(มติชน) “ศักดิ์สยาม’ดัน ทอท.รับสิทธิบริหาร 3 สนามบินภูมิภาคของ ทย, เล็งชงเข้า ครม.ม.ค.นี้ รอธนารักษ์เคาะค่าเช่านาน 30 ปียันไม่โอนทรัพย์สินของรัฐให้ ทอท. มั่นใจ ทย.รายได้คล่อง ลดภาระรัฐ ด้าน’อนุทิน’ เกาะความคืบหน้าขยายสุวรรณภูมิ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการมอบสิทธิบริหารจัดการ 3 ท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน (ทย) ให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ประกอบด้วย ท่าอากาศยานอุดรธานี กระบี่ และบุรีรัมย์ ว่าขณะนี้กรมธนารักษ์กำลังพิจารณาอัตราคำเช่าพื้นที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จนำเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม) ภายในเดือนมกราคม เพื่ออนุมัติโอนสิทธิ โดยกรมธนารักษ์จะคิดผลประโยชน์ค่าตอบแทนค่าที่ดินในอัตราที่ ทอท.เคยจ่ายให้ในอัตราเดียวกับ 6 ท่าอากาศยานที่ ทอท.จ่ายอยู่ในปัจจุบัน และทำสัญญาโดยตรงกับ ทอท. เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานจากเดิม เป็นสัญญาระหว่าง ทย.กับกรมธนารักษ์ นอกจากนี้ สัญญาที่ ทอท.เข้าบริหาร 3 ท่าอากาศยานจะเป็นสัญญาระยะยาว คาด 30 ปี จากเดิม ทย.ทำเป็นสัญญาต่อทีละ 3 ปี

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า กระทรวงยืนยันการมอบสิทธิให้ ทอท.เข้าบริหาร 3 ท่าอากาศยาน เป็นแนวทางร่วมพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการท่าอากาศยานของ ทย. ซึ่งเป็นท่าอากาศยานของภาครัฐให้จัดหารายได้มากขึ้น โดย ทย.ยังได้รับเงินชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป จากการมอบความรับผิดชอบดังกล่าว นอกจากนี้ ทย.จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการบริหารงานที่คล่องตัวของ ทอท. ซึ่งรายได้ชดเชยส่วนนี้ ทย.จะนำไปบริทารจัดการท่าอากาศยานที่เหลืออยู่ ลดการใช้เงินงบประมาณของกาครัฐ และการมอบสิทธิบริหารท่าอากาศยานให้ ทอท.นั้นกระทรวงยืนยันว่าไม่ได้มีการโอนทรัพย์สินของรัฐไปให้กับทาง ทอท.แต่อย่างใด แต่เป็นการมอบความรับผิดชอบในการบริหารจัดการผ่านสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์ ส่วนรายได้ของ ทย.ที่หายไปทาง ทอท.มีการชดเชยให้

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณา แนวทางการเพิ่มขีดความสามารถ ของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ครั้งที่ 1/2565 (ครั้งที่ 3) ณ ทำเนียบรัฐบาล ว่าที่ประชุมได้พิจารณาความก้าวหน้าการดำเนินงานของ ทอท. 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ความก้าวหน้าการดำเนินงานจ้างองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) 2.ผลการศึกษาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (ไออาต้า) 3.ความก้าวหน้าการดำเนินงานเพื่อก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักต้านทิศตะวันออก

นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้ ทอท.เร่งรัดการดำเนินการจ้างไอเคโอตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คณะกรรมการได้มีข้อมูลมาประกอบการพิจารณาร่วมกับผลการศึกษาของไออาต้า เพื่อพิจารณาแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถของอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงเห็นชอบให้ ทอท. ก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก ซึ่งมีความพร้อมและ ครม.อนุมัติโครงการไว้แล้วให้เป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่กำหนดไว้ ซึ่งจะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความพร้อมรองรับผู้โดยสารที่คาดว่าจะกลับมาในระดับประมาณ 65 ล้านคนต่อปี เท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ได้ในปี 2568

บทความก่อนหน้านี้ฉลองตั้งเมืองอุดรสู่ 129 ปีรำบวงสรวงออนไลน์
บทความถัดไป“หลวงพ่อเจริญ”นำบวงสรวง บูรณะเจดีย์วัดหนองบัวร้าง