เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุชายเมาคลั่งอาละวาดก่อเหตุวุ่นวาย ใช้มือทุบตู้ ATM ที่บริเวณหน้าธนาคารออมสิน ในห้างโลตัส สาขานาดี ถ.อุดรธานี – หนองบัวลำภู หลังรับแจ้งเหตุ ร.ต.อ.วิฆเนศ ซื่อตรง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมด้วยตำรวจชุดป้องกันและปราบปราม รุดออกไปตรวจสอบและระงับเหตุ โดยมีเจ้าหน้าที่ รปภ.ธนาคาร และห้างโลตัส ยืนพูดคุยเจรจาอยู่ห่างๆ โดยชายคนดังกล่าวในมือยังคงถือฆ้อนเหล็กตอกตะปู ร้องตะโกนโวยวายชี้หน้าด่ากราดผู้คนไปทั่วบริเวณ ซึ่งมีหญิงสาวคนหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นภรรยาของชายคลั่ง ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ไม่กล้าเข้าไปห้ามปราม

เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึง ได้พูดคุยเจรจาให้ชายคนดังกล่าววางฆ้อนลง และให้สงบสติอารมณ์พูดคุยกัน ชายคนดังกล่าวยังคงตะโกนด่าทอ จับใจความได้ว่า ไม่พอใจที่ไม่สามารถปรับหน้าสมุดธนาคารได้ ไม่พอใจที่ยอดเงินไม่เข้ามาในบัญชี รอผู้เป็นโอนเงินมาให้แต่เงินก็ยังไม่ถูกโอนมา ใช้มือทุบที่ตู้ ATM และตู้ปรับหน้าบัญชีธนาคาร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้จังหวะที่ชายคนดังกล่าวเผลอ เข้าล็อคคอจากด้านหลัง ช่วยกันกดตัวชายคลั่งลงพื้นใช้เชือกมัดมือเอาไว้ในเบื้องต้น และนำตัวไปสอบสวนที่โรงพัก ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคนที่มามุงดูเหตุการณ์

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าชายคลั่งรายนี้ ชื่อนายเที่ยง หมุนดี อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 ม.10 ต.คำเขื่อนแก้ว อ.ซานุมาน จ.อำนาจเจริญ ส่วนภรรยาชื่อนางสาวเพลินพิศ จักรทุม อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22 ม.5 ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ทั้ง 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มาที่ห้างโลตัส เพื่อจะนำสมุดบัญชีธนาคารมาปรับหน้าที่ เพื่อจะเช็คยอดเงินว่ามีการโอนเงินเข้ามาหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่มีเงินโอนเข้ามาในบัญชี จึงมีอาการโมโห เนื่องจากนายเที่ยงมีอาการมึนเมา จึงขาดสติและโวยวานด่าทอคนอื่นที่อยู่รอบข้าง จึงมีการแจ้งตำรวจเข้ามาระงับเหตุดังกล่าว จากการตรวจค้นในกระเป๋าสะพาย มีอุปกรณ์เครื่องมือช่างอยู่เป็นจำนวนมาก

นายณรงค์ชัย แสนสม อายุ 59 ปี รปภ.ธนาคารออมสิน เล่าว่า ทำงานที่นี่นานกว่า 4 ปี ช่วงเดือนที่ผ่านมา เห็นชายคลั่งรายนี้มาทำธุรกรรมที่ธนาคารมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งก็มีอาการโวยวายแต่ไม่รุนแรงแบบนี้ วันนี้ชายคนนี้มาอีกเป็นครั้งที่ 3 ก็เห็นโวยวายขึ้นมาอีก แต่เห็นว่ามีการดึงฆ้อนออกมาจากกระเป๋า จึงทำการล็อคประตูธนาคารเอาไว้ เพราะชายคลั่งมีท่าทีจะบุกเข้าไปด้านใน โชคยังดีที่ชายคนนี้ไม่ได้ก่อเหตุทุบทำลายทรัพย์สิน และไม่มีคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด

นายเที่ยงฯ ที่ยังมีอาการมึนเมาอยู่ เล่าว่า ขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ยอมรับว่ามีอารมณ์โมโห เนื่องจากต้องการเงินมาซื้อข้าวกิน ตนได้โทรศัพท์บอกแม่ที่ จ.อำนาจเจริญ ว่าลำบากตกงานอยู่ อยากจะขอยืมเงินมากินข้าวก่อน 300 บาท ตนจึงขับรถจักรยานยนต์ซ้อนภรรยามาจากบ้านคนรู้จัก ที่ไปช่วยงานที่บ้านช้าง เพื่อมาเช็คดูว่าแม่โอนเงินเข้าบัญชีแล้วหรือยัง ไปช่วยงานเขา เขาก็ซื้อแต่เหล้าขาวมาให้กิน 2 ขวดเล็ก ให้แต่ขนมมา พวกตนไม่มีเงิน พวกตนหิวข้าว ยอมรับมาดื่มเหล้าจนเมามาย ยอมรับว่าเคยเสพยาบ้า แต่ไม่ได้เสพมาหลายวันแล้ว ขอโทษกับทุกสิ่งที่ทำลงไป ขอโทษที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว

นางสาวเพลินพิศฯ เล่าว่า สามีตนมีอาชีพเป็นช่างหลังคาบ้าน ตนก็ออกไปรับจ้างช่วยกัน เจอกันและอยู่กินกันมานานหลายปี ไม่มีลูก ย้ายมาหางานทำที่อุดรฯ ได้ประมาณ 3 เดือน เช่าห้องพักอยู่แถวบ้านถ่อน ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี เดือนที่ผ่านมาพวกตนตกงาน ไม่มีงานทำ อาศัยงานเล็กๆน้อยๆจากคนที่รู้จัก ได้เงินบ้างแต่ก็ไม่มาก บางรายก็เลี้ยงข้าว เลี้ยงขนม เลี้ยงเหล้าสามี วันนี้ออกไปช่วยงานคนรู้จักที่บ้านช้าง เงินติดตัวไม่มีสักบาท กินข้าวมื้อสุดท้ายตั้งแต่เมื่อเช้าวานนี้ พวกตนไม่มีเงิน สามีเลยโทรไปยืมเงินแม่ จึงชวนกันมาที่ธนาคารในห้าง เพื่อมาเช็คยอดเงิน เมื่อไม่ได้อย่างที่ต้องการสามีเลยโมโห ด้วยความเมาจึงอาละวาดอย่างที่เห็น ตนก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม เพราะกลัวว่าจะถูกทำร้ายไปด้วย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดแต่ไม่พบ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา เมาประพฤติวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ขณะอยู่ในถนนสาธารณ หรือ สาธารณสถาน และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้เลี่ยงแยกจินตคามปรับปรุงถนน 1 เดือน
บทความถัดไปวัยรุ่นอุดรนัดเคลียร์ปัญหากันไม่ลงตัวชักปืนยิงกันบาดเจ็บ 1 ดับ 1