เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธร จว.อุดรธานี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี ว่าที่ รท.อนุเทพ ศรีดาวเรือง จัดหางาน จ.อุดรธานี แถลงข่าวการร่วมกันของจัดหางาน จ.อุดรธานี , ตำรวจสืบสวนภูธร จว.อุดรธานี , ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี และตำรวจทางหลวง ส.ทล.3กก.4 ในการจับกุมนายไสว หรือกัณภัทร์ อาจสมัย อายุ 30 ปี อยู่เลขที่ 249 ม.11 บ้านหนองหาน ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี

ตามหมายจับศาล จ.อุดรธานี ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 กล่าวหามีความผิด 1.ร่วมกันนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ , 2.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , 3.ร่วมกันหลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือจัดส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ และโดยการหลอกลวงได้ไปซึ่งเงินทอง ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด จากผู้ถูกหลอกลวง และ 4.ร่วมกันปลอมหรือใช้ หรืออ้างเอกสารทางราชการปลอม โดยจับกุมได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.อุดรธานี

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่าง ปี 62-63 มีคนหางานในพื้นที่อุดรธานี และต่างจังหวัด เข้าร้องเรียนต่อ สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี 13 ครั้ง รวมผู้เสียหาย 28 ราย ว่านายไสว หรือกัณภัทร์ อาจสมัย ได้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ บ.GP THAILAND GROUP จก. อ้างสามารถจัดส่งไปทำงานประเทศ ออสเตรเลีย , ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ได้ โดยมีภาพคลิปวีดีโอ. และภาพถ่าย การส่งคนเดินทางไปต่างประเทศประกอบ จึงเดินทางมาสมัครที่ สนง.เลขที่ 164/4 ถ.อุดรดุษฎี ทน.อุดรธานี หลังจากเชื่อว่าจะเดินทางไปได้ พร้อมจ่ายเงินไปคนละ 90,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 2.35 ล้านบาท

สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี ได้ตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าว และนายไสวฯ ไม่มีใบอนุญาตจัดหางานไปต่างประเทศ และไม่ได้เป็นตัวแทนจัดส่งแรงงานไปต่างประเทศ จึงนำหลักฐานเบื้องต้น เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี และร่วมกับพนักงานสอบสวน และทีมสืบสวน สภ.เมือง และ ภ.จว.อุดรธานี รวบรวมพยานหลักฐาน พบการมีการใช้เอกสารราชการปลอม อาทิ เอกสารจดทะเบียนการค้า , เอกสารจดทะเบียนธุรกิจท่องเที่ยว และบัตรประชาชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญทำให้ประชาชนหลงเชื่อ จึงยื่นต่อศาล จ.อุดรธานี เพื่อขออนุมัติหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมได้

สองสามีภรรยาชาว อ.หนองหาน เล่าว่า สามีเดินทางไปทำงานประเทศใต้หวัน เดินทางไปถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนภรรยาเดินทางไปทำงานประเทศเกาหลีใต้ เป็นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายที่เรียกว่า “ผีน้อย” ทั้งสองสามีภรรยาเดินทางกลับมา โดยภรรยาไปได้ 1 ปี เข้ามอบตัวในช่วง “นิรโทษ” เมื่อเห็นประกาศเชิญชวนในเฟส จึงติดต่อขอเดินทางไปทำงานเกษตรที่ประเทศออสเตรเลีย รู้ว่าเป็นการเข้าเมืองแบบนักท่องเที่ยว เสียค่าตอบแทนคนละ 90,000 บาท รวมสองคน 180,000 บาท เพื่อแลกกับค่าแรงสูงถึงเดือนละ 80,000 บาท แต่ก็มาถูกหลอก

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า ผู้ต้องหากระทำผิดข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน” อันเป็นฐานความผิดตาม พรบ.ฟอกเงิน จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้ต้องหาได้นำเงินได้จากการทำผิด ไปประกอบธุรกิจสถานบันเทิง “เยลโลแบล็ค” ตลาดรถไฟ ทน.อุดรธานี ที่วัยรุ่นนิยมไปใช้บริการ เคยถูกจับขายเหล้า-เบียร์ ให้เยาวชนในช่วง ศบค.สั่งห้าม และนำไปขยายกิจการโรงน้ำดื่มที่ อ.เมืองอุดรธานี ส่วนที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี อ้างว่าเป็นธุรกิจครอบครัวภรรยาก่อนแล้ว จึงได้ตรวจยึดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบเป็นรถยนต์เก๋ง 1 คัน รถบรรทุกน้ำดื่ม 6 คัน มูลค่า 8.5 ล้านบาท

นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย เร่งรัดจนจับกุมผู้ต้องหาได้ และของคุณผู้เสียหาย ที่ให้ความร่วมมือเป็นพยาน รวบรวมหลักฐานจนเพียงพอ แต่เนื่องจากเป็นการหลอกลวงผ่านโซเชียน จึงมีผู้เสียหายอยู่หลายพื้นที่ และเชื่อว่าผู้เสียหายน่าจะมีมากกว่านี้ จึงแจ้งไปยังผู้เสียหายที่ถูกหลอก ให้เข้ามาแจ้งความสถานีตำรวจในพื้นที่ หรือติดต่อมาที่กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ซึ่งจะประสานให้ความช่วยเหลือ ลดขั้นตอนในการดำเนินการให้…..

บทความก่อนหน้านี้นอภ.เมืองอุดรจี้ตลาดการ์ดตกไม่ตรวจATK
บทความถัดไปอุดรฉีดวัคซีน 53.9% ไกลเป้า 70%