เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2566 พ.ต.อ.ปรัชญา สนิทวงศ์ชัย ผกก.สภ.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.กษิดิศ โชติศิริ รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.สายัณห์ นาพา รอง ผกก.สอบสวนฯ พ.ต.ท.ประจักษ์ ชาญสมร สวป.ฯ และพ.ต.ท.พรชัย ขุนศรี สว.สส.สภ.กลางใหญ่ ร่วมกันประชุมเหตุอุจฉกรรจ์ในพื้นที่รับผิดชอบ หลังจากเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 5 กันยายน 2566 มีกลุ่มวัยรุ่นบ้านสระคลองพัฒนา ม.3 ต.คำด้วง อ.บ้านผือ ประมาณ 10 กว่าคน ขับรถกระบะ ไม่ทราบสี ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด ไล่ยิงกลุ่มวัยรุ่นบ้านคำด้วง  ต.คำด้วง อ.บ้านผือ

โดยมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นเยาวชนอายุ 13 ปีทั้ง 2 คน รายแรกคือ ด.ช.นิว ชาวบ้านคำด้วง ม.1 ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี คนซ้อนรถจักรยานยนต์ ถูกยิงด้วยกระสุนลูกปลายเข้าเต็มแผ่นหลังด้านขวา รวม 14 นัด คมกระสุนทะลุเสื้อเข้าผิวหนังเป็นแผล แต่กระสุนไม่ฝังใน รายที่สองคือ ด.ช.แบล็ค ชาวบ้านคำด้วง ม.10 ต.คำด้วง ถูกกระสุนลูกปลายยิงเข้าที่บริเวณข้อมือด้านขวา กระดูกข้อมือแตกและกระสุนฝังใน

เหตุเกิดบนถนนระหว่างบ้านคำด้วง-บ้านสระคลองพัฒนา ต.คำด้วง อ.บ้านผือ หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.เมธี ทัพสุรีย์ รอง สว.สอบสวน สภ.บ้านผือ พร้อมด้วยตำรวจป้องกันและปราบปราม ตำรวจชุดสืบสวน รุดไปตรวจสอบ รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ พร้อมกับประสานรถกู้ชีพ อบต.คำด้วง นำผู้บาดเจ็บส่งรักษาที่ รพ.บ้านผือ ก่อนส่ง ด.ช.แบล็ค ไปที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อผ่ากระสุนที่ข้อมือออก เก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่เกิดเหตุห่างจากบ้านสระคลองพัฒนาประมาณ 1.5 กิโลเมตร พบขวดแก้วแตกเกลื่อนถนน ซึ่งผู้บาดเจ็บและกลุ่มเพื่อนชาวบ้านคำด้วง

เบื้องต้นให้การว่า ถูกกลุ่มอริบ้านสระคลองพัฒนาไล่ยิง หลังท้าทายกันกับเพื่อนในกลุ่มผ่านข้อความแชทของเฟซบุ๊ก เพื่อนัดเคลียเรื่องปัญหาคาใจกันที่บ้านสระคลองพัฒนา จึงพากันขี่รถจักรยานยนต์ไปกันหลายคัน แต่เคลียกันไม่ได้ เพราะกลุ่มวัยรุ่นบ้านสระคลองพัฒนา ยกพวกมารอกลุ่มวัยรุ่นบ้านคำด้วงในหมู่บ้าน จำนวนมากกว่า และมีอาวุธครบมือ ก่อนพากันขึ้นรถกระบะขับไล่ตาม และใช้อาวุธปืนยิงใส่ คาดว่าเป็นปืนแก๊ปสั้นไทยประดิษฐ์ และปาขวดแก้วใส่ ขณะกลุ่มวัยรุ่นบ้านคำด้วง ซิ่งจักรยานยนต์พากันหนีตายกลับบ้าน เนื่องจากไม่ได้พกอาวุธมา

ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2566 พ.ต.ท.พรชัย ขุนศรี สว.สส.สภ.กลางใหญ่ นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน ไปสอบสวนปากคำ ด.ช.ไทเกอร์ อายุ 14 ปี ที่บ้านคำด้วง ม.2 ต.คำด้วง เพื่อหาสาหตุของเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเป็นคนมีเรื่องทะเลาะกับวัยรุ่นบ้านสระคลองพัฒนาในงานรถแห่ ทราบชื่อภายหลังคือ นายบาส อายุ 15-16 ปี ก่อนที่จะพาตำรวจไปชี้จุดที่เกิดเหตุ ที่อยู่ห่างจากบ้าน ด.ช.ไทเกอร์ ประมาณ 1 กิโลเมตร

จากการสอบสวน ด.ช.ไทเกอร์ ให้การว่า ตนเคยมีเรื่องชกต่อยกับนายบาส ซึ่งเป็นรุ่นพี่ในงานรถแห่ในหมู่บ้านคำด้วง เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่ามา แต่นายบาสสู้ตนไม่ได้ ทำให้นายบาสค้างคาใจในเรื่องนี้มาตลอด เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ ต่อมานาบาสก็มาท้าทายตนผ่านทางข้อความแชทเฟสบุ๊ก ทำให้ตนอดใจไม่ได้ และเมื่อ 3-4 วันก่อนเกิดเหตุ ขณะตนขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าวัดบ้านสระคลองพัฒนา ก็มีคนมาดักยิงตนบริเวณริมถนนสวนยางหน้าหมู่บ้านสระคลองพัฒนา แต่ยิงไม่ถูกตน และคิดว่าจะเป็นกลุ่มของนายบาสอย่างแน่นอน เพราะเคยมีเรื่องกันมาก่อน กระทั่งช่วงค่ำที่ผ่าน นายบาสได้แชทข้อความท้าทายตน จึงรวบรวมเพื่อนขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกันประมาณ 8-10 คน ไปหานายบาสที่บ้าน

”เพราะนายบาส และตนรับคำท้ากันต่อยกันตัวต่อตัว พอไปถึงหมู่บ้านสระคลองพัฒนา พบกลุ่มนายบาสมีจำนวนมากกว่า อาวุธครบมือ ตนเห็นท่าไม่ดี จึงเลี้ยวรถจักรยานยนต์ขับหลบหนี และร้องบอกเพื่อนรุ่นน้องที่คอยอยู่หน้าหมู่บ้านสระคลองพัฒนา ให้พากันหลบหนีกลับบ้าน ตนขี่รถจักรยานยนต์นำหน้า และมีเพื่อนๆขับตามหลังมา ก่อนที่กลุ่มนายบาสจะขับรถกระบะตามมาทันและใช้อาวุธปืนยิง 3 นัด ถูกเพื่อนรุ่นน้องบาดเจ็บ 2 คน ก่อนกลุ่มนายบาสจะพากันขับรถกระบะกลับบ้าน และมีชาวบ้านโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ และขณะนี้ก็อยากชกต่อยกับนายบาสตัวต่อตัว ใครแพ้ใครชนะ ก็จะได้จบปัญหา จับมือเป็นมิตรกันจะดีกว่ามาทำกันแบบนี้”

ต่อมาตำรวจชุดสืบสวนได้เดินทางไปบ้านของ ด.ช.นิว ที่ถูกยิงแผ่นหลัง เพื่อสอบสวนปากคำ หลังทราบว่าแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ และมีสีหน้าอยู่ในอาการตกใจกลัว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเพื่อนได้มาชวนตนไปบ้านสระคลองพัฒนา เพื่อไปเคลียปัญหาเรื่องราวของ ด.ช.ไทเกอร์ และนายบาส ที่ท้าทายกันผ่านทางข้อความแชท โดยให้ตนรออยู่ทางเข้าหมู่บ้านสระคลองพัฒนา โดยมีเพื่อนรุ่นพี่ขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในหมู่บ้าน

”สักพักก็พากันขี่รถกลับออกมา ร้องบอกให้พวกตนขี่หนีตามกลับบ้าน แต่รถจักรยานยนต์เก่าเครื่องไม่แรง จึงถูกรถกระบะกลุ่มของนายบาสตามมาทันและใช้อาวุธปืนยิง 3 นัด แต่ถูกพวกตนเพียงนัดเดียว ตอนนั้นรู้สึกเจ็บข้างหลัง และแสบร้อนตามมา ส่วน ด.ช.แบล็ก เพื่อนที่เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ก็โดนกระสุนเข้าที่ข้อมือแตกกระสุนฝังใน ได้รับบาดเจ็บ และส่งตัวไปผ่าตัดที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี และจากนี้ไปตนคงไม่กล้าออกไปตนกลางคืนแบบนี้อีกแล้ว เพราะกลัวจะเกิดเหตุซ้ำ และทำให้แม่ต้องเสียใจ และอยากขอโทษแม่ที่ไม่เชื่อฟัง”

ด้านนางรัสหมี บุญราช อายุ 40 ปี แม่น้องนิว เล่าว่า รู้สึกตกใจมากที่ลูกชายถูกยิง เพราะน้องนิวไม่ใช่คนต้นเรื่อง และน้องนิวเป็นลูกเพียงคนเดียวกับสามีเก่าชาว จ.ตรัง ที่แยกทางกันมาตั้งแต่น้องนิวยังเล็ก และจะดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด และต่อไปจะเข้มงวดกับน้องนิว ให้กลับบ้านตรงตามเวลาหลังเลิกเรียน และไม่ให้ออกจากบ้านเวลากลางคืน เวลาไปสวนยางก็จะพาไปด้วย  อยากฝากบอกถึงคนก่อเหตุ จะเวลาโกรธแค้นใครและจะยิงใครก็ให้ดูก่อนว่าผิดตัวหรือไม่ คนที่เขาไม่รู้เรื่อง หรือคนที่ผ่านไปมา หรือไปกรีดยาก็จะโดนลูกหลง และเกิดการสูญเสียก็เป็นไปได้

ลูกชายตนรอดมาได้ครั้งนี้ ตนมีความเชื่อว่า ผีปู่ย่าของน้องนิว ช่วยเอาไว้ ทำให้ลุกกระสุนไม่เข้าไปถูกอวัยวะสำคัญในร่างกาย เป็นเพียงแผลไหม้ตามแผ่นหลังรวม 14 จุด เท่านั้น ส่วคนขับถูกกระสุนจนข้อมือแตกกระสุนฝังใน สาเหตุที่ตนเชื่อเพราะปู่กับย่าน้องนิว ที่ได้เสียชีวิตไปแล้วหลายปี และได้เรียนวิชาครูโนราห์ด้วย หลังจากตนพาน้องนิวกลับมาอยู่บ้าน เวลาน้องนิวไม่สบาย ก็จะยกมือให้ผีปู่ย่ามาช่วย น้องนิวก็หายจากอาการป่วยเป็นปลิดทิ้ง และทุกวันนี้ลุกกำลังเป็นวัยรุ่น ชอบออกบ้านเวลากลางคืน หรือลูกกลับมาบ้านช้า ตนก็จะยกมือรำลึกวิญญาณปู่ย่าของน้องนิว ให้ช่วยดูแลปกปักรักษาหลานชาย

“กระทั่งน้องนิวมาถูกยิงแต่กระสุนไม่เข้าอย่างเหลือเชื่อ และเมื่อตอนปู่ย่าของน้องนิวป่วยที่ รพ. ก่อนที่จะเสียชีวิต หมอที่ รพ.เจาะเลือดออกมาตรวจ แต่ไม่มีเลือดออกมาเลยสักหยด ทั้งที่หมอให้เลือดเข้าไปในร่างกายแล้ว จนทำให้หมอที่มาตรวจเลือดงงกับเรื่องนี้ จึงให้ญาติไปทำพิธีบอกกล่าวครูโนราห์ที่แกนับถือ จึงสามารถนำออกมาตรวจได้ปกติ ก่อนที่แกจะเสียชิตลงในเวลาต่อมา”

ด้าน พ.ต.อ.ปรัชญา สนิทวงศ์ชัย ผกก.สภกลางใหญ่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์วัยรุ่นใช้อาวุธปืนยิงกันที่บ้านคำด้วงและบ้านสระคลองพัฒนา ซึ่งมีเยาวชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จากการสืบสวนสอบทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นทั้ง 2 ฝ่าย มีเรื่องทะเลาะกันมาก่อน ในพื้นที่บ้านคำด้วง แล้วนัดมาเคลียกัน แต่เคลียกันไม่ได้ จึงได้มีการไล่ทำร้าย และใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ยิงใส่ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ และติดตามผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย ในส่วนผู้บาดเจ็บเป็นเยาวชน และผู้ก่อเหตุก็คาดว่าเป็นเยาวชนเช่นกัน

”เบื้องต้นทางตนได้สั่งการตำรวจสืบสวน และงานป้องกันและปราบปราม ลงพื้นที่หาหลักฐาน และพยาน พูดคุยกับผู้ปกครอง เพื่อติดตามผู้ก่อเหตุดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งก็ฝากเตือนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลาน ให้ห่างไกลยาเสพติด และไม่จับกลุ่มมั่วสุม และจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ต่อไปจะได้เป็นเยาวชนที่ดีต่อไป”

บทความก่อนหน้านี้เอกชนอุดรฯพร้อมดันทุกโครงการเสนอ “นายก”ระหว่างลงพื้นที่อีสานบน 8 – 9 ก.ย.
บทความถัดไปรถไฟถอย..ยอมยกทางคู่ข้ามโรงปูน