22 เดือน รถขนแรทองแดง 28 ตัน จาก สปป.ลาว ตกห้วยที่อุดรธานี พบทองแดงตกค้างระยะทาง 1 กม. ห้ามชาวบ้านใช้น้ำ-จับสัตว์น้ำ เก็บกู้ 2 รอบทองแดงยังเกินมาตรฐาน ผู้ว่าฯฝากถึงผู้ขนส่งไม่ตั้งใจเสียทั้งเงิน-ชื่อเสียง อัยการแนะรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2562 ว่าการการเก็บกู้ “สินแร่ทองแดง สปป.ลาว” ครั้งที่ 2 จากรถบรรทุกพ่วงจาก สปป.ลาว ขนแร่น้ำหนัก 28 ตัน ผ่าน จ.หนองคาย มุ่งหน้าไปยังท่าเรือมาบตาพุด ประสบอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำบนถนนมิตรภาพ ตกลงไปในลำห้วยสาขา ห้วยสามพาด บ.นาดี ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ตั้งแต่คืนวันที่ 5 สิงหาคม 2560 ทางราชการมีประกาศห้ามบริโภคพืชและสัตว์น้ำ และใช้น้ำระยะทาง 1 กม. ติดต่อกันมาก 20 เดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการเสร็จสมบูรณ์

โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้เชิญคณะทำงานแก้ไขปัญหา หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง , ผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่น , ผู้นำท้องที่ และตัวแทนบริษัทผู้รับจ้างขนส่งแร่ ซึ่งมีเพียงผู้แทน บ.เอสเคที. ทราน จก. จ.ขอนแก่น ผู้รับจ้างขนส่งช่วงต่อเดินทางมา ส่วน บ.ลินฟอกซ์ ทรานสปอร์ต ประเทศไทย จก. ผู้รับจ้างขนส่งตรงจากเอกชนใน สปป.ลาว ไม่ได้เดินทางมาเหมือนทุนครั้ง

ซึ่งที่ประชุมสรุปว่า หลังการเก็บกู้ลำห้วยครั้งแรก ยังตรวจพบแร่ทองแดงตกค้าง อยู่ในตะกอนดินก้นลำห้วย และพบทองแดงตกค้างในหอย เมื่อมีการเก็บกู้ตะกอนดินครั้งที่ 2 ผู้ประกอบการใช้เครื่องจักร เป็นแบ็คโฮขนาดเล็ก ซึ่งตัวมือหรือปุ้งกี้จะมีเล็บหรือฟัน ทำให้ตักผิวดินก้นห้วยได้ไม่หมด ขณะนี้เก็บกู้ไปแล้ว 800 เมตร เหลืออีก 200 เมตร โดยผลตรวจวิเคราะห์ที่เก็บกู้ด้วยเครื่องแบบเคลื่อนที่ พบมีค่าทองแดงลดลงจากครั้งแรก แต่ยังสูงเกินมาตรฐาน บางจุดสูงมากกว่า 3-4 เท่า

ที่ประชุมได้ของให้ผู้ประกอบการ จัดทำแผนการเก็บกู้ลำห้วยที่เหลือ 200 เมตร เพราะขณะนี้ลำห้วยมีน้ำไหลเข้ามาแล้ว และเร่งดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว และจากผลการตรวจพื้นที่เก็บกู้ไปแล้ว คาดว่าจะต้องดำเนินการเก็บกู้ในครั้งที่ 3 พร้อมย้ำอีกครั้งว่า ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย การตรวจวิเคราะห์น้ำ , สัตว์น้ำ , พืช และดิน ที่ทางราชการออกค่าใช้จ่ายไปแล้ว รวมทั้งการสุขภาพแรงงานก่อน-หลังเก็บกู้ลำห้วย ที่แจ้งไปก่อนหน้านี้ 600,000 บาท ผู้แทนฯเอกชนรับจะไปแจ้งผู้บริหารฯเช่นเคย

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า แม้ผู้ประกอบการขนส่งจะมาเก็บกู้แร่ ตามคำสั่งของจังหวัดอุดรธานี แต่การเก็บกู้ขาดความเรียบร้อย โดยในการเก็บกู้ในครั้งที่ 2 ระหว่างเดือนเมษายนที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน ก็ยังดำเนินการขาดไป 200 เมตร ขณะที่ดำเนินการไปแล้ว 800 เมตร ที่เหลืออยู่ก็ยังทำให้เสร็จ ที่ทำไปแล้วก็ยังเอาออกไม่หมด ผู้ประกอบการต้องตั้งใจมากขึ้นกว่านี้

“ เรื่องนี้ผมบอกเขาไปว่าผู้ว่าฯ ได้มาติดตามแก้ไขด้วยตัวเอง แต่ผู้ประกอบการมีเฉพาะผู้แทน ทำให้การทำงานล่าช้า เวลาผ่านไปนานมากเกือบ 2 ปีแล้ว ชาวบ้านไม่ได้เข้าไปหาอยู่หากินกับลำห้วย ผู้ประกอบการก็รับผลกระทบตามมา ไม่ใช่เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียเพิ่ม ชื่อเสียงผู้ประกอบการเองก็จะเสียหาย จากเพราะการแก้ไขปัญหาที่อุดรธานีไม่ได้ จะขนสินค้าผ่านไปทางไหนคนก็หวาดระแวง ”

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวอีกว่า ได้ขอให้ผู้ประกอบการเร่งรัด ตามคำสั่งเก็บกู้แร่ครั้งที่ 2 และคาดว่าจะต้องมีการเก็บกู้รอบที่ 3 โดยจะสรุปผลการตรวจสารตกค่างอีก ขณะเดียวกันได้สั่งการตามคำแนะนำ ของพนักอัยการ จ.อุดรธานี ให้รวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม จากที่ได้รวบรวมไปก่อนหน้านี้ เพื่อเตรียมดำเนินคดีเอาผิด 2 ราย ทั้งผู้ประกอบการมีสัญญาขนส่งกับเหมืองแร่ และผู้รับขนส่งช่วง…