นายก อบจ.อุดรธานี แถลงนโยบายต่อสภาฯ “อบจ.อุดรธานียุคใหม่ ห่วงใย ใกล้ชิด ประชาชน” 18 นโยบายหลัก 102 ข้อย่อย รวมย้ายเรือนจำออกนอกเมือง “ทนายแม็ก” เสียงข้างน้อย เห็นด้วยขอยกเป็นวาระอุดร เหตุลู่ทางไม่สดใส

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) อุดรธานี ศาลาประชากรอุดรสามัคคี นายชิณโชติ ลิ้มธนาคม ประธานสภา อบจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมสภา อบจ.อุดรธานี สมัยสามัญ สมัยที่ 1 พ.ศ.2564 เพื่อให้นายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี นำคณะผู้บริหาร นายสมัคร บุญปรก , นายสุชัมบดี ขาวขำ และนายบารมี อินทรสมบัติ รองนายก อบจ.อุดรธานีแถลงนโยบายต่อสภาฯ เพื่อปฏิบัติหน้าที่นายก อบจ.อุดรธานี อย่างสมบูรณ์ตามกฎหมาย เพื่อเริ่มใช้งบประมาณปี 64 วงเงิน 1,421 ล้านบาท โดยมีสมาชิกสภา อบจ.42 คนเข้าประชุม ทั้งนี้มีการจัดพิมพ์นโยบายความหนา 16 หน้าแจกจ่ายด้วย

นายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี ได้แถลงนโยบายผ่าน สภา อบจ.อุดรธานี ด้วยการอ่านจากเอกสาร ที่แยกเป็นคำแถลงนโยบาย , นโยบายและภารกิจ 18 ข้อ , รายละเอียดนโยบายและภารกิจ 102 ข้อย่อย , วิสัยทัศน์ อบจ.อุดรธานียุคใหม่ ห่วงใย ใกล้ชิด ประชาชน และปิดท้ายด้วยบทสรุป ว่านโยบายที่แถลงจะประสบผลสำเร็จ ขั้นอยู่กับปัจจัยหลัก 2 ปัจจัยคือ ประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ได้งบประมาณอุดหนุนมากที่สุด และความร่วมมือจากสภา อบจ.อุดรธานี

สำหรับนโยบายภารกิจ 18 ข้อ ประกอบด้วย 1.ด้านการพิทักษ์รักษาซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข , 2.ด้านการเงิน การคลัง และงบประมาณ , 3.ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย , 4.ด้านการสาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์และคุณภาะชีวิตของประชาชน , 5.ด้านการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น
6.ด้านการสาธารณูปโภค การคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน , 7.ด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่ออุปโภค บริโภค การเกษตร การพาณิชย์ และการอุตสาหกรรม 8.ด้านการท่องเที่ยวและบริการ ,

9.ด้านการกีฬาและนันทนาการ , 10.ด้านการส่งเสริมอาชีพและการสร้างงาน , 11.ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน การป้องกันอาชญากรรม และลดปัญหายาเสพติด , 12.ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานสะอาด และพลังงานทางเลือก , 13.ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัย และนวัตกรรม , 14.ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน , 15 ด้านการประชาสัมพันธ์ , 16.ด้านบุคลากร , 17.ด้านความร่วมมือทางการค้า การท่องเที่ยว การศึกษา ศิลปวัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับต่างประเทศ ภายใต้กรอบและกฎหมายและนโยบายรัฐบาล

และ18. ด้านภารกิจอื่น ตามแผนพัฒนาจังหวัดฯ และแผนพัฒนาองค์การบริการส่วนจังหวัด และนโยบายของรัฐบาล โดยนโยบายข้อนี้ได้กล่าวถึง การสนับสนุนให้มีการย้ายเรือนจำกลางอุดรธานี ออกนอกเขตเมือง ที่เป็นศูนย์กลางของความเจริญ และมีสถานศึกษาใกล้เคียง เพื่อเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะให้แก่ชุมชนเมือง

จากนั้นประธานสภา อบจ.อุดรธานี ได้เปิดโอกาสให้ สมาชิกสภา อบจ.อุดรธานี อภิปรายแสดงความคิดเห็น ซึ่งมีสมาชิกยกมือให้ประธานสภาฯอนุญาตให้อภิปราย บรรยากาศเป็นไปด้วยดี เมื่อมีสมาชิกเสียงข้างมาก ได้อภิปรายแสดงความยินดี มีความพึ่งพอใจ กับผลงานในสมัยฯที่ผ่านมา และให้การสนับสนุนนโยบายทั้ง 18 ข้อที่ครอบคลุมทุกเรื่อง โดยเฉพาะ นโยบายการศึกษากับ รร.สังกัด อบจ.อุดรธานี , นโยบาย รร.กีฬา , นโยบายกหารมีส่วนร่วม

ขณะที่นายชัยฤทธิ์ เขาวงษ์ทอง สมาชิกเสียงข้างน้อย ก็อภิปรายสนับสนุนนโยบายฉบับนี้ โดยเฉพาะข้อ 18 เห็นด้วยการย้ายเรือนจำกลางอุดรธานี ออกไปอยู่พื้นที่นอกเมือง เหมือนกับชาวอุดรธานีส่วนใหญ่ โดยขอเสนอ อบจ.อุดรธานี ให้ขับเคลื่อนการย้ายเรือนจำเป็น “วาระอุดรธานี” เพราะขณะนี้แม้จะเรือนจำกลางอุดรธานี จะมีที่สาธารณะประโยชน์ที่ “โคกก่อง” 161 ไร่ แต่จากความเห็นของสำนักโยธาฯ กรมราชทัณฑ์ ระบุว่าเป็นพื้นที่ไม่เหมาะสม มีระดับต่ำจะต้องถมที่ดินขึ้นอีกสูงมาก ทำให้รัฐบาลอนุมัติงบประมาณ มาแก้ไขปัญหาความแออัดแล้ว เกรงว่าจะไม่มีการย้ายเรือนจำอุดรธานีออกไป……

นายวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวว่า สิ่งแรกที่ อบจ.อุดรธานี จะต้องเร่งทำทันที คือแผนงานที่งบประมาณ ปี 64 ที่ตนเองทำไว้ในสมัยที่ผ่านมา คือ การเข้าไปช่วยประชาชน รับผลกระทบจากโควิด-19 มีผู้คนตกงานตกงาน กลับมาอยู่ที่บ้านจำนวนมาก มีความจำเป็นต้องส่งเสริมอาชีพ โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ส่งเสริมเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร โดย อบจ.อุดรธานี จะเป็นผู้สนับสนุนปัจจัยการผลิต ซึ่งหน่วยงานที่พร้อม จะมาทำบันทึกข้อตกลง รับการสนับสนุนไปดำเนินการ ขณะโครงสร้างพื้นฐาน อบจ.อุดรธานี ตั้งงบไว้ปีละ 400 ล้านบาทเท่าเดิม