เช้าวันอังคารที่ 29 มกราคม 2562 ที่บริเวณศาลหลักเมืองอุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานประกอบพิธีวันที่ระลึกการเปิดศาลหลักเมืองอุดรธานี ครบรอบ 20 ปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรากูล ขณะดำรงพระยศพระบรมโอรสาธิราช สยามมุกฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินเปิดอาคารศาลหลักเมืองอุดรธานี ที่พสกนิกรชาวอุดรธานีร่วมกันปรับปรุง จัดสร้างทดแทนหลังเดิมที่ทรุดโทรม และเป็นไปตามโบราณราชประเพณี

โดยมีนายศิริ คูสกุล ประธานมูลนิธิทำนุบำรุงศาลหลักเมืองอุดรธานี นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และคณะกรรมการมูลนิธิฯ เข้าร่วมประกอบพิธีสงฆ์ ถวายภัตราหาร กราบสักการะบวงสรวง พระพุทธโพธิ์ทอง ศาลหลักเมืองอุดรธานี และท้าวเวสวัณ และการรำบวงสรวงศาลหลักเมืองอุดรธานี ตามประเพณีที่ถือปฏิบัติมา หลังจากศาลหลักเมืองอุดรธานีได้รับการบูรณะ

ทั้งนี้นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้มอบทุนการศึกษาต่อเนื่อง แต่บุตรหลานชาวอุดรธานี ที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ซึ่งถือปฏิบัติมาเป็นประจำทุกปี

ประวัติศาลหลักเมืองอุดรธานี…. นับตั้งแต่พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เลือกบ้านเดื่อหมากแข้ง เป็นที่ตั้งของกองทัพและไพร่พล เมื่อวันที่ 18 มกราคม รัตนโกสินทร์สก 112 จนบ้านเมืองเจริญรุดหน้าตามลำดับ

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2502 นายจินต์ รักการดี ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ในขณะนั้น ได้ประกอบพิธีบวงสรวงสร้างศาลหลักเมืองอุดรธานี อันเกิดจากแรงศรัทธา ของข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน ร่วมกันบริจาคทรัพย์จัดสร้างขึ้น เพื่อให้เป็นสถานที่สำคัญ ในการดำรงและสืบสันติสุข ของประชาราษฎร์อุดรธานี เวลาที่ล่วงเลยไป ทำให้ “ศาลหลักเมืองอุดรธานี” ที่ขาดการดูแลอย่างจริงจัง มีสภาพชำรุดทรุดโทรม ภูมิทัศน์โดยรอบ ไม่เรียบร้อยเป็นสง่า แก่บ้านเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

ในช่วงปลายปี 2537 จึงเกิดแนวความคิดปรับปรุง โดยกลุ่มนักธุรกิจชาวอุดรธานี เข้าหารือกับนายดำรง รัตนพานิช ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ขอให้รับเป็นประธานคณะกรรมการ และมีการบวงสรวงศาลหลักเมือง โดยพระครูวาม เทพมุนี พราหมณ์ประจำราชสำนัก ขออนุญาตปรับปรุง และสร้างศาลหลักเมืองหลังใหม่ ในวันที่ 31 มกราคม พุทธศักราช 2538 เป็นการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

วันที่ 10 ตุลาคม พุทธศักราช 2538 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้สร้างศาลหลักเมืองประจำ จ.อุดรธานีขึ้นใหม่ ทดแทนศาลหลักเมืองเดิมซึ่งมีสภาพทรุดโทรม

วันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2539 พลอากาศเอก หม่อมราชวงศ์ศิริพงษ์ ทองใหญ่ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (พระนัดดาในพลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม) เป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์ เพื่อสร้างศาลหลักเมืองหลังใหม่ ตามแบบของ ดร.ภิญโญ สุวรรณคีรี ศิลปินแห่งชาติ ในลักษณะสถาปัตยกรรม แบบผสมผสานไทยอีสาน มูลค่ารวมมากกว่า 14ล้านบาท

วันที่ 12 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2539 นายดำรง รัตนพานิช ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานพิธีอัญเชิญ “ไม้คูนมงคล” จากบ้านเพิ่ม ต.นาแค อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี มาประดิษฐานที่หน้าศาลากลาง จ.อุดรธานี เพื่อทำเป็นเสาหลักเมืองตามราชประเพณี

วันที่ 29 พฤษภาคม พุทธศักราช 2541 นายวิชัย ทัศนเศรษฐ์ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานประกอบพิธีอัญเชิญ เสาหลักเมืองหลังเก่า และเสาหลักเมืองใหม่ มาประกอบพิธีร่วมกัน ที่ลานศาลหลักเมืองอุดรธานี ก่อนนำขึ้นประดิษฐานไว้ในศาลหลักเมืองหลังใหม่คู่กัน

วันที่ 17 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2541 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้คณะกรรมการดำเนินการก่อสร้าง ศาลหลักเมืองประจำจังหวัดอุดรธานี รวม 22 ท่าน เข้าเฝ้า ฯ น้อมเกล้า ฯ ถวายยอดเสาหลักเมือง เพื่อทรงพระสุหร่าย และทรงเจิม ก่อนเชิญไปประดิษฐาน ณ ศาลหลักเมืองจังหวัดอุดรธานี (เวลา 17.30 น. ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน)

และวันที่ 29 มกราคม พุทธศักราช 2542 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรากูล ขณะดำรงพระยศพระบรมโอรสาธิราช สยามมุกฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ มาทรงเปิดอาคารศาลหลักเมืองอุดรธานี

ปวงประชาพสกนิกรชาวอุดรธานี มีจิตสำนักเป็นพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมกับปลื้มปิติโสมนัส ได้มีศาลหลักเมืองประจำจังหวัดอุดรธานี อันเป็นสถานที่มหามงคล เป็นศูนย์รวมจิตใจ คุณธรรมความดี และความรุ่งโรจน์สถาพรของจังหวัดอุดรธานี และประเทศชาติ อันเป็นส่วนรวมสืบไป….