หลวงตาฯ ไร้ทางออกวอนจับโจรผอมฉายเดี่ยวบุกเข้าวัดขโมยทุกอย่าง ทั้งพัดลม สายไฟปั๊มน้ำ จนพระไม่มีน้ำอาบและล้างจานแล้ว ล่าสุดเข้ามาขโมยขุดเอาหน่อไม้ ต่อไปคงขโมยสบงที่ใส่ไปบิณฑบาต วอนตำรวจช่วยตามจับให้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2565 ว่าได้รับการร้องเรียนจาก พระฉวี ตปคุโณ อายุ 69 ปี เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์บ้านสระคาม หมู่ 3 บ้านสระคาม ต.โพนงาม อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ว่า มีคนร้ายเข้ามาขโมยลักตัดสายไฟฟ้า และมาขโมยพัดลมไปมาหลายครั้ง จนพระและโยมที่อยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ไม่มีน้ำใช้อาบและล้างจานแล้ว นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอีกหลายอย่างที่คนร้ายเข้ามาขโมยไป จนหลวงตาทนไม่ไหว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับหลวงตาฉวีฯ เจ้าอาวาสฯ ที่กำลังให้ข้อมูลและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.หนองหาน ที่เดินทางมาตรวจสอบพอดี ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยคนร้ายได้ตัดสายไฟบริเวณปั๊มน้ำที่สูบน้ำจากสระน้ำมาใช้ คาดว่าคนร้ายต้องการเอาปั๊มน้ำด้วย แต่ทางหลวงตาฯ ได้เชื่อมเหล็กล็อกเอาไว้อย่างดี จึงเอาไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีพัดลมอีก 1 ตัว ที่ตั้งอยู่ศาลาการเปรียญ ถูกคนร้ายขโมยเอาไป

ตำรวจชุดสืบสวนสภ.หนองหาน ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางวัดฯ พบว่า คนร้ายเป็นชายวัยรุ่นรูปร่างผอมสูง อายุประมาณ 20 ปี คล้ายคนติดยาเสพติด ปั่นรถจักรยานมาที่สำนักสงฆ์ฯ จากนั้นได้จอดรถไว้หลังเมรุ แล้วเดินเข้ามายกเอาพัดลมที่ตั้งอยู่ภายในศาลการเปรียญ แล้วรีบวิ่งไปขึ้นจักรยานหลบหนีไปทันที พร้อมกันนี้หลวงตาฉวี ได้เอารูปถ่ายให้ตำรวจดูว่าน่าจะเป็นคนร้ายรายนี้ เพราะเมื่อวานมาขโมยหน่อไม้ภายในวัด หลวงตาฯ ถ่ายไว้ได้ ล่าสุดตำรวจได้เบาะแสผู้ต้องสงสัยคนหนึ่งเป็นวัยรุ่นในหมู่บ้าน บ้านสระคาม แต่เมื่อเดินทางไปหาที่บ้านกลับไม่พบตัวคาดว่าไหวตัวหลบหนีไปแล้ว

หลวงตาฉวี เปิดเผยว่า ตอนนี้หมดปัญญา หลังมีโจรเข้ามาขโมยทรัพย์สินไปจนเกือบหมดวัดแล้ว เช่นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีโจรเข้ามาขโมยลักตัดสายไฟเครื่องปั๊มน้ำ ตอนนั้นก็ไม่ได้แจ้งความ ตนก็ให้ลูกศิษย์มาต่อสายไฟกลับคืนให้ใช้ได้ กระทั่งวันที่ 25 กรกฎาคม 2565 ตนเปิดสวิทช์ปั๊มน้ำปรากฏว่าเครื่องไม่ทำงาน จึงเดินไปดูพบว่ามันมาลักตัดเอาสายไฟไปอีกแล้ว ตอนนี้ในวัดไม่มีน้ำอาบน้ำใช้ล้างจานแล้ว มันมาขโมยทุกอย่างเลย ไม่เว้นแต่ละวัน ก่อนหน้านี้ช่วงเที่ยงของวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คนร้ายยังเข้ามาขโมยพัดลมตั้งโต๊ะ สีแดง ซึ่งตั้งอยู่ในศาลาพักศพไป โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพไว้ได้ อาตมาก็ถือว่าทำทาน แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว สุดทนแล้ว

”สำหรับสำนักสงฆ์แห่งนี้เคยถูกคนเข้ามาขโมยของอยู่บ่อยครั้งทั้งจอบ เสียม มีด สายไฟ คนร้ายขโมยอะไรได้ก็เอาไปทุก ก่อนหน้านี้ราวปี 2560 พระพุทธรูปทองเหลืองหน้าตัก 40 นิ้ว ซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลาพักศพก็เคยหายไป ตำรวจจับตัวคนร้ายได้ แต่ไม่ได้ของกลาง อาตมาหมดปัญญามันมาขโมยเอาทุกอย่าง  แม้กระทั่งหน่อไม้ก็ยังเข้ามาขโมย อยากให้ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้ซักที ไม่งั้นมันคงย้อนกลับมาขโมยเอาสบงไป พระคงไม่มีใส่ไปบิณฑบาตแน่นอน”

บทความก่อนหน้านี้หนุ่ม 35 ช้ำรักเมียหนีไปมีผัวใหม่ผูกคอประชดดับคากระท่อมนา
บทความถัดไปโจรอุกอาจงัดบ้านกลางเมืองอุดรฯกวาดทรัพย์สินมูลค่า 1.5 แสน