วันศุกร์, มีนาคม 1, 2024
Google search engine
หน้าแรกสังคม“ก้าวไกล”ลุย“หนองวัวซอโมเดล”

“ก้าวไกล”ลุย“หนองวัวซอโมเดล”

วิโรจน์ลุยหนองวัวซอโมเดลเตรียมเชิญจับเข่าคุยหลังชาวบ้านอ้างถูกหลอกให้เช่าที่ตัวเอง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 ที่สวนสุขภาพ บ.หนองแวงยาวใต้ ม.8 ต.หนองวัวซอ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร และนายอภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคก้าวไกล ประธานคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากชาวบ้าน กรณีได้รับผลกระทบจากโครงการ นโยบายเร่งด่วนรัฐบาล “หนองวัวซอโมเดล” หลังจากชาวบ้านร้องเรียนผู้ว่าฯ จ.อุดรธานี ขอให้พิสูจน์สิทธิในที่ดินทำกินก่อน

บรรยากาศเป็นไปด้วยความเข้มข้น ชาวบ้านยืนยันว่าโครงการฯ ไม่ชี้แจงชาวบ้านชัดเจน หลายรายลงรายชื่อร่วมโครงการฯ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นการตรวจสอบสิทธิ์เพื่อออกโฉนด ไม่ได้แจ้งโดยตรงตั้งแต่แรกว่าเป็นการเช่า ยืนยันอีกว่าเป็นผู้อยู่อาศัยและทำกินมาก่อน และเรียกร้องให้มีการพิสูจน์สิทธิเพื่อความเป็นธรรม ชาวบ้านบางรายอ้างว่า เมื่อปี 2498 หน่วยงานรัฐมาหลอกยึดเอาเอกสารสิทธิ์ไป อ้างว่าจะเอาไปทำให้ใหม่ แต่ก็ไม่เคยนำมาคืนให้ จนล่วงเลยมาถึงปัจจุบัน โดยคณะได้ยืนยันหลักการช่วยเหลือ และเสนอจำแนกกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งมีเอกสาร ไม่มีเอกสาร รวมถึงผู้เข้ามาครอบครองภายหลัง และจะมีการนัดเจรจากันอีกครั้ง ซึ่งชาวบ้านก็เห็นด้วยใน

นายพงษ์ บุญศิริ อายุ 82 ปี ชาวบ้านหนองแวงยาวใต้ เปิดเผยว่า อยู่ที่บ้านนี้มาตั้งแต่เกิด ได้ที่ทำกินจากพ่อแม่ 40 ไร่ แต่ก่อนเคยมี สค.1 ปัจจุบันมีเพียงเอกสารการเสียภาษี ภบท.5 เพราะเมื่อปี 2498 ทหารเข้ามาบอกว่าจะรวบรวมเอกสารไปเปลี่ยนเป็นโฉนดให้ แต่เอาไปแล้วก็ไม่เอามาคืน ทวงถามไปก็ไม่มีการตอบกลับ ไปติดต่อที่อำเภอก็ไม่มีความคืบหน้า จนล่วงเลยมาถึงทุกวัน ยังใช้ประโยชน์พื้นที่ในการทำไร่ ไม่มีการขับไล่ พื้นที่ข้างเคียงของเพื่อนบ้านมีเอกสารหมด ทั้ง สค.1 และ นส.3 มีความหวังอยากได้เอกสารสิทธิ์คืนมาก่อนที่จะตาย ให้ลูกหลานเอาไว้ทำกินต่อไป

นายโอภาส ไชโย อายุ 63 ปี หมอดินอาสา บ้านหนองแวงยาวใต้ เปิดเผยว่า โครงการนี้คิดว่าเป็นการหลอกลวงชาวบ้าน ตั้งชื่อโครงการไว้สวยหรู แต่ประชาชนนั้นเสียประโยชน์ ไม่มีการชี้แจงชาวบ้าน ชาวบ้านลุกฮือถึงมาติดประกาศ แทนที่จะประชาคม มาพูดคุย ถ้าเราพอใจก็ไม่มีปัญหา เขามาก็เอาเอกสารมาให้ มาบอกให้ทำตามขั้นตอนของเขา เอกสารก็มีเยอะ ชาวบ้านตาสีตาสา เขาบอกอะไรก็เชื่อ ก็เซ็นต์เอกสารไป รู้สึกไม่พอใจมาก เพราะมาบีบชาวบ้าน มีที่ไหนชาวบ้านต้องเช่าที่ตัวเอง

นายวิโรจน์ฯ ประธานคณะกรรมาธิการทหาร เปิดเผยว่า ต้องรับฟังทั้งสองฝ่าย เนื่องจากกรมธนารักษ์ชี้แจงว่าชาวบ้านเห็นด้วย แต่เมื่อลงพื้นที่จริงก็พบว่าข้อมูลไม่ตรงกัน เป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริง ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นการออกโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ ไม่ได้คิดว่าเป็นการเช่า ชาวบ้านจึงคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และต้องการตรวจสอบสิทธิ หลายคนมีเอกสารก็ควรต้องพิสูจน์สิทธิ และหลายคนมีการทำสัญญาเช่าไปแล้ว เท่ากับยอมรับแล้วว่าเป็นพื้นที่รัฐ เบื้องต้นจะให้บุคลากรของพรรคก้าวไกลมาเป็นพี่เลี้ยง ให้ชาวบ้านถอนความประสงค์ในสัญญาเช่า โดยต้องเน้นย้ำว่าเป็นการสำคัญผิดในข้อเท็จจริง และอยากที่จะพิสูจน์สิทธิ

“ จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และชาวบ้านมาร่วมหารือกัน ว่าจะสามารถช่วยเหลือและหาทางออกไปในทิศทางไหน หลังจากนี้จะเร่งทำหนังสือเชิญทุกฝ่าย คาดว่าไม่เกินวันที่ 12 ธันวาคมนี้ หากมีการพิสูจน์สิทธิ์ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ หากไม่ใช่ของชาวบ้านก็ต้องมาว่ากันด้วยเรื่องการเช่า หรือเอกสารอื่นในการเข้าไปทำประโยชน์ของชาวบ้าน หากเป็นของชาวบ้านจริงก็จะทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งถ้าการพิสูจน์ล่าช้าก็เป็นความอยุติธรรมอย่างหนึ่งเช่นกัน ”

นายวิโรจน์ฯ เปิดเผยอีกว่า ถามว่าเห็นด้วยกับโครงการนี้หรือไม่ ตนเห็นด้วยอยู่แล้ว หากจะจัดสรรพื้นที่ให้ชาวบ้านได้ทำกินหรืออยู่อาศัย แต่จะต้องละเอียดรอบครอบ ต้องอย่าลืมกระบวนการพิสูจน์สิทธิ ไม่ใช่ไปลิดรอนสิทธิประชาชน ตราบใดที่เขายืนยันว่ามีสิทธิ เขามีเอกสาร มีหลักฐาน อย่าเพิ่งไปด้อยค่าหลักฐาน หรือไปกำปั้นทุบดิน ใช้กระบวนการข่มขู่ หรือตะล่อม หรืออะไรก็แล้วแต่ ที่ทำให้หลักฐานของประชาชนมันด้อยค่าลง ซึ่งประชาชนก็มักจะเจอสภาพว่าสู้ไปก็ไม่ชนะ ในฐานะของคู่ขัดแย้ง แต่ละฝ่ายก็ต้องมีหลักฐาน ก็ต้องมาพิสูจน์กัน ไม่ใช่ไปด้อยค่าอีกฝ่าย ต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments