ทันที่ที่ร้านกาแฟดัง “เบลลินี” ในเครือซีพี. บริเวณด้านหลังอาคารบริการ “พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี เปิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เสียงทักท้วงผ่านจากออนไลน์ เกิดขึ้นน่าจะวินาทีนั่นทันที

ในเรื่อง…ขนาดของป้ายที่ใหญ่มาก จนกระทบความสวยงามเป็นสง่าขอ อาคารประวัติศาสตร์ราชินูทิศ , ทำไมต้องมีร้านกาแฟ , ทำไมต้องเป็นทุนยักษ์ใหญ่ กาแฟแบรนด์อุดรธานีก็มี และตามด้วยคำถามที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นของ “ส.ส.ศราวุธ เพชรพนมพร” พรรคเพื่อไทยอุดรธานี และประธานกรรมาธิการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคำถามผ่านออนไลน์ว่า

“ คำถามที่ประชาชนอยากรู้ตอนนี้ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องน่าจะตอบได้ และต้องตอบให้ประชาชนหายข้องใจ 1. มีการเปิดประมูลตามระเบียบราชการหรือไม่ เนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ และใช้งบประมาณของทางราชการในการปรับปรุงถึง 206,270,000 บาท เหตุใดเอกชนในพื้นที่ไม่ทราบ ว่ามีการเปิดให้เช่า , 2.ให้เช่าในราคาเท่าไหร่ สัญญากี่ปี ถามแค่ 2 ข้อนี้ก่อนครับ ”….และมีประโยคส่งท้ายเรื่องอื่นอีก 1 เรื่อง

จนมาถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน ป้ายชื่อร้าน-แก้วกาแฟ ยักษ์ถูกถอดออก โดยนายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นาย ทน.อุดรธานี ชี้แจงผ่านออนไลน์ ก่อนหน้าการถอดป้ายออกว่า

“ ทางผู้เช่าได้ออกแบบเสนอเทศบาลอนุมัติ เห็นจากแบบที่นำเสนอก็ โอเค. แต่พอติดตั้งยอมรับว่าใหญ่เกินไป เหมือนที่หลายๆคนพูด จึงให้ช่างเทศบาลไปคุยกับเช่า ก็ยินดีจะปรับลดขนาด ไม่ให้บดบังสถาปัตยกรรมของอาคารที่งดงาม และให้กลมกลื่นกับอาคาร หลังพิธีเปิดผู้เช่าจะแก้ไขให้เรียบร้อย ” ขณะที่ชาวบ้านกำลังรอคำตอบ ทำไมเอกชนในพื้นที่ไม่รู้เรื่องการเช่า และราคาเช่า สัญญากี่ปี

ระหว่างรอคำตอบ ไปทบทวนเรื่องอาคาร “ราชินูทิศ” หรือ “พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ที่ข่าวอุดรวันนี้ได้เคยนำเสนอ ไว้อย่างต่อเนื่อง

อาคารราชินูทิศ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นอาคารขึ้นทะเบียนโบราณสถาน นำมาใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ในสมัยนายชัยพร รัตนนาคะ เป็น ผวจ.อุดรธานี ที่ได้ชักชวนส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน จัดตั้งพิพิธภัณฑ์เมืองขึ้น และเปิดให้เข้าชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2547 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนา จ.อุดรธานี ครบรอบ 111 ปี ด้วยงบของ จ.อุดรธานี และการสนับสนุนภาคเอกชน และขอให้ ทน.อุดรธานี เข้ามาเป็นผู้ดูแลในส่วนอาคาร “ราชินูทิศ”

หลังจากเปิดมาได้ระยะหนึ่ง สภาพโครงสร้างอาคารมีอายุมาก และเทคนิคการก่อสร้างพิเศษ โดยเฉพาะหลังคาเกิดรั่วซึม ห้องจัดนิทรรศการ และห้องอื่นๆรับผลกระทบ จึงเกิดแนวคิดที่จะ “บูรณะครั้งใหญ่” มีคณะทำงานศึกษากำหนดแผนพัฒนา ที่จะต้องขออนุญาตจากกรมศิลปากร ขณะพบว่าอาคารด้านข้าง ถูกยกให้ สนง.วัฒนธรรม จ.อุดรธานี (หน่วยงานใหม่) เข้ามาใช้พื้นที่ไปแล้ว จึงเห็นควรให้ทำการปรับแก้ ให้พื้นที่อาคารนั้นผนวกเข้ากับพิพิธภัณฑ์ฯ

กรมศิลปากรเห็นชอบแบบปรับปรุง ตอนนั้นระบุว่าแบ่งเป็น 2 เฟสๆแรกในงบ 84 ล้านบาท(เปิดปี 61 ) เฟสที่ 2 ใช้งบ 74 ล้านบาท (รวม 158 ล้านบาท) แยกเป็นการปรับปรุงโครงการอาคาร และแสดงนิทรรศการ รวมไปถึงการปรับภูมิทัศน์โดยรอบ เชื่อมไปยังหนองประจักษ์ฯ และอาคารบริการที่กำลังถูกตั้งคำถาม ซึ่งต่อมามีการขยายออกมาเป็นเฟสที่ 3 ไม่ทราบวงเงินงบประมาณ ในการติดกระจกอาคาร ตกแต่งแสงกลางคืน ปรับภูมิทัศน์ ป้องกันน้ำท่วม (ในช่วงปิดโควิด-19)

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ทน.อุดรธานี นำทรัพย์สินของราชการ ไปให้เอกชนเช่า และไม่ใช่เฉพาะอาคารพาณิชย์ อาทิ อาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ด้านทิศตะวันตก พระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ฯ หรืออาคารบางส่วนหน้า รร.เทศบาล 6 ยังมีการให้เช่าอาคารธุรกิจสมัยใหม่ อาทิ ร้านเซเวน อีเลฟเว่น ในพื้นที่ สนง.ทน.อุดรธานี (อาคารสาธารณสุข ทน.อุดรธานีเดิม) , ร้านกาแฟของ “บียอนอุดรธานี” สาขา 2 ที่สนามกีฬาเวสสุวัณ ถ.นิตโย และครั้งนี้เป็นร้านกาแฟที่พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี

พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ปิดสถานการณ์โควิด-19 มาตั้งแต่ 23 มีนาคม 2563 บวกกับปรับปรุงเฟส 3 มาเปิดอีกครั้ง 13 พฤศจิกายน 2563 ในบรรยากาศร้านกาแฟดังเปิดตามมาอีกวัน และระหว่างวันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2563 จัดให้มีงานการแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงดนตรี และถนนอาหาร พิพิธภัณฑ์ยามค่ำ (Night @ the Museum)

คำตอบ 2 ข้อ จะมีขึ้นตอนไหน ก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย อาจจะเป็นภาพยนตร์ที่มีหลายภาค หรือหากเป็นละครก็มีหลายตอน….