เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมภาร สุรัญกุล อายุ 40 ปี หรือเสี่ยเต้ย อดีตสามีนางวรรณลี ปัญญาใส อายุ 48 ปีหรือเจ๊อ๋อ 90 ล้านบาท ได้เสียชีวิตลงแล้วอย่างกะทันหัน จากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นานตกเป็นข่าว วิวาทะกับอดีตภรรยาผ่านทางสื่อต่างๆ โดยศพนำมาตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่บ้านพักเลขที่ 111 บ้านคำบอน ม.4 ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี

เสี่ยเต้ย และเจ๊อ๋อ ขณะเป็นสามีภรรยากัน เคยถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 รวม 15 ใบ และ เลขท้ายสองตัวอีก 40 ใบ รวมเงินรางวัลสูงถึง 90 ล้านบาท ผ่านมาแค่ 2 ปี เตียงหักต้องหย่าขาดจากกัน โดยเจ๊อ๋อฯ ออกมาเปิดใจจ้างหย่าสามี 50 ล้านบาท และเสี่ยเต้ยฯออกมาโต้ตอบเจ๊อ๋อฯ เงินที่ได้เพียง 30 ล้าน และไม่ได้เป็นการจ้างหย่า เงินที่ได้มาเป็นสินสมรส และเจ้อ๋อฯ ยังมาเอาเงินก้อนนี้ไปอีก 4 ล้านบาท ส่วนตัวเองถูกหวยเกือบทุกงวด เมื่อได้เงินมาจะซื้อทรัพย์สินทองคำ เครื่องประดับมีค่า เก็บเอาไว้ ที่น่าจะมีมูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท

ศพเสี่ยเต้ย ถูกนำบรรจุในโลงเย็นสีทอง อยู่ภายในห้องโถงชั้น 1 ที่บ้านพักของเสี่ยเต้ยฯเอง ที่ภาพระบุเกิด เกิดวันที่ 18 พฤศจิกายน 2522 เสียชีวิต 19 พฤศจิกายน 2563 ตกแต่งด้วยดอกไม้ มีญาติพี่น้อง และคนรู้จัก เริ่มทยอยส่งพวงหรีดมาเคารพศพบ้างแล้ว ด้านนอกรั้วบ้านได้นำเต้นมาตั้งคอยรับแขกคน โดยศพจะตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ไปจนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน จะเคลื่อนศพไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดป่าบ้านคำบอน

เสี้ยเต้ย เคยป่วยเข้ารับการักษา “ไวรัสตับอักเสบ” ยังคงรักษาอย่างต่อเนื่อง ออกกำลังกายด้วยการวิ่ง จนวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีอาการขาบวมใช้การบีบนวดไม่ดีขึ้น จนเวลา 2 ทุ่มญาตินำส่ง รพ.หนองแสง จากนั้นถูกส่งตัวมารักษาต่อที่ รพ.เอกชนในตัวเมืองอุดรธานี จน 08.00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ถูกส่งตัวมาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี และเสียชีวิตก่อนเวลา 24.00 น. ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด

นายสนอง สุรัญกุล พี่ชายเสี่ยเต้ย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน น้องไปวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า พอปวดขาก็เอาแช่น้ำอุ่น และทายาหม่อง เกิดปวดแสบปวดร้อนเหมือนถูกไฟลวก ก็เอาน้ำแข็งมาถู จากนั้นขาบวมผิดปกติ มีรอยช้ำไหม้ แน่นหน้าอก จนคงทนไม่ไหวโทรฯหาเพื่อนบ้าน พาไป รพ.หนองแสง ตอนนั้นญาติพี่น้องไม่มีใครรู้ คิดไปเองว่าคงไปเที่ยว เมื่อโทรถามจึงรู้อยู่ รพ.

“ ญาติพี่น้องออกไปเยี่ยมเห็นว่าเหนื่อย จึงใช้สิทธิจากประกันชีวิต ย้ายมา รพ.เอกชนในเมือง แต่ไม่มีสต๊อคคลังเลือด จึงนำตัวส่ง รพ.ศูนย์อุดรธานี หมอบอกว่าติดเชื้อในกระแสเลือด และมีภาวะอวัยวะภายในหลายอย่าง ผลจากเคยป่วยไวรัสตับอักเสบ ยังไม่หายขาดต้องรักษาต่อเนื่อง ทำให้ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ต่อมาน้องเกล็ดเลือดต่ำ ตัวบวม แล้วตับไม่ทำงาน จนทำให้อาการหนัก มาเสียชีวิตประมาณใกล้เที่ยงคืน (19 พฤศจิกายน)

นายสนอง เปิดเผยต่อไปว่า น้องมาดื่มหนักช่วงที่ตกเป็นข่าว พอมาเป็นไข้หวัดก็ไม่ดื่มมา 2-3 วัน พออารมณ์ดีก็บอกว่าคงอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี เรื่องทรัพย์สินเคยบอกให้พี่คนโตจัดการ ไม่เคยรู้ว่ามีอะไรเท่าไหร่ เพราะไม่เคยไปยุ่งกับเขา หากเจ้อ๋อฯ จะมาร่วมงานศพ ทางครอบครัวเราไม่ได้ห้าม เราไม่ได้ถือสาอะไรเขา ส่วนเขาจะอโหสิกรรมให้ไหมก็เป็นเรื่องของเขา เราไม่อยากไปก้าวก่ายอะไร ถ้ามาทางบ้านเราก็ต้อนรับเขาเหมือนเดิม แต่ก็อยากให้หมดเวรหมดกรรมกันไป

บ่ายวันเดียวกันนางหัด ปัญญาใส อายุ 85 ปี และนางละมัย ปัญญาใส อายุ 60 ปี แม่และพี่สาวของเจ้อ๋อ พร้อมญาติ ได้เดินทางมาเคารพศพเสี่ยเต้ย โดยนางสะมัย เปิดเผยว่า มีคนส่งไลน์ไปบอกการเสียชีวิต อ๋อฯก็รู้เรื่องแล้วนั่งร้องไห้อยู่เมื่อเช้า แต่ยังไม่ได้เข้าไปคุยด้วย ตอนนี้ไม่รู้ว่าอ๋อไปไหน รู้สึกตกใจมากที่เต้ยมาเสียชีวิต ปกติสนิทสนม เคยไปทำกับข้าวกินกัน ตอนเต้ยกับอ๋อยังเป็นสามีภรรยากัน

“ คิดกับเต้ยเหมือนน้องชายคนหนึ่ง เสียใจมากมันกะทันหันเกินไป หลังจากเลิกกับอ๋อไปแล้วก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่ ยังเอาเงินไปแบ่งให้เหมือนเดิม ล่าสุดคุยกับเต้ยอาทิตย์ก่อน เต้ยบอกว่ารักทุกคนในครอบครัวเหมือนเดิม อยู่กันสบายดีไหม และก็ถามข่าวแม่อ๋อเป็นยังไง เต้ยและอ๋อนิสัยดีทั้งสองคน อุปการะทุกอย่างในครอบครัว สาเหตุที่ต้องมาเลิกกันก็ไม่รู้สาเหตุ ”