วันอาทิตย์, เมษายน 21, 2024
Google search engine
หน้าแรกสังคมมรดกเสี่ยปาน30ล้านยังอลเวงไม่จบอดีตเมียฟ้องป้าเก้าฮุบเงินหลานหายเงียบหลังมีหมายจับ

มรดกเสี่ยปาน30ล้านยังอลเวงไม่จบอดีตเมียฟ้องป้าเก้าฮุบเงินหลานหายเงียบหลังมีหมายจับ

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี น.ส.เสาวณี ทองวิเศษ อายุ 37 ปี หรือมด อดีตภรรยา นายยงยุทธ แก้วสวนจิก หรือเสี่ยปาน 30 ล้าน ยื่นฟ้อง น.ส.สุธีรา แก้วสวนจิก หรือป้าเก้า อายุ 46 ปี พี่สาวและผู้จัดการมรดกเสี่ยปาน ต่อศาล จ.อุดรธานี ในข้อหายักยอกทรัพย์เงินขายบ้าน 3 ล้าน ของ ด.ช.ชลธี แก้วสวนจิก หรือน้องเกาลัด อายุ 8 ปี ลูกชายเสี่ยปาน เมื่อวานนี้ศาลได้ออกหมายจับป้าเก้า แต่ยังไร้เงาไม่สามารถติดต่อได้ ล่าสุดช่วงสายวันนี้ นางกัญทนัน วิลโลมิตเซอร์ หรือป้าติ๋ว อายุ 52 ปี พี่สาวคนโตของเสี่ยปาน ได้เดินทางกลับจากประเทศเยอรมันนี เพื่อมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนัดหมายพูดคุยกันที่ สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรมาก แต่เผยถึงนิสัยใจคอน้องสาว และมั่นใจว่าใช้เงินไปหมดแล้ว

ป้าติ๋ว เปิดเผยว่า ยืนยันว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น ญาติพี่น้องคนอื่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรู้เห็นด้วยกับน้องสาวคนนี้ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่น้องทุกคน รู้ดีว่าน้องสาวคนนี้มีนิสัยเป็นแบบไหน ซึ่งตัวเองก็เคยโดนกระทำมาด้วยโดยตลอด ตั้งแต่เด็กจนโต ตัวเองเป็นคนเสียสละให้กับพี่น้องทั้งหมดมาตลอด เพราะครอบครัวยากจนมาก หลังตัวเองไปอยู่ต่างประเทศก็ส่งเงินมาให้กับครอบครัวใช้ รวมไปถึงตัวของเสี่ยปานและน้องสาวอีกคนด้วย ซึ่งตัวเองเป็นหัวเรือหลักจนกระทั่งเสี่ยปานมาถูกรางวัลที่หนึ่งมูลค่า 30 ล้านบาท

“ เก้าเป็นคนไม่ทำมาหากินอะไร เป็นคนชอบพูดลับหลังไม่กล้าพูดต่อหน้า เป็นคนขี้อิจฉา ไม่ได้สนิทอะไรกับตัวเองเหมือนพี่น้องคนอื่น ซึ่งหลังจากที่เสี่ยปานถูกรางวัลที่หนึ่ง ตัวเองก็เตือนน้องชายมาตลอด ว่าให้ระมัดระวังการใช้เงิน แต่น้องชายก็มาอยู่กับนางสาวสุธีรา ซึ่งหลังจากนั้นมาน้องชายก็เปลี่ยนไป เพราะฟังคำของน้องสาวคนนี้ที่คอยปอกลอก ยังเตือนเสี่ยปานด้วยว่าอย่าเล่นการพนัน อย่าฟังคำคนอื่นและอย่าทิ้งลูกทิ้งเมียตัวเอง แต่เสียป่านก็ไม่ฟัง จนกระทั่งมารู้ภายหลังว่า เก้ามาผู้จัดการมรดกของเสี่ยปาน ก็ตกใจมากพร้อมกับบอกเสี่ยปานว่า อย่าไปฟังอะไรมันมาก แต่เสี่ยปานก็ย้อนกลับมาว่า มึงไม่ต้องมายุ่งมันเรื่องของกู ตัวมึงดีแค่ไหน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของกู ทำให้ตัวเองไม่ยุ่งอีกเลย “

ป้าติ๋ว เปิดเผยอีกว่า ส่วนเรื่องพินัยกรรมที่กำลังมีปัญหานั้นตัวเองเพิ่งรู้ภายหลัง เพราะลูกชายโทรศัพท์มาบอกว่าเค้าขายบ้านหลังนี้ไปแล้ว แต่เค้าไม่ยอมใช้หนี้เลย ลูกชายก็ทวงเงินมาตลอด แต่ก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปหาก็ไม่ตอบ พร้อมกับบล็อก เฟซบุ๊คไปด้วย ตัวเองก็เลยถามอดีตเมียของเสี่ยปานว่า ได้เงินหรือยังน้องสะใภ้ก็บอกว่ายังไม่ได้เงินเลย จนกระทั่งมารู้ว่าบ้านหลังนี้ถูกขายไปแล้วก็เลยเขียนด่านางสาวสุธีราไป แต่เจ้าตัวก็บล็อกตัวเองไปด้วยซึ่งตอนนี้ตัวเองไม่รู้ว่านางสาวสุธีราหนีไปอยู่ที่ไหน ส่วนเงิน 3 ล้านบาทตัวเองคิดว่าไม่เหลือแล้ว เงินถูกเล่นการพนันไปหมดแล้ว ตอนนี้ปล่อยให้เป็นเรื่องของบุญกรรม ถ้าหากเสี่ยปานไม่ถูกหวย 30 ล้าน มันจะมาดูแล มาเลี้ยงดูเสี่ยปานหรือไม่

ต่อมาในช่วงบ่ายวันเดียวกัน น.ส.เสาวณี ทองวิเศษ อดีตภรรยาเสี่ยปาน 30 ล้าน พร้อมด้วย น.ส.อุไรภรณ์ เข็มตูม พี่สาว ได้เดินทางไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ที่ป้าเก้าเคยเปิดร้านและเคยอาศัยอยู่ เพื่อไปรับประทานอาหาร และสอบถาม น.ส.ดวงดาว สังสีแก้ว อายุ 41 ปี เจ้าร้านก๋วยเตี๋ยว ผู้เช่าพื้นที่ต่อจากป้าเก้า เบื้องต้นทราบว่ามาเปิดร้านได้ประมาณ 15 วัน เช่าเดือนละ 3 พันบาท ไม่มีสัญญาเช่า ป้าเก้าและสามีเดินทางมาที่นี่บ้าง เพราะตัวอาคารข้างกัน ครอบครัวของป้าเก้ายังพักอาศัยอยู่ ล่าสุดเห็นป้าเก้าเมื่อ 2 วันที่แล้ว และคุยกันล่าสุดผ่านแชตเฟซบุ๊คเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

น.ส.เสาวณีฯ หรือมด เปิดเผยว่า วันนี้ป้าติ๋วกับมาพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาช่วย แต่ช่วงเช้าไม่ได้คุยกันมาก เพราะปกติก็คุยกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไรมาก ตนเองก็พยายามจะติดต่อป้าเก้าให้ได้ และที่มาร้านก๋วยเตี๋ยว ก็เพื่อมาสอบถามที่ไปที่มาในการเช่าพื้นที่ และถามหาเบาะแสป้าเก้า หลังจากนี้จะปรึกษาทนายอีกครั้ง เพื่อขอตรวจสอบที่ดินผืนนี้ว่าเป็นชื่อใคร หากยังเป็นชื่อของเสี่ยปาน ก็ควรจะเป็นกรรมสิทธิ์ของน้องเกาลัด ซึ่งจะได้หาทางรับประโยชน์ให้ลูกชาย รวมถึงการตรวจสอบทรัพย์อื่นๆอีกด้วย จากการสอบถามทราบว่า ลุงพจ สามีของป้าเก้า ได้มาขนของออกไปจากบ้านข้างร้านก๋วยเตี๋ยวไปแล้ว เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ บ.หนองบ่อ ม.14 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ที่ระบุว่าเป็นบ้านของ น.ส.สุธีรา แก้วสวนจิก หรือป้าเก้า สภาพโดยรอบมีหญ้าขึ้นรกร้าง คล้ายกับไม่มีคนอยู่อาศัยมาสักระยะ ซึ่งมีการปิดล็อคประตูหน้าต่างไว้รอบด้าน โดยมีนายดำรง มหาโยธี อายุ 68 ปี อสม.หมู่บ้าน เป็นคนยืนยันและให้ข้อมูล

นายดำรงฯ เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้เป็นของเก้า เขาอยู่กับสามี รู้เพียงว่าป้าเก้าไปทำงานมาหากินอยู่ที่ภูเก็ต ช่วงที่ผ่านมายังเห็นป้าเก้าและสามีอยู่เป็นระยะ เขาจะกลับเข้ามาช่วงเย็นถึงค่ำ เขาจะเข้าๆออกๆ และไม่รู้ว่าสามีเขาเป็นใครมาจากไหน จะเห็นทั้งที่บ้านตรงร้านก๋วยเตี๋ยว และบ้านในหมู่บ้านหลังนี้ เมื่อ 2 วันที่แล้ว เก้ามาพร้อมกับชายต่างชาติสูงอายุ เดินทางมาดูบ้านหลังนี้ แต่ไม่ทราบว่ามาโดยสาเหตุอะไร และสามีเขาก็มาด้วย ครอบครัวนี้ไม่ค่อยสุงสิงกับชาวบ้าน ไม่ค่อยมีใครเข้าไปพุดคุยด้วย และถ้าจำไม่ผิดเมื่อวานนี้ก็ยังเห็นเก้าอยู่ในหมู่บ้านอยู่ แต่ตอนนี้ก็ไม่ทราบว่าเขาไปอยู่ที่ไหน

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments