เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 พ.ต.อ.ชลิต ศรีหานู ผกก.สภ.เพ็ญ พ.ต.ท.ณัฐวัฒน์ วงษ์สนิทธีรา รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ยุทธศิลป์ นามแสง รอง ผกก.ป.สภ.เพ็ญ พ.ต.ท.ไพฑูรย์ โสนะโชติ สว.สส.สภ.เพ็ญ ร.ต.อ.อดุลยชัย ขาวขำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เพ็ญ แยกสอบปากคำ นางพิกุล ลี้วลัน อายุ 51 ปี และ นายวรชัย วุฒิวงค์ อายุ 50 ปี สามีภรรยา และนายสมหมาย หารินทชาติ อายุ 43 ปี เหตุนายจตุพล ไชยคำจันทร์ อายุ 37 ปี ถูกฟันเสียชีวิตคาวงเหล้า ที่บ้านสองสามีภรรยา แต่ทั้ง 3 คนยังให้การปฏิเสธ ตำรวจจึงควบคุมตัวนายวรชัยฯ

โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านสวนชั้นเดียว 2 หลัง แต่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ มีหอแท้งน้ำประปา นายวรชัย ให้การว่า เช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน ตนเองและผู้ตายมาดื่มเหล้าอยู่ในบ้าน ส่วนนางพิกุลไม่ดื่มเหล้า ต่อมามีนายสมหมาย เดินมาซื้อยาบ้ากับนางพิกุล 2 เม็ด แล้วแบ่งกับผู้ตายคนละเม็ด และนั่งดื่มเหล้ากับพวกตนรวมเป็น 3 คน ไม่นานนายสมหมายก็กลับบ้านไป กระทั่งค่ำผู้ตายกับตนนั่งดื่มเหล้าด้วยกัน 2 คน ส่วนนางพิกุลนอนอยู่บนหอแท๊งก์น้ำประปา สักพักนางพิกุลเดินลงมา เห็นพวกตนพูดหยอกล้อกัน ก็เลยถามว่าพวกตนว่า “พวกมึงเป็นคู่เกย์กันเหรอ ตุ๋ยกันเหรอ” ทำให้โกรธจึงเดินไปนอนอยู่ในบ้านใกล้กัน ปล่อยให้นางพิกุลกินเหล้าอยู่กับผู้ตาย

นายวรชัย ให้การต่อว่า นางพิกุลได้มาปลุกตนบอกว่าเหล้าหมดแล้ว และชวนออกไปซื้อเหล้าที่ร้านค้าในหมู่บ้าน ตนเห็นผู้ตายนอนอยู่กองหิน จึงไม่ได้สนใจเพราะเมื่อเมาผู้ตายจะนอนไปทุกที่ พอกลับมาก็เห็นผู้ตายนอนอยู่บนกองหินที่เดิม จึงเดินไปดูก็พบว่าถูกฟันคอเสียชีวิต ตนจึงไปแจ้งกำนัน ซึ่งตนคิดว่านางพิกุลเป็นคนฟันคอผู้ตาย เพราะเห็นเมียถือมีดพร้า ส่วนสาเหตุตนไม่รู้ รู้แต่ว่ายาบ้านางพิกุลหายไป 6 เม็ด

ส่วนนายสมหมาย ให้การว่า ช่วงเช้ามาซื้อยาบ้ากับนางพิกุล พบนางพิกุลและนายวรชัย ทำร้ายร้างกายผู้ตาย ตนได้ห้ามปราม หลังเสพยาบ้าเสร็จตนได้นั่งร่วมวงดื่มเหล้าอยู่ที่บ้านนางพิกุล จนถึงช่วงบ่ายจึงกลับบ้าน ตกค่ำตนย้อนกลับไปซื้อยาบ้าอีก แต่นางพิกุลบอกว่ายาบ้าหายไป คิดว่าผู้ตายลักไป ให้ตนไปตามผู้ตายมาพบ หลังจากตามผู้ตายเสร็จตนก็กลับไปบ้าน และทราบว่าผู้ตายถูกฟันคอ จึงมาที่เกิดเหตุพบผู้ตายนอนตายแล้ว ซึ่งตนไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่า

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ได้เดินทางมาสอบสวนปากคำอีกครั้ง ซึ่งนางพิกุลยังให้การว่าไม่ได้เป็นคนฆ่านายจตุพล ซึ่งมีนิสัยลักเล็กขโมยน้อย ลักมีดพร้าตนไปจำนำ 20 บาท แต่นายวรชัย มาขอเงินตนไปไถ่คืนมา และวางมีดไว้ที่เสาหอแท้งน้ำ ซึ่งทั้งสามคนกินเหล้าด้วยกันแล้วฆ่ากันเอง เพราะทั้งสามคนมีพฤติกรรมชายรักชาย อาจจะหึงหวงจนฆ่ากันตาย แล้วโยนความผิดมาให้ตน แต่ตนไม่หึงหวง เพราะแก่แล้ว ถ้าอยากมีความสุขก็ปล่อยเขา ขอปฏิเสธและขอให้การในชั้นศาล

พล.ต.ต.พิษณุ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ ทราบว่ามีการดื่มเหล้าและเสพยาบ้า พยานในที่เกิดให้การสอดคล้องกันว่า นางพิกุลได้ใช้มีดฟันท้ายทอยนายจตุพลจนตาย ขณะเดียวกันมีดที่ใช้ก่อเหตุ ถูกพบในรถยนต์นางพิกุล การลงตรวจที่เกิดเหตุ และประจักษ์พยาน นางพิกุลเป็นคนก่อเหตุ เป็นที่สังเกตว่าพยานในที่เกิดเหตุ เป็นสามีนางพิกุล และเพื่อนบ้านมาเล่นที่บ้านประจำ ซึ่งจากการตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง บางเวลาที่สอบปากคำนางพิกุลมีอาการฟั้นเฟือน เพราะมีประวัติการรักษาโรคจิตประสาท จึงแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา “ส่วนนายวรชัย และนายสมหาย แจ้งข้อหา “เสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดตามกฎหมาย

บทความก่อนหน้านี้บ้านผือผวาจับร้านเหล้ามั่วสุมมีติดโควิด
บทความถัดไปจับตีนแมวเนรคุณยกเค้าสนามม้าแข่ง