เมื่อเวลา 09.30 วันที่ 17 เมษายน 2562 ร.ต.อ. วราเทพ โลทัง รอง สว.(สอบสวน) สภ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งออกสอบสวนเหตุฆ่ากันตาย ที่บ้านเลขที่ 184 หมู่ที่ 3 บ้านท่าโสม ต.ศรีสำราญ พร้อมกับ พ.ต.อ.อาลักษณ์ เจริญธนกุล ผกก.สภ.น้ำโสม กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ , พิสูจน์หลักฐาน , แพทย์เวร รพ.น้ำโสม และกู้ภัยทางหลวงจุดน้ำโสม

ที่เกิดเหตุพบศพนายชุมแพ โสณายะ อายุ 45 ปี อยู่เลขที่ 43 หมู่ที่ 11 ต.ศรีสำราญ อ.น้ำโสม นอนตายอยู่ข้างบ้าน สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีดำ กางเกงยีน มีบาดแผลและรอยฟกช้ำที่ใบหน้า ใบหู และ ศีรษะแตก มีเลือดไหลออกจากปาก ข้างศพพบท่อนไม้ยาว 1 เมตรเปื้อนเลือด เศษขวดเหล้าขาวแตกกระจัดกระจาย ห่างไปประมาณ 5 เมตร บนเตียงไม้พบก้อนหินเปื้อนเลือด จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน แพทย์ระบุเสียชีวิตมาประมาณ 1 ชม. เนื่องจากศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ส่วนคนทำร้ายคือนางนางอารีวัลย์ ลาภบรรจบ อายุ 51 ปี ภรรยาผู้ตาย

ตำรวจควบคุมตัวนางอารีย์วัลย์ฯ ซึ่งหลบไปซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้าน พบใบหน้ามีบาดแผลถูกของมีคมบาด และให้การรับสารภาพว่า อยู่กินฉันท์สามีภรรยากับผู้ตายมาหลายปี แต่ไม่มีบุตรด้วยกัน ผู้ตายไปทำงานรับจ้างที่กรุงเทพฯ ปล่อยให้ตนอยู่กับแม่ผู้ตาย ถึงเทศกาลปีใหม่ สงกรานต์ ผู้ตายจะกลับมาเยี่ยมแม่และตน เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ผู้ตายได้กลับมาบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ และซื้อเหล้ามาตั้งวงดื่ม เมื่อดื่มเหล้าก็มักจะมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันกับตน ถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน ทำให้แม่ผู้ตายไม่พอใจ ไล่ตนออกจากบ้าน ตนจึงมาอาศัยอยู่กับเพื่อนที่เกิดเหตุ

ก่อนเกิดเหตุ บ่ายวันที่ 16 เมษายน ผู้ตายได้มาหา และตั้งวงดื่มเหล้ากัน กับผัวเมียเจ้าของบ้านรวม 4 คน ที่บริเวณตะแคร่ไม้หน้าบ้าน กระทั่งดึกเหล้าหมด ผู้ตายเมามาก แต่สั่งให้ตนไปซื้อเหล้ามาดื่มอีก แต่ตนไม่ไปและบอกให้ผู้ตายไปนอน ผู้ตายไม่พอใจทำให้มีปากเสียงทะเลาะกัน ผู้ตายใช้ขวดเหล้าขาวตีหัวตน จนขวดแตกบาดใบหน้าได้รับบาดเจ็บ และทุบตีตนหลายครั้ง ตนจึงฮึดสู้ด้วยการถีบผู้ตายล้มลงกับพื้น แล้วกระทืบตามลำตัวหลายครั้งจนแน่นิ่ง จากนั้นตนก็เข้าไปนอนในบ้าน ปล่อยผู้ตายนอนอยู่ข้างบ้าน ตื่นเช้าจึงนำผ้ามาห่มให้ โดยไม่รู้ว่าผัวตาย กระทั่งเวลา 08.00 น. ตนมาปลุกผู้ตายไปกินข้าว ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว

พ.ต.อ.อาลักษณ์ เจริญธนกุล ผกก.สภ.น้ำโสม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าถูกสามีทำร้ายก่อน จึงโต้ตอบกลับด้วยการกระทืบสามีจนตาย ถือเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่จากการตรวจบริเวณที่เกิดเหตุ พบท่อนไม้เปื้อนเลือด ก้อนหินเปื้อนเลือด และขวดเหล้าแตกหลายขวด สันนิษฐานว่า นางอารีย์วัลย์ฯ ถูกผู้ตายทำร้าย จึงโมโหสุดขีดใช้ท่อนไม้ และก้อนหิน ทุบหัวผู้ตาย จึงได้รวบรวมหลักฐาน และแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เสียชีวิต” ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป