โรงสีข้าวอุดรสิริสวัสดิ์ กม.9 ถนนนิตโย อ.เมือง จ.อุดรธานี เปิดให้พ่อแม่-ผู้ปกครอง-ครู นำเด็กเล็กอายุ 1-5 ขวบ มาสัมผัสกับวิถีสังคมเกษตรกรรม ที่แปลงนาสาธิตนาข้าวแบบปราณีต และรวมกันดำนาแปลงนาข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ดอกมะลิ 105

เมื่อเช้าวันที่ 7 สิงหาคม 2561 บริเวณแปลงนาสาธิตการทำนาแบบปราณีต ของโรงสีข้าวอุดรสิริสวัสดิ์ กม.9 ถนนนิตโย อ.เมือง จ.อุดรธานี ที่ปลูกข้าวแบบอินทรีย์มานานกว่า 8 ปี มีคณะครูจากศูนย์พัฒนาทักษะการคิด และการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ “จูโน่ ปาร์ค” สาขายูดีทาว์นอุดรธานี นำเด็กในปกครองและพ่อแม่ มาร่วมกิจกรรมสัมผัสกับธรรมชาติ ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยทั้งพ่อแม่และลูกเตรียมเสื้อผ้า หมวก และรองเท้า มาพร้อมที่จะร่วมกับกิจกรรม

เริ่มจากกิจกรรมการเตรียมความพร้อม ก่อนจะเดินเข้าไปในสวนมะนาว เก็บผลมะนาวจากต้นใส่ตะกล้า เดินลัดเลาะตามคันนาที่กำพลังเตรียมดิน ไปยังบริเวณนำผลมะนาวจากต้น มาคั้นทำน้ำมะนาว และน้ำผลไม้ดื่ม จากนั้นเดินผ่านสวนกล้วย สวนมะพร้าว มาเล่นม้าก้านกล้วย-ปืนก้านกล้วย ของเล่นของเด็กๆในอดีต บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาม ขณะที่พ่อแม่บางคนก็ยังไม่ทันยุคนั้น

สำหรับสถานีสุดท้ายนายเอกชัย แสนรุ่งเมือง เจ้าของแปลงนาสาธิตการทำนาแบบปราณีต ได้อธิบาย การเพาะกล้าในถาดจะทำให้ลดต้นทุน และต้นกล้ามาความแข็งแรง ฟื้นตัวไวกว่าการเพาะแบบเดิม จะใช้การปลูกเพียง 1 ต้นกล้า และปักดำตามแนวเชือกที่ขึงไว้ จะเป็นนาข้าวที่เด็กๆและพ่อแม่ปลูกจริงๆ ก่อนที่พ่อแม่จะเลือกเอาต้นกล้า พาลูกๆลงไปทำการปักดำ บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน แต่ก็มีเด็กบางคนที่เป็นเด็กเล็กมาก ร้องไห้เมื่อขาจมลงไปในโคลน

นายเอกชัย แสนรุ่งเมือง เปิดเผยว่า โรงเรียนมีกิจกรรมนอกห้องเรียนอยู่แล้ว ลูกชายได้เข้าเรียนที่นี่เป็นปีแรก ซึ่งเราก็มีแปลงสาธิตการดำนา มีความลึกของโคลนไม่มาก เด็กจะเรียนรู้ได้ง่าย กว่าแปลงนาปกติที่โคลนลึกมาก เด็กมักจะลงไปเล่นโคลนมากกว่า รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของเด็กด้วย โดยเด็กจะได้ปลูกร่วมกับเพื่อนๆและผู้ปกครอง นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีสวนมะนาว สวนกล้วย ที่นำมาใช้ทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเฉพาม้าก้านกล้วย ปืนก้านกล้วย พ่อแม่บางคนยังเกิดไม่ทัน ส่วนตนเองเคยเล่นตอนเด็กๆ

นางกุญณิภารัศมิ์ รัตนวารีวงษ์ ผู้บริหารศูนย์ฯ กล่าวว่า ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้าไปเยอะมาก จึงนำเด็กมาปลูกฝังเรียนรู้แหล่งกำเนิดของธรรมชาติ จนเกิดความรักในธรรมชาติ รู้จักดูแลธรรมชาติ และเป็นคนดีของสังคมต่อไปในอนาคต ทั้งเป็นการฝึกให้เด็กมีสมาธิด้วย โดยก่อนมาทำกิจกรรมร่วมกันครั้งนี้ ทางโรงเรียนได้แจ้งไปยังผู้ปกครอง ให้เตรียมอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมมาให้พร้อม รวมทั้งขั้นตอนของกิจกรรมให้รับทราบก่อนเดินทางมาร่วมทำกิจกรรมในครั้งนี้ โดยผู้ปกครองของเด็กสนับสนุนสถานที่

แม่ที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ บอกว่า ถ้ามีโอกาสก็จะพาลูกสาว มาร่วมทำกิจกรรมลักษณะนี้ เพราะความรู้หรือการเรียนรู้ มันไม่ได้อยู่เพียงในห้องเรียนอย่างเดียว เคยไปที่ จ.นครนายก และจังหวัดใกล้ๆ เป็นกิจกรรมวันเดียว เพราะเราจะไม่มีโอกาสมากนัก ครั้งนี้เพื่อนสมัยเรียนชวนมาที่อุดรธานี โดยไม่ได้หวังว่าลูกสาวจะได้สัมผัสธรรมชาติ และสนุกกับการมาทำกิจกรรม