เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ขณะที่ ร.ต.ท.ศุภกร ทุมจีน รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้-ไอ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กค 2628 อุดรธานี ถูกคนร้ายคาดว่าจะเป็นหญิงสติไม่ดี ที่เคยมาขอเงินและข้าวสารอาหารแห้งที่ร้าน เนื่องจากเจ้าของร้านจดจำรองเท้าแตะที่คนร้ายทอดทิ้งเอาไว้ในร้าน

และนำแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่เก็บไว้ใต้เบาะออกมาวางที่พื้น รวมทั้งรถจักรยานที่ปั่นมาไว้ที่หน้าร้านให้ดูต่างหน้า เหตุเกิดที่ร้านอาหารยิ้มใหญ่คาแฟ่ เลขที่ 9/28 ถ.อุดร-กุดจับ ม.4 บ.วัวข้อง ต.บ้านเลื่อม อ.เมืองอุดรธานี จึงออกไปตรวจสอบ พร้อมด้วย ร.ต.อ.บรรเทิง ทัพโยทา รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี

ที่เกิดเหตุพบนางสาวนางสาวทิตากร สังขาวิเทียน หรือเจ๊ตุ๊ก อายุ 41 ปี เจ้าของร้าน ชาว อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี นำตำรวจตรวจสอบที่หน้าร้าน พบรถจักรยานสีดำของคนร้ายจอดทิ้งไว้ และภายในร้านพบรองเท้าแตะสีเทาของคนร้ายถอดทิ้งไว้ในร้านให้ดูต่างหน้า ก่อนเข้าไปขโมยรถจักรยานยนต์ที่ จอดเสียบกุญแจไว้บริเวณหลังร้านไป

นอกจากนี้คนร้ายได้เปิดเบาะรถนำแผ่นป้ายทะเบียนออกมาวางไว้ให้ดูต่างหน้าอีกเช่นกัน  เหตุเกิดประมาณ 03.00-06.30 น. ช่วงเช้ามืดของวันนี้ เนื่องจากผู้เสียหายตื่นมาเข้าห้องน้ำเวลาประมาณ 02.30 น. ยังเห็นรถจักรยานยนต์จอดอยู่ตามปกติ และตรวจสอบทรัพย์สินมีค่าอย่างอื่นภายในร้านยังอยู่ครบ

สอบสวน นางทิตากรฯเจ้าของร้าน เปิดเผยด้วยใบหน้ายิ้มและเสียงหัวเราะ สมกับชื่อร้านว่า ตนและลูกชายมาเช่าพื้นที่เปิดเป็นร้านอาหารอีสาน และร้านขายกาแฟสด เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2564  เปิดบริการ 09.00-19.00 น.ทุกวัน ส่วนรถจักรยานยนต์ที่หายไปเป็นของลูกสะใภ้ ที่ตนเอาไว้ใช้ขี่ไปซื้อของเข้าร้านตอนเช้า และจอดเสียบกุญแจไว้ตลอด เพราะเป็นพื้นที่ภายในบ้าน ไม่คิดว่าคนร้ายจะกล้าเข้ามาขโมย และเพิ่งผ่อนส่งค่างวดหมด

ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุตนคิดว่าเป็นหญิงสติไม่ดีที่เมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา เคยเดินมาขอเงินกับลูกชายที่ร้าน แต่ลูกชายไม่ให้ แต่เปลี่ยนเป็นให้ข้าวสารอาหารแห้งแทน หลังจากนั้นก็แวะมาขออยู่เป็นประจำ ซึ่งตนจำรองเท้าแตะที่ถอดทิ้งไว้ในร้านได้ คาดว่าเป็นหญิงสติไม่ดี อายุประมาณ 45 ปี ผมยาว ผิวดำแดง ที่เคยสวมใส่รองเท้าคู่นี้มาขอเงินภายในร้าน

”ฝากถึงหญิงสติคนร้ายที่ขโมยรถไป ให้นำกลับมาคืนแล้วจะไม่เอาความ หรือดำเนินคดี เพียงแค่อยากได้รถกลับคืนมาใช้งานเท่านั้น เพราะรถคันนี้ใช้ขับขี่ไปซื้อของทุกเช้า และเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ลูกสะใภ้ให้มาใช้งานภายในร้าน แต่หากคนร้ายไม่ใช่หญิงสติไม่ดีที่ตนคาดไว้ ก็คงดำเนินคดีตามกฎหมาย”

บทความก่อนหน้านี้โวย นร.หญิง ป.4 ตกอัฒจันทร์แขนหักครูไม่รีบส่งโรงพยาบาล
บทความถัดไปโจรแสบหลอกเป็นลูกค้าควักปืนทุบหัวหนุ่มขนส่งเอกชนชิงเงิน 1.4 หมื่นหนีลอยนวล