เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 28 ธันวาคม 2563 ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชายอายุ 30-40 ปี นำธนบัตรปลอมฉบับละ 1,000 บาท มาซื้อของที่ร้านขายของชำยายแดง เลขที่ 55/4 ซอยโพธิวราราม เขตเทศบาลนครอุดรธานี โดยมีภาพกล้องวงจรปิดของร้านสามารถบันทึกภาพคนร้ายไว้ได้ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ191 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เขตงานหนองบัว รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายของชำสองชั้น พบนางทองแดง อารีญาติ อายุ 65 ปี เจ้าของร้านนำธนบัตรใบละ 1,000 บาท 1 ใบ ซึ่งเป็นธนบัตรปลอมที่คนร้าย นำมาซื้อบุหรี่และได้เงินทอนไป เอามาให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ191 และเพื่อนบ้านดู เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพคนร้ายในช่วงเวลา 09.15 น.ของวันที่ 28 ธันวาคม 2563 เป็นชายรูปร่างผอม ผิวคล้ำ สูง 160-165 อายุ 30-40 ปี ผมหยักโสก สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว สวมหมวกปีกสีดำ สวมแมสไว้ใต้คาง เดินมาจากทางด้านข้างร้าน แล้วยื่นเงินขอซื้อบุหรี่

นางทองแดง เล่าว่า เปิดขายของชำตลอดทั้งคืน ช่วงเช้านั่งอยู่หน้าร้านกับลูกน้องผู้หญิง มีลูกค้าเข้ามาซื้อของเป็นระยะ ซึ่งหนึ่งในช่วงนั้นก็มีคนร้ายมาขอซื้อบุหรี่ และจ่ายเงินมาเป็นธนบัตร 1,000 บาท ตนหยิบบุหรี่พร้อมกับทอนเงินไป 940 บาท นึกสงสัยเลยบอกลูกน้องธนบัตรใบนี้มันแปลกๆ จึงได้ส่องดูและนำไปจุ่มในแก้ว ปรากฏว่ามีคาบหมึกสีออกมา จึงบอกลูกน้องให้ขี่รถ จยย.ตามคนร้าย แต่คนร้ายได้ขี่รถ จยย. จอดไว้ห่างจากร้านไป 20 เมตรหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าของร้านข้างกัน เล่าให้ฟังว่า ตนเปิดเปิดร้านขายของชำข้างกันกับร้านเกิดเหตุ ซึ่งร้านของตนก็ถูกคนร้ายรายเดียวกันใช้ธนบัตร 1,000 บาท ปลอมมาซื้อบุหรี่เช่นกัน แต่ตนจับธนบัตรแล้วคิดว่าไหวตัวทันเพราะหลังจากดู และจับธนบัตรที่คนร้ายนำมาใช้นั้นไม่เหมือนของจริง จึงบอกคนร้ายไปว่าไม่มีเงินทอน และให้คนร้ายไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เพราะถ้าคนร้ายนำธนบัตรปลอมมาใช้ก็มีกล้องวงจรปิดในร้านบันทึกภาพไว้หลายมุม และให้เจ้าหน้าที่มาจับกุม แต่ตนไม่คิดว่าจะนำมาใช้กับร้านคุณยายข้างร้านของตน

ร.ต.อ.เปรม เตรียมตัว รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เบื้องตนคาดว่าคนร้ายจะตั้งใจนำธนบัตรปลอมมาใช้ ซึ่งคนร้ายอาจจะเห็นว่าร้านค้านี้มีแต่ผู้สูงอายุ และมีคนเข้าไปซื้อของตลอด จึงอาจทำให้ไม่มีเวลาสังเกตว่าธนบัตรจริงหรือปลอมเลยอาศัยจังหวะเข้าก่อเหตุ โดยจะได้ประสานชุดสืบสวนตรวจสอบภาพกล้อวงจรปิดของทางร้าน และเส้นทางมาที่ร้าน เพื่อที่จะติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป……

บทความก่อนหน้านี้คุ้มครองสิทธิฯมอบเงินเยียวยา 8 เหยื่อไอ้คลั่ง
บทความถัดไปผู้ว่าอุดรฯนำล้างตลาดทั้งจังหวัดพร้อมกัน