จากกรณีลูกเขยโหดรัวยิงพ่อตาหวิดดับที่ บ้านเลขที่ 398 หมู่ 11 บ้านดงหวาย ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้ นายพุทธา ตระการ อายุ 57 ปี หรือแดง พ่อตา ถูกลูกเขยใช้อาวุธปืนพกสั้นแบบบีบีกันดัดแปลง ลำกล้องขนาด .380 ยิงเข้าเข้าบริเวณราวนมด้านซ้าย ลำตัวและข้อมือขวา จำนวนหลายนัด บาดเจ็บสาหัสและอาการปลอดภัยแล้ว หลังก่อเหตุนายศิริชัย แก้วหลักคำ อายุ 37 ปี หรือ “ไอ้ชาติ” ลูกเขยปืนโหดได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 7 ปลอก และหัวกระสุนปืน 1 นัด ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

กระทั่งช่วงสายวันรุ่งขึ้น  (5 ม.ค.65) ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านดุง สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ตรวจค้นรอบบริเวณบ้าน พบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 23 ปลอก และแมกกาซีนบรรจุกระสุนปืน จำนวน 2 อัน ที่ซุกอยู่ในตัว และอยู่ในกระเป๋าสะพายแขวนอยู่ข้างบ้าน จากนั้น นายศิริชัย แก้วหลักคำ หรือ “ไอ้ชาติ” นำตำรวจตรวจยึดรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีแดง-ดำ ทะเบียน 1 กด 14 หนองคาย ที่กระท่อมปลายนาท้ายหมู่บ้านดงหวาย หลังใช้ขี่มาก่อเหตุและหลบหนี

 

ส่วนสาเหตุเป็นเรื่องทะเลาะกันภายในครอบครัว และนายชาติฯจะมาตามมารับภรรยาและลูกกลับคืนไปอยู่บ้านของตัวเอง หลังมีปากเสียงกันและใช้อาวุธยิงปืนขู่ภรรยา พ่อตาแม่ยายไม่ยอมให้กลับคืน  และอยากให้ลุกสาวแยกทางกับลูกเขยปืนโหด กลัวว่าลูกสาวและหลานสาววัยเพียง 2 เดือน จะได้รับอันตรายไม่วันใดก็วันหนึ่ง เนื่องจากลูกเขยเป็นคนใจร้อน ทะเลาะกับลูกสาวอยู่บ่อยครั้ง และติดเสพยาบ้า ทำให้เกิดเป็นปัญหาทะเลาะเบาะแว้งเรื้อรังกันมานาน

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 มกราคม 2565 ที่ห้องประชุม ศปก.สภ.บ้านดุง พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สภ.อ.บ้านดุง พ.ต.ท.มานิตย์ วงษ์เส รอง ผกก.ป.สภ.บ้านดุง พ.ต.ท.วัฒนา มีทองหลาง รอง ผกก.สอบสวน สภ.บ้านดุง พ.ต.ท.ฉัตรชัย ใจไว สว.สส.สภ.บ้านดุง ร่วมกันสอบปากคำ นายศิริชัย แก้วหลักคำ อายุ 37 ปี หรือ “ไอ้ชาติ” ลูกเขยปืนโหด ยอมรับสาภาพสำนึกผิดทั้งน้ำตาในสิ่งที่กระทำลงไป เพราะโมโหอารมณ์พาไป ควบคุมตัวเองไม่อยู่และอยากขอโทษพ่อตาแม่ยาย ภรรยาและลูกสาว ซึ่งคดีนี้ทางตำรวจไม่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ เนื่องจากเป็นเรื่องของครอบครัว และทางตำรวจมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อผู้ต้องหา

นายศิริชัย แก้วหลักคำ หรือ “ไอ้ชาติ” ลูกเขยปืนโหด ให้การรับสาภาพว่า ก่อนใช้อาวุธปืนรัวยิงพ่อตาตนไม่ได้เสพยาบ้า แต่ก๊งเหล้าขาวมา 10 บาท และหลังก่อเหตุแล้วจึงไปเสพยาบ้า ส่วนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนที่ใช้ก่อเหตุยิงพ่อตาบาดเจ็บสาหัส สั่งซื้อมาทางออนไลน์ (ลาซาด้า) ในราคากระบอกละ 6,800 บาท นำมาซ้อมยิงตามทุ่งนา ไม่เคยก่อเหตุยิงใคร กระทั่งมีปากเสียงกับภรรยา และภรรยาหอบลุกหนีมาบ้านพ่อตาแม่ยาย ตนตามมาง้อขอคืนดี และขอพ่อตาแม่ยายจะพาลูกเมียกลับไปอยู่ด้วยกันที่บ้านของตนเอง แต่พ่อตาไม่ยอม จึงโมโหเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ใช้อาวุธปืนที่พกมารัวยิงใส่พ่อตา ก่อนหลบหนีไป และมาถูกตำรวจจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ส่วนอาวุธปืนตนทำหล่นหายระหว่างขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี

 

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า เราได้รับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. ว่ามีเหตุยิงกัน พนักงานสอบสวนจึงรีบออกไปที่เกิดเหตุ พบกองเลือด ปลอกกระสุนปืน และหัวกระสุนปืนที่ติดอยู่ จากการสอบสวนและรวบรวมหลักฐานทราบว่า เป็นกรณีนายศิริชัย หรือชาติ แก้วหลักคำ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นลูกเขยของผู้บาดเจ็บ ได้เข้าไปมีปากเสียงกับพ่อตาแม่ยาย เมื่อก่อเหตุแล้วได้หลบหนีไป จากนั้นฝ่ายสืบสวนพอได้ข้อมูลเบื้องต้นได้เร่งรัดติดตามจับกุมตัวผู้กระทำความผิด จนกระทั่งวันที่ 5 มกราคม เราได้ตัวผู้ต้องหา ในตัวพบหลักฐานสำคัญคือแมกกาซีน และนำตัวไปตรวจค้นเพิ่มเติมที่บ้านพักอาศัย ก็พบปลอกกระสุนปืนอีก 23 ปลอก และแมกกาซีนอีก 1 อัน

”จากการพูดคุยเรื่องแรงบันดาลในใจในการก่อเหตุ ทราบว่านายชาติไม่ได้รับการยอมรับในครอบครัวของฝ่ายหญิง ซึ่งนายชาติและภรรยาก็มีลูกด้วยกันแล้วอายุประมาณ 2 เดือน ซึ่งเกิดการทะเบาะแว้งกันมาโดยตลอด ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับในตัวฝ่ายชาย ครอบครัวฝ่ายหญิงยุยงให้ฝ่ายหญิงเลิกกับฝ่ายชายไป และในวันเกิดเหตุจึงเกิดแรงบันดาลใจที่สะสมและลงมือก่อเหตุ เป็นที่น่าสังเกตุว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุนั้นมีการสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ ผ่านเว็ปไซต์ชื่อดัง เราก็จะดำเนินการสืบสวนต่อไป ส่วนนายชาติฯ มีพฤติกรรมชื่นชอบอาวุธปืนเป็นพิเศษ มีการซ้อมยิงด้วย โชคดีว่าในการก่อเหตุผู้บาดเจ็บไม่ได้ถูกยิงเข้าอวัยวะสำคัญมาก และตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว”

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยอีกว่า จากพยานหลักฐานคิดว่าเพียงพอแล้ว จึงไม่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนในที่เกิดเหตุ เรามั่นใจในหลักฐานและประจักษ์พยาน ตลอดจนหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จึงเชื่อว่าหลักฐานครบถ้วนแล้ว ส่วนอาวุธปืนที่ก่อเหตุยังตามหาอยู่ นายชาติเองให้ข้อมูลไว้ว่าเป็นปืนดัดแปลง ยังเชื่อว่ายังการปิดบังข้อมูลอยู่ เราก็จะพยายามพูดคุยให้ผู้ต้องหาชี้จุดและตามหาอาวุธปืนให้พบ เราได้เพียงแมกกาซีนปืนมา 2 แม็กกาซีน ปลอกกระสุนปืนในที่เกิดเหตุ 7 ปลอก ที่บ้านพัก 23 ปลอก ทั้งหมดนี้คือหลักฐานสำคัญที่มัดตัวผู้ต้องหา เจ้าตัวเองก็รับสารภาพและยอมรับ

”เรื่องการตรวจสอบแหล่งที่มาของอาวุธปืน ที่ผู้ต้องหาอ้างว่าซื้อผ่านทางออนไลน์ เรื่องนี้ต้องสืบสวนต่อไป เนื่องจากเป็นการจราจรทางคอมพิวเตอร์ เป็นความผิดที่ร้ายแรง การสืบค้นต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้น อาจจะต้องประสานหน่วยงานที่มีเครื่องมือพิเศษ เพื่อช่วยเหลือในการสืบค้นต่อไป เบื้องต้นคดีนี้ตำทางเราแจ้งข้อกล่าวหา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ,ยิงปืนในเมืองหรือหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร น่าจะเป็น 3 ข้อหานี้ก่อน ส่วนการบุกรุก ด้วยการที่ตัวเขาและครอบครัวนี้เป็นญาติกัน จึงไม่น่าจะเข้าข่ายเจตนาของการบุกรุก เนื่องจากเป็นการไปมาหาสู่ระหว่างตัวเขาเองและลูกสาวของบ้านนี้”

บทความก่อนหน้านี้ปีใหม่อุดรตายบนถนนเพิ่มที่ รพ.รวม 19 ราย
บทความถัดไปรำบวงสรวงฉลองตั้งเมืองอุดรฯ New Normal จำกัด 400 คน