วยเหลือ หลักฐานมัดพร้อมฟ้อง 4 ผู้ต้องหา ค้านประกันตัว ปปง.เริ่มตามยึดทรัพย์คืนชาวบ้าน แต่ผู้ต้องหายังกระต่ายขาเดียว เงินโอนเป็นเรื่องจริง ไม่ได้โกงชาวบ้าน

เมื่อเช้าวันที่ 7 สิงหาคม 2562 ที่ สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี น.ส.เกศกัญญา เหล่าอำนาจ อายุ 48 ปี ผู้บริหาร บ.เกศกัญญา ฟาร์ม จก. , ด.ต.เศรษฐสัณห์ เหล่าอำนาจ อายุ 51 ปี น.ส.วรัญญ์รัตน์ เหล่าอำนาจ อายุ 45 ปี นายภูวดล ภูดิน อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอุดรธานี “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม , ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม” ที่ควบคุมตัวมาตั้งแต่เย็นวานนี้ ถูกนำตัวออกจากห้องควบคุมมาสอบสวนเพิ่มเติม

ขณะที่ศาลาด้านข้าง สภ.บ้านผือ มีชาวบ้านที่เป็นสมาชิกของ บ.เกศกัญญา ฟาร์ม จก. ราว 30 คน เดินทางมารวมกลุ่มติดตาม หลังจากรู้ข่าวผู้ต้องหาทั้ง 4 ถูกจับกุม ส่วนใหญ่ยังคงเชื่อว่า “จะมีเงินโอนจากยูเอ็น” จริง โดยมีตัวแทนบริษัทฯมาชี้แจง และขอให้รอเข้าเยี่ยมผู้ต้องหา ในช่วงเวลาเยี่ยม 12.00-13.00 น. ขณะเดียวกันนายสุรชาติ คูณเมือง ชาว จ.หนองบัวลำภู 1 ใน 57 ผู้เสียหายที่แจ้งความ เดินทางมาดูว่ามีการจับกุมจริง และมีชาวบ้านที่ได้รับความเสียหาย เดินทางมาติดตามข้อเท็จจริง บางคนขอแจ้งความเพิ่มเติม

ต่อมาเวลา 11.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.อุดรธานี นายชัชวาลย์ ปทานนท์ นายอำเภอบ้านผือ , พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ ผกก.สภ.บ้านผือ ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุม บ.เกศกัญญา ฟาร์ม จก. ได้ผู้ต้องหาทั้งหมด 4 คน และไปร่วมสอบสวนผู้ต้องหา ด้วยตนเองในห้องประชุม โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าบันทึกภาพ พร้อมปิดประตูล็อคกุญแจ หลังจากมีทนายความมาแจ้ง ซึ่งใช้เวลาพูดคุยราว 30 นาที

พล.ต.ต.วรณัฎฐ์ ผันผ่อน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า คดีนี้มีการชักชวนมาปลูก “ถั่วดาวอินคา” และอ้างว่าสหประชาชาติ หรือยูเอ็น มีเงินมาช่วยเหลือเกษตรกร โดยมีการนำเอกสารมาแสดง ทำให้ชาวบ้านมาสมัคร จ่ายค่าสมาชิก จ่ายค่ากิจกรรมต่างๆต่อเนื่อง ตำรวจ สภ.บ้านผือ ได้ลงสืบสวนรวบรวมหลักฐาน ส่งเอกสารไปสอบถามตัวแทนสหประชาชาติ ในประเทศไทย ได้รับคำยืนยันว่าไม่ใช่คนของสหประชาชาติ สหประชาชาติไม่มีโครงการดังกล่าว คาดว่ามีผู้หลงเชื่อมากว่า 60,000 คน ความเสียหายมากกว่า 1,000 ล้านบาท

“ เมื่อมีผู้เสียหายมาแจ้งความ ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอ สรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการไปแล้ว ในวันพรุ่งนี้จะนำตัวผู้ต้องหาไปส่งฟ้อง และจะคัดค้านการประกันตัว ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน ในทางปฏิบัติมีนโยบายอยู่แล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้แจ้งคดีไปยัง ปปง. เพื่อเข้ามาสืบหาอายัดทรัพย์ เพื่อเอาไว้คืนให้ผู้เสียหาย อาจจะมีการเข้าตรวจค้นหลายจุด และหากพบใครเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีไม่ละเว้น ขอให้ผู้เสียหายที่ถูกหลอก มาพบพนักงานสอบสวนได้ ทั้งที่ ภ.จว.อุดรธานี และ สภ.บ้านผือ ”

ผบก.ภ.จ.อุดรธานี กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การภาคเสธ ยอมรับว่าได้เรียกรับเงิน และจัดกิจกรรมต่างๆจริง แต่ไม่ได้เป็นการหลอกลวง ยืนยันว่าจะมีการโอนเงินมาจริง โดยได้รับการต่อจากต่างประเทศ เอกสารต่างๆที่นำมาชักชวนชาวบ้าน ก็เป็นเอกสารที่ส่งมาจากต่างประเทศ ที่ติดต่อกันทางอีเมลตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้บอกว่าจ่ายเงินให้ตัวแทนคนนั้นหรือไม่ เขาจะขอต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม ทางตำรวจก็ยืนยันว่าหลักฐานความผิดชัดเจน

นายสุรชาติ คูณเมือง อายุ 57 ปี ชาวหนองบัวลำภู เปิดเผยว่า เป็นผู้เสียหายคนแรกที่แจ้งความ เมื่อวานไปพบผู้ว่าฯอุดรธานี ยืนยันกับท่านว่าพร้อมจะพาตำรวจ ไปตรวจค้นเครือข่ายในต่างจังหวัด ทุกแห่งที่ตนเองเคยไปหรือรู้ ที่ผ่านมาตนและผู้เสียหายชุดแรก 37 คน เข้าแจ้งความเสียหาย 7.3 ล้านบาท ผู้ต้องหาเคยมาทำบันทึก ยินยอมคืนเงินให้แต่กลับเบี้ยว และเชื่อว่าตนคงไม่ได้เงินคืน ก็ไม่อยากให้คนพวกนี้ไปหลอกคนอื่นอีก

นายอดิศักดิ์ ศรีมงคล อายุ 64 ปี อดีต ขรก.สาธารณสุข เปิดเผยว่า สูญเงินไปมากกว่า 1 แสนบาท ตอนแรกก็เชื่อหัวปักหัวปำ ต่อมามั่นใจว่าถูกหลอกแน่นอน ยังไม่แจ้งความเพราะอาจจะได้เงินคืน เมื่อรู้ว่าตำรวจจับกุมผู้ต้องหา ก็รีบเดินทางมาแจ้วความ พร้อมเล่าต่อว่า เสียค่าแรกเข้า 3,000 บาท เพื่อแลกกับเงินยูเอ็นช่วยเหลือ 5.4 ล้านบาท จากนั้นก็เสียเงินเพิ่มเรื่อยๆ จากกิจกรรมที่ทำแล้วจะได้เงินเพิ่ม อาทิ ค่าดอกเบี้ยล่วงหน้า 60,000 บาท , ค่าบัตรเอทีเอ็ม 10,000 บาท , ค่าตัดสูท ผู้หญิงก็ชุดไทยจิลดา 20,000 บาท , ค่าพานบายศรีคำชะโนด และอื่นๆ แต่ก็ไม่เคยได้เงินแม้แต่บาทเดียว……