ศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ มรภ.อุดรธานี (FCTDC) จัดงาน“แฟชั่นนวัตกรรมผ้า และสิ่งทอชุมชน” ครั้งแรก เพื่อตอบรับยุทธศาสตร์อุดรธานี ศูนย์กลางผ้าทอมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ได้สร้างความฮือฮาผู้คนในวงการผ้า ด้วยการเปิดผลงานวิจัย ภูมิปัญหา+เทคโนโลยี=นวัตกรรมย้อมผ้าจากดอกบัวแดง งานครั้งที่ 2 จะมีขึ้นระหว่าง 31 ก.ค.-2 ส.ค.63 ณ เซ็นทรัลพลาซ่าอุดรธานี จะสร้างความตื่นตาตื่นใจหลายเรื่อง

ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มรภ.อุดรธานี นายวันชัย จันทร์พร รอง ผวจ.อุดรธานี , ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดี มรภ.อุดรธานี และ ผศ.ธีระยุทธ์ เพ็งชัย ประธานศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ มรภ.อุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน “แฟชั่นนวัตกรรมผ้า และสิ่งทอชุมชน” เพื่อพัฒนาภูมิปัญญาผ้าทอมือ สร้างสรรค์เป็นนวัตกรรมใหม่ ยกระดับสู่สากล เพื่อสร้างรายได้จากผ้าของชุมชน

นายวันชัย จันทร์พร รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานีเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค มีจุดเด่นที่หลากหลาย โดยเฉพาะผ้าทอมือชุมชนและอีสาน ทำให้อุดรธานีมี “ตลาดผ้านาข่า” จุดรวมของผ้าทอมือใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และอุดรธานีได้กำหนดยุทธศาสตร์ ให้เราเป็นศูนย์กลางผ้าทอมืออนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง จึงกำหนดแนวทางให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ จากผ้าทอมือในทุกมิติ มรภ.อุดรธานี เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันสู่เป้าหมาย

ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดี มรภ.อุดรธานี กล่าวว่า หลักฐานทางโบราณคดีบ้านเชียง ยืนยันว่าอุดรธานีมีการใช้ผ้าแล้ว และจากหลักฐานที่พบก็คงสืบสาน ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะอุดมศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ได้เห็นความสำคัญในเรื่องนี้ ทำให้เกิดศูนย์ FCTDC และการเรียนการสอนจริงจัง รวมไปถึงให้บริการวิชาการชุมชน ประชาชน เพื่อก้าวไปสู่ตลาดระดับสากล เกิดการสร้างงาน-อาชีพ-รายได้ ให้คนในชุมชน

ผศ.ธีระยุทธ์ เพ็งชัย ประธานศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ มรภ.อุดรธานี กล่าวว่า ศูนย์ออกแบบสร้างสรรค์ผ้าและสิ่งทอ มรภ.อุดรธานี เกิดขึ้นมาได้ 2 ปี ที่เน้นไปในส่วนของนวัตกรรม งานมีความคืบหน้าไปมากพอสมควร ขณะงาน “แฟชั่นนวัตกรรมผ้า และสิ่งทอชุมชน” ครั้งแรกแม้จะเป็นมือใหม่ แต่ก็มีเสียงตอบรับดีมาก การจัดงานครั้งที่สองจึงเกิดขึ้น มีทั้งเรื่องการต่อยอดงานครั้งแรก และงานที่มีความคืบหน้ามานำเสนอ คนในแวดวงผ้าทอมือน่าจะมาร่วมงาน

“ ปีที่แล้วศูนย์ฯ และเครือข่ายฯ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ทำให้เกิดการกำหนดมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าขึ้นเป็นครั้งแรก , ปลายปีนี้ศูนย์ฯพร้อมจะให้บริการทดสอบเส้นใยมาตรฐาน ถือเป็นศูนย์ทดสอบฯแห่งที่ 2 รองจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ , การย้อมผ้าจากบัวแดงในปีที่แล้ว ปีนี้สีบัวแดงมีนวัตกรรม เป็นผงสีบัวแดงจากธรรมชาติ พร้อมเปิดอบรมเทคนิคการผลิตผงสี เทคนิคการย้อมเส้นไหมจากดอกบัวแดง 2 รุ่นๆละ30 คน ”

ผศ.ธีระยุทธ์ เพ็งชัย ประธานศูนย์ฯ กล่าวต่อว่า ศูนย์ฯได้เข้าไปติดตามผ้าระดับชุมชน มีชุมชนหลักจะเข้ามาแสดงผลงาน 5 ชุมชน อาทิ การยอมผ้าจากครามของ “ภูพระบาท” อ.บ้านผือ จากต้นครามดังเดิม จะพัฒนาไปสู่ทำครามบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ.) , การย้อมสีผ่าจะมะเดื่อที่ จ.หนองคาย , การย้อมสีผ้าจะดอกดาวเรือนที่คำชะโนด และการย้อมสีบ้านเชียง-หนองบัวลำภู และนวัตกรรมอีกหลายชุมชน อาทิ เครื่องปั่นฝ้ายชุมขน

“ สำหรับม้วนผ้าทอมือยาว 1,19 เมตร ยาวที่สุดในโลก ที่ชาวอุดรธานีได้ร่วมกันท่อไว้เมื่อ 30 ปีก่อน ถูกนำไปแสดงและเก็บรักษาไว้หลายแห่ง ล่าสุดมาเก็บรักษาไว้ที่ อาคารศิลปวัฒนธรรม มรภ.อุดรธานี ศูนย์ FCTDC ได้คลี่ผ้าออกจากม้วนให้เห็นลวดลาย พร้อมบันทึกภาพเก็บรายละเอียด พบมีลวดลายทั้งสิ้น 605 ลาย จึงนำภาพลายผ้าทั้งหมด จัดพิมพ์เป็นหนังสือรวมลายผ้า 2 เล่ม ทุกคนจะได้เห็นลวดลายทั้งหมด ที่ถูกปิดไว้อยู่ในม้วนผ้ามา 30 ปี ”

ทั้งนี้ภายในงาน 31 ก.ค.-2 ส.ค.63 งานแฟชั่นนวัตกรรมผ้า และสิ่งท่อชุมชน ครั้งที่ 2 ผู้มาร่วมงานจะได้สัมผัสกับ นิทรรศการนวัตกรรมภูมิปัญญา ผ้าทอชุมชนสู่ถนนแฟชั่นอินเตอร์ , การจำหน่ายสินค้าผ้าทอชุมชนระดับพรีเมียม , การแสดงดนตรีศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านตลอดงาน และไฮไลท์เป็นการแสดงแฟชั่นโชว์ ผ้าทอชุมชน 32 ชุด โดย แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ และ บูล พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ และนางแบบเซเลบริตี้

และการเสวนาแนวคิด-การพัฒนาผ้าทอพื้นเมืองสู่สินค้าแฟชั่นในระดับโลก จากดีไซเนอร์ผ้าไทยชื่อดัง “อู๋ วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข” ผู้เคยมองข้าม ‘กี่’ ที่เคยอยู่ใต้ถุนบ้าน แต่นำกลับมาสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นมุมมองใหม่ในระดับโลก