ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2564 ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่อุดรธานี ตรวจพบผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม 101 ราย แยกเป็นติดเชื้อในจังหวัด 61 ราย ติดเชื้อนอกจังหวัด 40 ราย ติดเชื้อสะสม 11,164 ราย หายกลับบ้านเพิ่ม 85 ราย หายกลับบ้านสะสม 9,567 ราย มีผู้ป่วยต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 9 ราย ใช้เครื่องออกซิเจนแรงดันสูง 28 ราย ผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 88 ราย

สำหรับการระบาดในเรือนจำกลางอุดรธานี ที่มีผู้ต้องขังหญิง-ชาย รวม 5,084 คน พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มาตั้งแต่ 27 ส.ค.64 ทำให้ต้องเปิดโรงพยาบาลสนามในเรือนจำ และไม่รับผู้ต้องขังเข้าในเรือนจำเพิ่ม ให้ส่งผู้ต้องขังรายใหม่ไปไว้ที่เรือนจำ จ.หนองบัวลำภู วันนี้ผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงถึง 447 ราย สะสม 3,950 ราย เกือบทั้งหมดพบเชื้อไม่มีอาการ รักษาหายแล้วรวม 337 ราย ยังรักษาที่ รพ.สนาม 3,607 ราย ที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี 5 ราย เสียชีวิตสะสม 1 ราย

นายอุเทน หาแก้ว รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ผู้ติดเชื้อในจังหวัดส่วนใหญ่ มาจากผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 56 ราย ที่มีคำสั่งกักตัวรอดูอาการ และเข้าเกณฑ์ PUI รอการสอบสวนที่มา 5 ราย ซึ่งผู้ติดเชื้อรายใหม่ยังเป็นกลุ่มก้อน จากคลัสเตอร์ตลาดไทยอิสาณ เป็นพ่อค้าแม่ค้าและลูกจ้างอีก 4 ราย และสัมพันธ์กับตลาดไทยอิสาณหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนโพธิวราราม (เฉพาะบ้านมั่นคง) ทน.อุดรธานี พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 10 ครอบครัว รวม 21 ราย ทำให้ชัดเจนแล้วว่าตลาดไทยอิสาณ จะต้องปิดตลาดต่อไปอีก การเปิดจะมีลักษณะทยอย และมีมาตรการมากำกับดูแล

“ อุดรฯอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวัง พบผู้ติดเชื้อขึ้น-ลงวันละ 100 ราย เตียงรักษาผู้ป่วยมีทั้งแดง-เหลือง-เขียว การฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง 608 ได้เกินกว่า 40 % ขณะนี้ได้จัดทำร่างแนวทางปฏิบัติ (SOP) เพื่อเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในชื่อโครงการอุดรพลัส ยกระดับการท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรมอีสานสู่สากล ไปพร้อมกับการขอเปิดเมืองของ อ.เชียงคาน จ.เลย และ อ.สังคม จ.หนองคาย โดยจะรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยเครื่องบิน หรือรถบัส และรับจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จ.หนองคาย โดยเราต้องฉีดวัคซีนได้ 70 % ”

รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.อุดรธานี ชี้แจงต่อว่า ได้กำหนดเปิดแหล่งท่องเที่ยว พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน ตลาดผ้านาข่า แหล่งทอผ้าบ้านโนนกอก อ.เมือง , คำชะโนด อ.บ้านดุง , แหล่งมรดกโลกบ้านเชียง อ.หนองหาน , วัดป่าภูก้อน บ้านคีรีวงกต อ.นายูง และรอบทะเลบัวแดง อ.ประจักษ์ศิลปาคม และ อ.กุมภวาปี นักท่องเที่ยวจะเข้ามา ต้องผ่าน บ.ทัวร์ท่องเที่ยวถูกกฎหมาย มีเอกสาร TOA , ผลตรวจ PCR ไม่เกิน 72 ชม. , ประกันภัย 1 แสนเหรียญ , ฉีดวัคซีนผ่านเกณฑ์

นายอุเทน หาแก้ว รอง สสจ.อุดรธานี กล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา มีลักษณะหลายรูปแบบ คือแบบแรก วันแรกอยู่ในห้องโรงแรมรอผลตรวจ วันที่ 2-6 อยู่ภายในพื้นที่โรงแรม วันที่ 7 เที่ยวพื้นที่ อ.เมือง วันที่ 8-14 พื้นที่ อ.เมือง , แบบที่สอง วันที่ 1-4 อยู่ในพื้นที่โรงแรม วันที่ 5-7 พื้นที่ อ.เมือง และอื่น ๆ วันที่ 8-14 อ.เชียงคาน จ.เลย และ อ.สังคม จ.หนองคาย , แบบที่สาม วันที่ 1-7 กักตัวมาจากพื้นที่อื่น วันที่ 8-10 พื้นที่อุดรธานี วันที่ 11-12 พื้นที่ในเขตสุขภาพ 8 และวันที่ 13-14 กลับมาอุดรฯได้อีก ทั้งนี้ทุกคนจะต้อง “สวอพ” 3 ครั้งคือ วันแรก , วันที่ 6-7 และวันที่ 12-13 ….

บทความก่อนหน้านี้แม่ท้องแก่มาฉีดวัคซีนสู้โควิดเพื่อลูก
บทความถัดไปคุกอุดรติดโควิด 88.7% นอกคุกวันละร้อย