OK ปรับลดคัดกรอง-ตรวจเชื้อ-กักตัว กลุ่มเสี่ยง 23 จว. หลังพบติดเชื้อน้อยลง แต่ยังคงการเฝ้าระวัง ส่วนการเปิดเรียนเพิ่มจาก 44 ข้อ ครู-นร.ต้องฉีดวัคซีน 85 % พร้อมไฟเขียวจัดงานทุ่ง 1-12 ธ.ค. แต่ต้องคุมเข้มมาตรการบุคคล คนเข้า-ออกวัคซีน 2 เข็ม และปิดเพิ่มอีก 3 ร้านขายเหล้า-เบียร์

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ตุลาคม 2564 ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ชั้น 5 อาคาร 1 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการโรคติดต่ออุดรธานี มีนายปราโมทย์ ธัญญพืช รองผู้ว่าราชการจังหวัด นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สาธารณสุข จ.อุดรธานี นำคณะกรรมการฯ คณะทำงานฯ จากภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตาม แนวทา’เปิดประเทศ และพิจารณาปรับมาตรการ การเปิดสถานศึกษา และการลงโทษปิดสถานที่ฝ่าฝืนประกาศ

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า สถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ของอุดรฯลดลงแต่ยังมีตัวเลขสูงอยู่ ขณะที่รัฐบาลมีนโยบาย “เปิดประเทศ” อุดรฯก็มีการปรับมาตรการ เพื่อให้เกิดความคล่องตัว รองรับการเดินทางเข้าพื้นที่มากขึ้น เฉพาะเที่ยวบินจะเพิ่มจากวันละ 12-14 เที่ยว เป็นวันละ 25-27 เที่ยว และ 2 พ.ย.นี้ จะมีการบินเชื่อมอุดรฯ-ภูเก็ต ไม่รวมการเดินทางด้วยรถโดยสาร รถไฟ และรถส่วนตัว จะเป็นการปรับลดงานส่วนหนึ่ง แต่จะเพิ่มปฏิบัติการณ์เชิงรุกแทน

นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สาธารณสุข จ.อุดรธานี กล่าวว่า เกณฑ์ในการเข้าประเทศมี 2 ส่วน ผู้เดินทางมาต้องฉีดวัคซีนครบ และมีมาตรากรติดตามต่อเนื่อง คือ การให้เข้าประเทศโดยไม่กักตัว ไม่จำกัดพื้นที่แต่กำหนด 46 ประเทศ และเข้าพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว โดยไม่กำหนดประเทศ ตามเงื่อนไขที่ได้กำหนด ซึ่งอุดรฯเป็น 1 ใน 17 จว.ร่วมโครงการ มีเกณฑ์พิจารณาจากฉีดวัคซีน ซึ่งอุดรฯมีพื้นที่ร่วมโครงการ 6 อำเภอ จนถึงขณะนี้มีเพียงอำเภอเมืองอุดรธานี ผ่านเกษณ์ฉีดวัคซีนได้ 70 % ของประชากร และอีก 2 ตำบลคือ ต.หมากแข้ง หรือ ทน.อุดรธานี และ ต.นาข่า ทำให้ขณะนี้กำลังฉีดวัคซีนเชิงรุก

ที่ประชุมคณะกรรมการฯ มีมติแรกปรับมาตรการ “คัดกรอง” ผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง 23 จังหวัด จากเดิมผู้มาจากพื้นที่เสี่ยงสูง ต้องรับการคัดกรองที่ “ศูนย์โฮมฮัd” มรภ.อุดรธานี หากไม่ผ่านเกณฑ์ต้องกักตัว 1 คืน ก่อนรับการตรวจเชื้อ หากไม่พบเชื้อต้องกักตัวต่อ 14 วัน ระยะหลังผู้มาจากพื้นที่เสี่ยง พบผู้ติดเชื้อจำนวนน้อยมาก จึงลดมาตรการให้คัดกรอบตรวจเชื้อ ที่สนามบิน , สถานีรถไฟ และสถานีขนส่ง ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์วัคซีน ไม่ได้ตรวจหาเชื้อมา จะต้องรับตรวจเชื้อแบบ ATK แม้ไม่พบเชื้อก็ต้องกักตัว 10 วัน และรักษามาตรการส่วนบุคคล

มติที่สองให้สถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ โดยพิจารรณารายโรงเรียน ให้เปิดการเรียนการสอนออนไซด์ ด้วยการพิจารณาจากหลักเกณฑ์ 44 ข้อ ของกรมอนามัย และหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการฯอุดรธานี แต่ละโรงเรียน ครูต้องฉีดวัคซีนมากกว่า 85 % และนักเรียนต้องฉีดวัคซีนเกิน 85 % ซึ่งวันนี้มีโรงเรียนอนุบาล-ประถม-มัธยม-อาชีวะ ขอรับการประเมิน 44 โรง ผ่านการพิจารณา 17 โรง ที่ไม่ผ่านคือเกณฑ์วัคซีน ขอให้แต่ละโรงพิจารณาฉีดวัคซีนเพิ่ม ซึ่งอุดรฯมีวัคซีนเพียงพอ และคณะกรรมการฯจะพิจารณาให้ทันที ซึ่งสาธารณสุขฯจะติดตามต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ลงทะเบียนฉีดวัคซีน นร.รอบสอง

มติที่สามมีความเห็นให้จัดงาน “ประจำปีทุ่งศรีเมืองอุดรธานี” 1-12 ธันวาคม 2564 ด้วยมาตรการ “วัคซีนโอลี่” ทุกคนร่วมงานหรือเข้างาน ต้องฉีดวัคซีนครบตามเกณฑ์ ลดกิจกรรมที่เสี่ยงติดเชื้อ อาทิ กิจกรรมมีผู้แสดง มีผู้ชมจำนวนมากต้องงด ไม่ว่าจะเป็นขบวนแห่เปิดงาน , กิจกรรมมัจฉากาชาด , แข่งขันชกมวย , แสดงคอนเสิร์ต , เครื่องเล่นบางชนิด (รถบั้ม) และให้คงไว้ซึ่งพิธีกรรม , งานวัฒนธรรม ประเพณี , การส่งเสริมอาชีพ และกิจกรรมที่ทำให้เรา “อยู่กับสถานการณ์โควิด-19ได้ ”

และมติที่สี่ พิจารณาปิดร้านอาหาร สถานประกอบการ 3 แห่ง ประกอบด้วย ร้านครัวบ้านพิชชา , ร้านแจ่วฮ้อนบ้านจั่น (โนนสะอาด) และร้านควายหญ่าย คาเฟ่ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศ ศบค. และประกาศ คกก.โรคติดต่อ จ.อุดรธานี เจตนาจำหน่ายและปล่อยปะละเลย ให้ขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้าน โดยมีคำสั่งปิดแบบไม่มีกำหนด จนกว่า ศบค.จะเปลี่ยนแปลงมติ และ คกก.จะมาพืจารณากับสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งเป็นการปิดร้านลักษณะนี้รวมแล้ว 24 ร้านแล้ว…

บทความก่อนหน้านี้วัคซีน2เข็มคนเรือ-คนเที่ยว“ทะเลบัวแดง”
บทความถัดไปอุดรมั่นใจ”โควิด”เอาอยู่พร้อมเปิดเมือง