เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ที่ศูนย์กักกันตัวกลุ่มเสี่ยง “ค่ายฮีโร่” อาคารหอพักนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี นายปราโมทย์ ธัญญพืช , นายธวัชชัย ศรีทอง , นายวันชัย จันทร์พร รอง ผวจ.อุดรธานี , นพ.ปรเมษฐ์ กิ่งโก้ สสจ.อุดรธานี ร่วมทำการส่งตัวชาวอุดรธานี ที่เดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2563 จำนวน 102 คน กลับบ้าน

หลังจากเข้ารับการกักกันตัวที่ “ค่ายฮีโร่” หรือ โลคอลควอรันทีน แห่งนี้ครบ 14 วัน โดยการส่งตัวกลับบ้านเป็นครั้งที่ 3 และจะทยอยให้ตัวผู้ที่เข้ารับการกักกันตัว กลับบ้านอย่างต่อเนื่องทุกวัน นอกจากการส่งผู้รับกักกันตัวที่ค่ายโฮโร่ 90 คน และส่งผู้รับการกักกันตัว มีอาการป่วยจากโรคประจำตัว ที่อยู่ในความดูแลของแพทย์ ที่รับการกักตัว ที่โรงพยาบาลชุมชนต่างอำเภออีก 12 คน รวมส่งตัวผู้รับการกักกันตัว 102 คน

“ฮีโร่” ที่รับการส่งตัวกลับบ้าน จะมีญาติพี่น้องมารอรับ บางคนขับรถส่วนตัวมาเอง ก็เดินทางกลับด้วยรถตัวเอง ซึ่งล้วนสมัครใจเข้ารับการกักกันตัว ทุกคนได้รับถุงยังชีพจากทางเหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่ใช้ในระหว่างการกักกันตัว และผู้รับการกักตัว ทาง สสจ.อุดรธานี ได้มอบหนังสือรับรองว่า บุคคลดังกล่าวได้รับการเฝ้าระวัง สังเกตอาการครบตามระยะเวลา ที่เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อกำหนด จึงสามารถประกอบอาชีพ ร่วมกิจกรรม หรือปฏิบัติภารกิจได้ตามปกติ

ตัวแทนของผู้รับการกักกันตัว ที่จะได้กลับบ้านวันนี้ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ดูแลทุกคนที่มากักกันตัวอย่างดี ทุก ๆ คนรู้สึกดีใจมากที่จะได้กลับบ้าน ภาพที่ทำให้น้ำตาไหล วันที่รถบัสมาส่งชาวอุดรกลับจากภูเก็ต ท่านผู้ว่าฯพาคนมารับ เหมือนไม่ทิ้งลูกทิ้งหลาน ต่างจากข่าวที่ออกมาบางจังหวัดไม่ได้รับความสนใจ ทำให้พวกเราทุกคนอยู่ได้ด้วยความสุขแม้อากาศจะร้อน อาหารการกินแม้จะไม่ถูกใจทุกอย่างแต่ก็อิ่มอร่อยทุกมื้อ ดึกๆดื่นๆมีผืนคันท่านก็เตรียมยาไว้ให้

ขณะที่เด็กหญิงสองพี่น้อง คือ ด.ญ.ปริ้นเซส อายุ 5 ขวบ และ ด.ญ.โรม่า อายุ 1 ขวบ 8 เดือน ที่ต้องเข้ารับการกักกันตัวที่ค่ายฮีโร่ กับแม่คือนางกนกกาญจน์ อายุ 34 ปี ราษฎร ต.บ้านขาว อ.เมือง อุดรธานี ที่เดินทางกับจาก จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่ง ด.ญ.โรม่า ถือเป็นเด็กที่มีอายุน้อยที่สุด และตลอด 14 วันที่ผ่านมา เป็นเด็กน่ารักไม่ซนงอแง เชื่อฟังเจ้าหน้าที่อย่างดี ระหว่างรอแม่เก็บของได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ที่รับการกักกันตัวครบ 14 วัน ถือว่าทุกคนไม่มีอาการป่วยใดๆ สามารถกลับไปให้ใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ต้องอยู่ในกรอบของการป้องกันการติดต่อของเชื้อโควิด-19 ด้วย เหมือนกับการดำเนินชีวิตของของเราเอง และหลังจากถึงบ้านก็ขอให้มีความสุข ที่ได้อยู่กับครอบครัว ซึ่งทุกคนต้องทำ คือ สวมหน้ากากอนามัย กินช้อนใครช้อนมัน และพยายามอย่ารวมกลุ่มกัน เพราะอาจจะทำให้มีการติดเชื้อได้

ผู้ว่าฯ ตอบข้อซักถามด้วยว่า ชาวอุดรธานียังทยอยเดินทางกลับ ในส่วนมาจากพื้นที่เสี่ยงอื่น จะเฝ้าระวังด้วยการกักกันตัวที่บ้าน มีเจ้าหน้าที่จาก รพ.สต. และ อสม. ให้คำแนะนำและดูแล ซึ่งขณะนี้มีผู้ยังกักกันตัวอยู่อีก 3,700 คน ต่างจากที่เดินทางกลับจากภูเก็ต จะเข้ารับการกักกันตัวในค่ายฮีโร่ ซึ่งก็ยังมีคนเดินทางมาเพิ่มทุกวัน โดยวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคมนี้ จะเดินทางกลับมาด้วยรถบัส “ผู้ว่าอุดร พาเมือบ้าน” อีก 2 คัน

และขอให้ชาวอุดรธานีอย่างประมาท เมื่อเห็นว่าการระบาดลดลงแล้ว ไม่ดำเนินชีวิตหรือประกอบกิจการค้า เป็นไปตามมาตรการต่างๆ ที่กำหนดหลังมีการผ่อนปรน ซึ่งหากไม่มีการจัดการตามมาตรการ ทางจังหวัดอาจจะมีคำสั่งยกเลิกการผ่อนปรนแต่ละกิจกรรมไป

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับยอดชาวอุดรธานี ที่เดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต ที่เข้าทำการกักตัวที่ค่ายฮีโร่และโรงพยาบาลต่างอำเภอ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม จนถึงวันนี้ มียอดรวมทั้งสิ้น 478 คน แยกเป็นลงทะเบียนออกมา 380 คน ไม่ได้ลงทะเบียนออกมา 98 คน ยังเหลือผู้ที่รับการกักกันตัวอยู่อีก 229 คน โดยมีผู้ลงทะเบียนกลับมาอีก 232 คนยังไม่ได้เดินทางออกจาก จ.ภูเก็ต……