เกิดเหตุสลดใจพี่น้องหลังทะเลาะกันเรื่องเงิน 100 บาท ซึ่งน้องชายจะขอยืมเงินจากแม่ไปซื้อเหล้ามากิน ก่อนหน้านี้พี่ชายได้ให้เงินแม่ไว้ซื้อกับข้าว มีปากเสียงกันจนถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายกัน ก่อนที่พี่ชายจะโมโหสุดขีด คว้าก้องอิฐมวลเบาทุบหัวบริเวณท้ายทอย กระทั่งแยกย้ายกันไป เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2565 ก่อนพากันไปบ้านยาย น้องชายเริ่มมีอาการปวดหัว จึงนำตัวส่งโรงพยาบาล น้องคิดว่าอาการดีขึ้นไม่อยากนอนโรงพยาบาล จึงกลับมานอนที่บ้าน กระทั่งตอนเช้าวูบหมดสติและเสียชีวิตในที่สุด ในช่วงเช้าของวันที่ 20 กันยายน 2565 แม่จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ในช่วงสายวันเดียวกัน อ้อนวอนขอให้ตำรวจอย่าเพิ่งจับกุมลูกชายคนโตที่พลั้งมือทุบน้อง ขอให้ได้ร่วมงานศพและบวชให้น้องชายก่อนที่จะชดใช้สิ่งที่ทำลงไป

ต่อมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2565 ที่ สภ.เมืองอุดรธานี นางทัศนีย์ อรมัง อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 316 ม.14 ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี แม่ของผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิต ได้เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พ.ต.ท.เปลวทอง สารีนันท์ สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี และแจ้งความประสงค์อีกครั้งว่า ต้องการประกันตัวลูกชายผู้ก่อเหตุ เพื่อจะได้ไปร่วมงานศพและบวชให้กับน้องชายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะนำตัว นายณัฐพงษ์ อรมัง หรือบูม อายุ 31 ปี พี่ชาย ที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายปริทัศน์ อรมัง หรือกอล์ฟ อายุ 30 ปี น้องชายจนเสียชีวิต มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ที่สุดแล้วพนักงานสอบสวนได้แจ้งว่า ไม่สามารถให้ประกันตัวได้ เพราะต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งฟ้องฝากขังที่ศาลทันที ในข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

หลังจากนั้น นางทัศนีย์ฯ และญาติพี่น้อง ได้เดินทางไปยังวัดโพธิวราราม เทศบาลนครอุดรธานี เพื่อไปจัดเตรียมพิธีสวดอภิธรรมศพนายปริทัศน์ฯ ผู้เสียชีวิต ในช่วงเย็น บรรยากาศมีเพียงญาติพี่น้องที่สนิทกัน มาช่วยกันจัดเตรียมโต๊ะ เก้าอี้ และอาหารในช่วงเย็น โดยนางทัศนีย์ฯ ได้จุดธูปบอกลูกชายว่า “พี่ชายไม่ได้มีเจตนาฆ่าน้อง แม่รักลูกหมดทุกคน ชาติหน้าเกิดมาเป็นลูกแม่อีกนะ ชาติหน้าขอให้หล่อๆกว่านี้ หมดกรรมหมดเวรแล้วนะลูก แม่คิดถึงลูกมาก อย่าลืมมาเกิดเป็นลูกแม่อีกนะลูก”

นางทัศนีย์ฯ เปิดเผยว่า ตนเองมีลูก 3 คน บูมคนก่อเหตุเป็นคนโต กอล์ฟผู้เสียชีวิตเป็นคนกลาง และมีน้องสาวคนสุดท้องอีก 1 คน ที่บ้านหลังเกิดเหตุอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน มีแม่ บูม กอล์ฟ และอองแฟนสาวของบูม ลูกชายทั้งสองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ทำงานก่อสร้าง ทั้งสองชอบดื่มสุราประจำ แต่บูมพี่ชายจะดื่มน้อยกว่า วันเกิดเหตุลูกชายทั้งสองไม่ได้ไปทำงาน ประมาณ 13.00 น. ลูกไปซื้อเหล้าขาวมานั่งดื่มด้วยกัน ตอนนั้นแม่และอองแฟนของบูม ทำกับข้าวอยู่ที่ครัวหลังบ้าน ไม่นานพอเหล้าหมดกอล์ฟอยากดื่มเหล้าต่อ แต่บูมบอกให้พอแล้ว กอล์ฟไม่ยอมจึงเดินมาขอยืมเงินแม่ไปซื้อเหล้าอีก 100 บาท เมื่อพี่รู้ว่าน้องมายืมเงินแม่ จึงโมโหเพราะพี่ให้เงินแม่เอาไว้ซื้อกับข้าว ก่อนทะเลาะกันเสียง จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน

“ ตอนนั้นทั้งแม่และแฟนของบูมได้เข้าไปห้ามปราม แต่ก็สู้แรงผู้ชายไม่ได้ หลังจากบูมใช้ก้อนอิฐทุบท้ายทอยของกอล์ฟแล้ว ก็แยกออกจากัน ก่อนมานั่งพูดคุยกันจนเข้ากันดีแล้ว ช่วงบ่ายน้องได้ชวนพี่ออกไปหาตาและยาย ที่บ้านแล้วโรงเรียนเทศบาล 7 ในเขต ทน.อุดรธานี พอไปถึงบ้านยายกอล์ฟบอกทุกคนมีอาการปวดหัว แขนและมือทั้งสองข้างเริ่มบวม น้าผู้ชายและบูมได้พาไปหาหมอที่ รพ.ทน.อุดรธานี แต่ได้รับแจ้งว่าสิทธิรักษาอยู่ที่ รพ.ค่ายประจักษ์ฯ กอล์ฟได้รับการรักษาเบื้องต้น จนมีอาการดีขึ้น กอล์ฟไม่อยากนอนโรงพยาบาลจึงบอกให้พากลับมาพักที่บ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 08.00 เมื่อวานนี้ กอล์ฟหมดสติไป ปัสสาวะราด จึงรีบนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพ-อุดรธานี แต่ก็เสียชีวิตในที่สุด ”

นางทัศนีย์ฯ เปิดเผยอีกว่า แม่รักลูกทั้งสองมาก ลูกเป็นเสาหลักของครอบครัว แม่ไม่ได้ทำงานอะไร ตั้งแต่พ่อเสียไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก็มีลูกชายทั้ง 2 คนเลี้ยงดู เสียใจมากที่ต้องมาเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง จนถึงขั้นมีการเสียชีวิต ต่อไปไม่รู้ว่าแม่จะอยู่อย่างไร ไม่รู้ว่าจะทำมาหากินอะไร อยากให้ลูกชายคนโตได้ออกมาบวชให้น้องชายเป็นครั้งสุดท้าย อยากให้ลูกทั้ง 2 ได้อโหสิกรรมต่อกัน ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างต่อกัน ในเมื่อพี่ชายออกมาบวชให้น้องไม่ได้ ญาติจึงลงความเห็นว่าจะทำพิธีฌาปนกิจศพน้องชายในเวลา 15.00 น. วันพรุ่งนี้ (22 กันยายน 2565)

นายณัฐพงษ์ ฯ หรือบูม ผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า รู้สึกสงสารน้อง อยากบวชให้น้องชาย สำนึกผิดที่ทำกับน้อง วันนั้นไม่ได้ตั้งใจก่อเหตุ สาเหตุเกิดขึ้นจากเรื่องในครอบครัว น้องชายมาข่มขู่แม่เพื่อเอาเงิน ที่เอาก้อนอิฐทุบน้องเพราะตนขาดสติ วันนั้นเมากันทั้ง 2 คน ตอนนั้นไม่นึกว่าน้องจะถึงขั้นเสียชีวิต พอรู้ว่าน้องเสียชีวิตก็เสียใจมาก แม่บอกว่าอยากให้ตนบวชให้น้อง และตนก็อยากบวช ยังไม่รู้ว่าแม่จะประกันตัวออกไปหรือไม่ อยากบอกน้องว่าพี่ขอโทษที่ทำลงไปแบบนั้น

ขอบคุณภาพบางส่วนจากเพจทันข่าวชาวอุดร

บทความก่อนหน้านี้หนุน“น้องบอส”สอบเข้าเตรียมทหารอีกครั้ง
บทความถัดไปสอบครูประจำชั้น ม.2 เฆี่ยนเด็ก นร.ชาย 4 คนจนน่องแตก